ตำรวจ สภ.ต.ราชาเทวะ นำตัวเสธ.แดงส่งศาล ตามหมายจับส่งศาล เบี้ยวฟังคำพิพากษา(1มิย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นำตัวพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มาส่งศาลตามหมายจับที่ 404 / 2550 ของศาลอาญา กรณีเมื่อวันที่ 19 พ.ค.50 ที่ผ่านมา พล.ต.ขัตติยะ ไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดีหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการผบ.ตร.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง
ซึ่งพล.ต.ขัตติยะ จำเลย ส่งเสมียนทนายความขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาอ้างติดภารกิจต้องเดินทางไปประเทศสหรัฐฯ เพื่อร่วมงานรับปริญญาของบุตรสาวที่สำเร็จการศึกษา โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวพล.ต.ขัตติยะ เข้าห้องควบคุมตัวพิเศษ แยกจากผู้ต้องขังรายอื่น ในบริเวณชั้น 2 ของศาลอาญา พร้อมกันสื่อมวลชนไม่ให้เข้าไปในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในเขตเฉพาะของเจ้าหน้าที่
ซึ่งขณะนี้ พล.ต.ขัตติยะ ได้ใช้ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก สังกัดสำนักงานผู้บังคับบัญชา กองทัพบก เงินเดือน ระดับ น.6 ชั้น 16.5 เงินเดือน 53,040 บาท คำนวณมูลค่าเป็น 10 เท่าของเงินเดือนได้เท่ากับ 530,000 บาทเศษ เป็นหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัว พร้อมมีหนังสือรับรองจาก พ.อ.ดิฏฐพร ศศะสมิต รองเลขานุการกองทัพบก สังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก รับรองด้วยว่า พล.ต.ขัตติยะ นั้นไม่เคยใช้ตำแหน่งดังกล่าว ใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหารายอื่น รวมทั้ง พล.ต.ขัตติยะ ไม่ได้อยู่ในระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการพิจารณาลงทัณฑ์ทางวินัยแต่อย่างใด
ศาลพิจารณาหลักประกันแล้วเห็นว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.ขัตติยะ ได้ใช้ตำแหน่งในการประกันตัวเองมาแล้วรวม 6 คดี ศาลได้ตีหลักทรัพย์เป็นเงินจำนวน 420,000 บาท ทำให้การใช้ตำแหน่งประกันตัวจากความผิดฐาน หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา , ดูหมิ่นเจ้าพนักงานและหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาของศาลนั้น ไม่เพียงพอ เนื่องจากตำแหน่งของ พล.ต.ขัตติยะ คงเหลือวงเงินในการประกันตัวได้อีกเพียง 110,400 บาท
โดยนายธันว์ บุณยะตุลานนท์ เลขานุการศาลอาญา เชิญพล.ต.ขัตติยะ ไปพบที่ห้องทำงานชั้น 12 เพื่อให้คำแนะนำในการหาหลักทรัพย์เพิ่มเพื่อพิจารณาให้ประกันตัวต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้พล.ต.อ เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษา ผบ.ตร. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเสธ.แดง และนายวัชระ เพชรทอง บก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า ( ถอนฟ้องแล้วตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.50 ) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 20 - 21 ก.พ.49 เสธ.แดง ให้สัมภาษณ์พาดพิงโจทก์ ว่า ในการปฏิบัติหน้าที่จับบ่อนพนัน ปอ ประตู น้ำ เพื่อหวังสร้างผลงานเพื่อให้ได้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. และพยายามที่จะสนับสนุนให้ พล.ต.ท. ถาวรศักดิ์ เทพชาตรี ผู้บัญชาการประจำ สนง.ผบ.ตร. พี่ชายภรรยา ได้เป็น ผบช.น. แทน พล.ต.อ.วิโรจน์ จันทรังษี
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำร้องของจำเลยไม่ได้ระบุวัน- เวลา เที่ยวบิน สายการบินที่ จำเลยเดินทางและกลับ รวมทั้งไม่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาของบุตรว่า ศึกษาสถาบันใด ตั้งอยู่ที่ใด ประกอบกับการยื่นหนังสือลากิจของจำเลยต่อราชการที่นำมาแสดงต่อศาลพบว่า ได้ยื่นหลังจากจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาแล้ว จึงเชื่อว่าจำเลยมีพฤติกรรมจงใจไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา จึงให้ออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษาต่อไป และนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 19 มิ.ย.50 เวลา 09.00 น.
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ศาลอาญายังได้ออกหมายจับเสธ.แดง อีกคดีหนึ่งด้วย เนื่องจากไม่เดินทางมาฟังการพิจารณาในนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกคดีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ รักษาการ ผบ.ตร.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง เสธ.แดง , นายไพฑูรย์ สุนทร บก.หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ นายประชา เหตระกูล บก. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา
สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 21 ก.พ.49 เสธ.แดงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกล่าวหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่า ในการบุกจับบ่อนพนัน ปอ ประตูน้ำ ได้บังคับผู้ต้องหาซึ่งเป็นนักพนัน 33 คน ให้การปรักปรำนายไพโรจน์ ธรรมพินิจ หรือ ปอ ประตูน้ำ รวมทั้งยังกล่าวหาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เปิดบ่อนการพนันลอยฟ้าด้วย โดยวันดังกล่าว เสธ.แดง และทนายความ ไม่ได้เดินทางมาศาล และไม่ยื่นคำร้องใด ๆ เพื่อขอเลื่อนการพิจารณาหรือขอสืบพยานลับหลังจำเลย ขณะที่จำเลยที่ 2-3 และทนายความเดินทามาศาลพร้อมฟังหารพิจารณาคดี
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติกรรมที่จะประวิงเวลาพิจารณาคดี ซึ่งคดีนี้ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานต่อเนื่องโดยจำเลยทราบวันนัดแล้วไม่เดินทางมาฟังการพิจารณาคดี จึงให้ออกหมายจับจำเลยเพื่อฟังการพิจารณาคดีต่อไป โดยนัดสืบพยานโจทก์อีกครั้งวันที่ 26 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
