สองโจรอ้วนผอมพร้อมอาวุธครบมือบุกปล้นร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สันนิฐานคนร้ายน่าจะเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง หรือเคยทำงานในร้านสะดวกซื้อเพราะรู้จักที่เก็บเงินเป็นอย่างดีเมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 1 มิ.ย. พ.ต.ท.วิศิษฐ์ สืบศรี พนักงานสอบสวนสภ.ต.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุสองคนร้ายสองคนใช้อาวุธปืนบุกปล้นร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาบวกครก ตั้งอยู่ถนนสายเชียงใหม่ - สันกำแพง เลขที่ 135/5 หมู่ที่ 2 ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังจากได้รับแจ้งเหตุจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
สอบปากคำนายอนุชา มาคำ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 3 ต.บ่อสลี อ. ฮอด จ.เชียงใหม่ หนึ่งในพนักงานภายในร้านได้ให้การว่า ขณะที่พวกตนกำลังดูแลและตรวจเช็คของภายในร้าน ซึ่งในขณะนั้นลูกค้าได้ออกจากร้านไปหมดแล้ว ได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน รูปร่างท้วม 1 คน รูปร่างผอม 1 คน ทั้งสองคนแต่งกายสวมเสื้อกันหนาวสีดำ สวมถุงมือสีดำ กางเกงยีนส์ สวมหมวกกันน็อคสีขาวแดงแบบเต็มใบ ในมือถืออาวุธปืนคนละกระบอก วิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับใช้อาวุธปืนข่มขู่ให้พวกตนเปิดตู้เก็บเงินให้
ซึ่งเป็นที่สังเกตุว่าคนรายนั้นรู้จักที่เก็บเงินเป็นอย่างดี ตนนั้นกลัวจึงทำตามคำสั่งโดยตนเปิดตู้เก็บเงินตามคำสั่ง โดยคนร้ายที่มีรูปร่างท้วมจะพูดสำเนียงคนภาคกลาง ส่วนคนร้ายอีกคนรูปร่างผอมจะพูดสำเนียงภาคเหนือ หลังคนร้ายได้เงินไปจำนวนประมาณ 14,000 บาท ได้รีบวิ่งออกนอกร้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์สีออกมืดไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ขี่หลบหนีมุ่งหน้าไปทางอำเภอสันกำแพง จ.เชียงใหม่ หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับกุมคนร้ายตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าน่าจะหลบหนีแต่ก็ไม่พบอย่างใด
พ.ต.ท.วิศิษฐ์ สืบศรี พนักงานสอบสวน กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ น่าจะเคยมาสังเกตุการณ์หรือดูลาดเลาไว้แล้ว อีกทั้งช่วงก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่คนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ตัวไม่เปียกฝน จึงมั่นใจว่า น่าจะอยู่ใกล้ๆ กับจุดเกิดเหตุ หรือมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อเห็นว่าในร้านไม่มีลูกค้า จึงได้ลงมือก่อเหตุ
นอกจากนี้ที่คนร้ายรู้ว่าร้านเก็บเงินไว้ที่ไหนบ้าง ดูจากพฤติกรรมแล้วน่าจะเคยทำงานที่ร้านเซเว่นมาก่อน หรืออาจจะเคยก่อเหตุปล้นร้านสะดวกซื้อแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จากนั้นได้อาศัยความมืดหลบหนีไป อย่างไรก็ตาม จะได้ให้ชุดสืบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
