ก่อนอ่านคำพิพากษา คดียุบพรรคการเมือง นายปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลฎีกา มีถ้อยแถลงว่าขอเรียนว่าตุลาการรัฐธรรมนูญตระหนักในหน้าที่รับผิดชอบ และทราบว่าผลกระทบต่อทุกฝ่ายมีมาก ตุลาการรัฐธรรมนูญได้ใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและสงบเรียบร้อย ตรงไปตรงมา มีความเป็นอิสระ
และเมื่อคำพิพากษาสิ้นสุดลง ผลแห่งคำพิพากษาย่อมทำให้ผู้คนพอใจ ทำให้ผู้คนขุ่นข้องหมองใจ ทำให้ผู้คนสมหวัง ผู้คนผิดหวัง ทำให้ผู้คนนอนหลับเต็มอิ่ม กระทั่งทำให้ผู้คนข่มตาหลับไม่ลง
นี่เป็นธรรมชาติของผู้คน ธรรมชาติของปุถุชน !
ปุถุชนผู้มีกรรม สร้างกรรม และไม่ค่อยยินยอมตัดสายกรรมให้สะบั้น
การประกาศตัวจงรักภักดี การประกาศตัวว่าจะน้อมรับพระราชกระแสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของผู้คนจำนวนไม่น้อย จึงเป็นเพียง
จงรักภักดีแต่ปาก
น้อมรับกระแสพระราชดำรัสแต่เพียงเปลือกนอก
ผลแห่งคำพิพากษาจึงไม่ก่อให้เกิด การเรียนรู้ แก่คนจำนวนหนึ่ง
เนื่องจากไม่สามารถแปลคำพิพากษาดังกล่าวให้เป็น ความรู้
ดังนี้แม้นายปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ จะกล่าวว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญได้ใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบ ตรงไปตรงมา มีความเป็นอิสระ และมุ่งหมายให้เกิดความยุติธรรมความสงบเรียบร้อย
หากแต่ผู้ฟังจำนวนหนึ่ง
ฟังไม่ได้ยิน !
ไม่ได้ยินคำว่า การเมืองฉ้อฉล !
ไม่ได้ยินคำว่า ร่วมกันกระทำเป็นขบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจปกครองประเทศโดยวิถีทางที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
เมื่อไม่ได้ยิน ย่อมไม่สามารถจำแนกแยกแยะระหว่าง การเมืองที่มีธรรม กับ การเมืองที่ขาดธรรม
ประเทศของเราจะได้ บทเรียน ครั้งยิ่งใหญ่จากปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ถ้าภายหลังคำพิพากษา คดียุบพรรค สิ้นสุดลง พรรคการเมือง นักการเมือง ตลอดจนผู้คนทั่วไปสนใจศึกษาเนื้อหาของคำพิพากษา
การเมืองควรจะเป็นเรื่องดี ควรเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมกันสร้างสรรค์ ร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาคุณภาพสถาบันทางการเมืองให้ดีขึ้น
ไม่ใช่เรื่องชวนหลงคลุ้มคลั่งเหมือนแม่ยกคลั่งพระเอกลิเก !?!!
หน้า 12
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก มติชน
