เล็งอุทธรณ์โทษย้อนหลัง ปธ.กกต.ชี้ต้องเปลี่ยนชื่อโพลท่วมท้นหนุนสั่งยุบเราสู้ -นายจาตุรนต์ ฉายแสง พร้อมด้วยแกนนำพรรคไทยรักไทยเดิม จับมือประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันทำงานการเมืองต่อไปภายใต้ชื่อกลุ่มไทยรักไทย แม้ตุลาการรธน.จะสั่งยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เมื่อวันที่ 31 พ.ค.
แม้วร่อนแถลงการณ์จากลอนดอน ขออภัยที่นำพรรคไทยรักไทยมาจนโดนยุบอย่างไม่คาดคิด จาตุรนต์ยันต้องอุทธรณ์คำตัดสิน ไม่ยอมรับประเด็นลงโทษย้อนหลังตามคำสั่งคปค. โดยจะศึกษาคำวินิจฉัยส่วนบุคคลของประธานศาลฎีกาที่ไม่เห็นด้วยกับโทษย้อนหลัง ฟุ้งยังมีอดีตส.ส.ถึง 177 คนตอบรับหนุนพรรคต่อไป เตรียมตั้งพรรคใหม่ในชื่อไทยรักไทยเหมือนเดิม พร้อมดึงลูกๆ-ญาติพี่น้องแกนนำที่ถูกห้ามเล่นการเมืองขึ้นมาแทน มาร์กหนุนให้กลับมาใช้ชื่อไทยรักไทยอีก ส่วนปชป.จะพิจารณารับเด็กเก่าทรท.เป็นรายตัว ไม่รับรายกลุ่ม ทางด้านโพลสำรวจพบคนหนุนคำตัดสินตุลาการรัฐธรรมนูญท่วมท้น
-177อดีตส.ส.ยังไม่ทิ้งไทยรักไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พร้อมด้วยแกนนำกลุ่มไทยรักไทย ซึ่งเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสินให้เพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี อาทิ นายปองพล อดิเรกสาร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายอดิศร เพียงเกษ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ทยอยเดินทางมาที่สำนักงานกลุ่ม อาคารนวสร ถนนพระราม 3 เพื่อหารือถึงทิศทางการทำงานในอนาคต โดยส่วนใหญ่ยังมีสีหน้าไม่สู้ดี และยังคงมีประชาชนที่สนับสนุนมาปักหลักให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และพยายามร่วมกันร้องเพลงรำลึกถึงพรรคไทยรักไทยและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรค ด้วยอาการเศร้าโศก อย่างไรก็ตาม ในช่วงสายได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด ทำมุมตรงกับอาคารสำนักงานกลุ่ม ทำให้กองเชียร์บางคนที่กำลังนั่งร้องไห้ ชวนกันดูด้วยความสนใจ โดยวิจารณ์กันว่าเป็นลางบอกเหตุที่ดี แสดงว่าพรรคไทยรักไทยจะกลับมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด มีผู้บริหารและอดีตส.ส.ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ ที่ไม่โดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง แสดงเจตจำนงร่วมอุดมการณ์กับกลุ่มไทยรักไทยเพื่อทำงานทางการเมืองต่อไป ร่วมลงชื่อแล้ว 177 คน ประกอบด้วยผู้บริหารและอดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ 18 คน อดีตส.ส.เขตปี 2548 149 คน แยกเป็น กทม. 17 คน ภาคกลาง 27 คน ภาคเหนือ 46 คน ภาคอีสาน 69 คน
-อ๋อยอาสาเป็นแกนนำรวมกลุ่มใหม่
นายจาตุรนต์ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดตั้งกลุ่มไทยรักไทยและอนาคตทางการเมืองว่า จะหารือเพื่อวางแผนการทำงานร่วมกันว่าจะทำอะไรบ้าง เรื่องเร่งด่วนคือต้องรวมกันเป็นปึกแผ่น การตั้งกลุ่มนั้นได้เตรียมไว้แล้ว ตนจะอาสาเป็นแกนนำชั่วคราวก่อน ขณะนี้ต้องเสนอให้รัฐบาลยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 เป็นอันดับแรก เพื่อตั้งพรรคใหม่ได้ ตรงนี้เป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถเรียกร้องได้ ทั้งนี้จะเน้นย้ำกับประชาชนและผู้สนับสนุนพรรคให้อยู่ในความสงบ อดทน มีเหตุผลในการแก้ปัญหาของชาติ แม้สภาพที่เกิดขึ้นนี้จะมาจากฝีมือเผด็จการ แต่เราจะต่อสู้ในแนวทางประชาธิปไตยคือสนับสนุนกลุ่มไทยรักไทยให้กลับมาเป็นพรรคให้ได้โดยสันติวิธี จะยึดมั่นในหลักการนี้ต่อไปโดยไม่มีการเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจด้วยความรุนแรง เพราะไม่มีประโยชน์กับฝ่ายใด โดยเฉพาะกลุ่มไทยรักไทย เราจะทำงานการเมืองโดยยึดระบบรัฐสภาแน่นอน จะตั้งพรรคเพื่อไปเลือกตั้งให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะรับอดีตส.ส.ที่ลาออกจะกลับมาร่วมงานกับกลุ่มหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า มันเร็วไป เพราะการเจอเรื่องไม่คาดคิดแบบนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ขอให้ทุกคนค่อยๆคิด ยอมรับว่าตนเตรียมความคิดเรื่องนี้ไว้บ้าง แต่ผลที่ออกมามันผิดคาดมาก ฉะนั้นต้องค่อยๆปรับความคิดเพื่อแก้ปัญหา แต่ยินดีที่ทุกคนมีส่วนป้องกันปัญหาและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยไม่เว้นวรรค เมื่อถามว่าใครจะขึ้นมาเป็นหัวหน้ากลุ่ม นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือ ต้องคุยกันเป็นทีมทีละขั้นตอน และในสัปดาห์หน้าจะคุยกันในรายละเอียด เมื่อถามว่าแกนนำส่วนใหญ่โดนตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จะทำงานการเมืองอย่างไรต่อไป นายจาตุรนต์ กล่าวว่า จะไปช่วยปราศรัยและติดโปสเตอร์ โดยแกนนำที่ถูกตัดสิทธินั้นจะหารือกันเพิ่มเติม และตนได้รับการติดต่อกับอดีตส.ส.ที่ลาออกจากพรรคไปแล้วว่ายินดีมาร่วมหารือ
-ลั่นขออุทธรณ์-ไม่ยอมรับโทษย้อนหลัง
เมื่อถามว่าจะยื่นนิรโทษกรรมกรณีของกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ หลังจากนักวิชาการระบุว่าสามารถทำได้ นายจาตุรนต์กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดกันในเรื่องนี้ แต่คิดว่าจะยื่นอุทธรณ์ เพราะการนำประกาศคปค.ฉบับที่ 27 มาบังคับใช้เพื่อลงโทษย้อนหลังนั้นทำไม่ได้ เพราะไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้อง แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาวิธีเพื่อทำให้ความยุติธรรมกลับมา สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำลายหลักนิติธรรมของประเทศ การออกกฎหมายย้อนหลังและลงโทษให้หนักกว่าเดิม โดยอ้างว่าการตัดสิทธิทางการเมืองไม่ใช่โทษอาญา แต่กลับมีความรุนแรงกว่า อีกทั้งกระทำภายหลังนั้น เหตุที่เกิดขึ้นมาจากคนเพียงบางคน แต่กลับลงโทษแบบเหมารวม กฎหมายที่เกิดขึ้นจากคณะยึดอำนาจที่เขียนขึ้นมาลงโทษนักการเมืองโดยอ้างว่ามีการล้มล้างประชาธิปไตย ขณะที่โทษของผู้ที่ยึดอำนาจกลับได้รับการนิรโทษกรรม และมีอำนาจในบ้านเมืองต่อไป โดยได้รับการยอมรับ ถือเป็นความโชคไม่ดีของสังคมไทย หลังจากนี้จะขอให้นักการเมืองมาหารือเพื่อขออุทธรณ์โทษ โดยจะศึกษาคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย โดยเฉพาะนายปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลฎีกาที่ไม่เห็นด้วยกับกรณีลงโทษย้อนหลัง
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า เรารู้สึกว่าถูกรังแกมากเหลือเกิน แต่จะอดทน อยากบอกให้สมาชิกอดทน สงบและมีสติ วันนี้สิ่งที่เหนือกว่าความทุกข์ของพรรคคือปัญหาของบ้านเมือง วันนี้เราต้องอดทนมากๆ จะไปแสดงออกหรือทำอะไรที่มันจะเป็นเครื่องมือให้เขาสร้างความวุ่นวายไม่ได้ เราไม่ต้องการให้ตัวเราเองเป็นข้ออ้างหรือเป็นเครื่องมือให้เขามาทำอะไรในการบริหารอำนาจอีกครั้งหนึ่ง และสิ่งที่ต้องทำมากที่สุดคือการน้อมรับพระราชดำรัส และทำตัวเป็นคนดีต่อไป ชะตากรรมที่เราถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เราจำเป็นต้องน้อมรับตรงนี้ก่อน เรามั่นใจว่า 9 ปีที่เราทำมา ไม่เคยคิดชั่วต่อบ้านเมือง ไม่เคยทำผิดคิดร้าย ปุถุชนมนุษย์มันมีทำผิดทำพลาดได้ ซึ่งเราก็แก้ไข เรายังเชื่อว่านโยบายต่างๆของเรายังเป็นประโยชน์ต่อประชาชน สมาชิกที่ยังเหลืออยู่ถ้าเขาจะทำต่อมันก็เป็นสิ่งที่ดี จะเป็นโอกาสพัฒนาพรรคไทยรักไทยให้เป็นสถาบันต่อไป ถึงแม้จะต้องเดินผ่านขวากหนามอีกเยอะ แต่ถ้ามุ่งมั่นแบบนี้คิดว่าเราสามารถเป็นพรรคไทยรักไทยที่เป็นสถาบันได้ในอนาคต
-หน่อยเผยแม้วต่อสายให้กำลังใจ
เมื่อถามว่ากรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะมาจากไหน คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมาจากคนในพรรคด้วยกัน อีกส่วนหนึ่งคงเป็นคนใหม่ๆที่เป็นนักวิชาการ ขณะนี้ติดต่อเข้ามาเยอะมากแล้วว่าพร้อมช่วย ส่วนตัวดีใจที่สมาชิกพรรคยังเหนียวแน่น พวกเรา 200 กว่าชีวิตที่ลงชื่อจะทำงานด้วยกันแม้รู้ว่าพรรคถูกยุบแล้ว บางคนอาจไม่สามารถมาทำงานการเมืองในตำแหน่งต่างๆ ได้ แต่พร้อมร่วมทุกข์ร่วมสุข และอยากบอกประชาชนว่าวันนี้อำนาจปล้นพวกเราไปได้แต่เพียงชื่อเพียงภายนอกเท่านั้น แต่ร่างกายจิตวิญญาณ หัวใจของเรายังขอทำให้กับประชาชนต่อไป โดยไม่มีตำแหน่ง สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตำแหน่งก็คือการเป็นผู้รับใช้ในหัวใจประชาชน ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าประชาชนจะยังให้การสนับสนุนพรรคไทยรักไทย แม้จะเปลี่ยนเป็นชื่ออื่นหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า คิดว่าตัวตนมันอยู่ที่อุดมการณ์กับตัวนโยบาย เมื่อถามว่าได้มีการหารือกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เมื่อคืนนี้มีการคุยกันหลายคน อดีตนายกฯก็ให้กำลังใจ เราต่างคนต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
สิ่งที่ท่านขอคือท่านบอกว่าพวกเราอย่าห่วงตัวเรา แล้วก็คิดว่าพวกเราถ้ามีความมุ่งมั่นและมั่นใจว่าทำดีมาโดยตลอด เราสามารถฟันฝ่าอุปสรรคตรงนี้ไปได้ แต่สิ่งที่ท่านอดีตหัวหน้าพรรคได้ฝากคือ ขอให้เราห่วงบ้านเมืองและทำเพื่อบ้านเมืองเยอะๆ ให้บอกสมาชิกให้อดทน แล้วการเสียสละครั้งนี้ให้เสียสละเพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขให้บ้านเมืองไปได้ แล้วน้อมฟังพระราชดำรัสและถวายความจงรักภักดีให้มากที่สุด สิ่งที่ท่านฝากไว้ก็มีตรงนี้ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
-ดึงรุ่นลูกขึ้นมาแทนแกนนำเก่า
นายปองพล อดิเรกสาร อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า พรรคจะทำกิจกรรมทางการเมืองต่อไปโดยเฉพาะการเตรียมการเลือกตั้ง โดยจะมีสมาชิกนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นรุ่นลูกเข้ามาสนับสนุนเสริม ซึ่งขณะนี้มีการแสดงเจตจำนงที่จะอยู่กับพรรคไทยรักไทย 100 กว่าคน วันนี้บรรยากาศทางการเมืองของพรรคยังมีความคึกคัก โดยอดีตแกนนำของพรรคมีการติดต่อกันอยู่ตลอด โดยเฉพาะเมื่อมีการตัดสินยุบพรรคและตัดสิทธิ์เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค ได้มีอดีตส.ส.ติดต่อมาที่ตนว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือและร่วมงาน เนื่องจากรู้สึกว่าถูกกดดัน ซึ่งการที่พรรคถูกยุบแทนที่จะสิ้นสลาย แต่กลายเป็นว่ามารวมตัวอีกครั้งของอดีตส.ส.ที่กระจัดกระจายออกไป มีความเหนียวแน่นมากขึ้น ซึ่งกลุ่มที่ติดต่อกันบ้างแล้วมีทั้งกลุ่มมัชฌิมาและกลุ่มธรรมาธิปไตย
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง คณะทำงานฝ่ายการเมืองและกฎหมาย พรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ในส่วนของตุลาการรัฐธรรมนูญไม่มีขั้นตอนของการอุทธรณ์ แต่เราจะดูในเรื่องการลงโทษตามประกาศคปค.ย้อนหลัง จะดูในเรื่องการใช้กระบวนการทางศาลเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมโดยเฉพาะผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ ขอเรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์ให้ต่อสู้กับเผด็จการ และช่วยจี้ให้รัฐบาลยกเลิกประกาศคปค.ด้วย อย่าหลงระเริงกับสิ่งที่ได้รับวันนี้ มิฉะนั้นเราจะมองว่าพรรคประชาธิปัตย์เหมือนนอมินีให้กับคนที่ยึดอำนาจมา วันนี้แม้ไทยรักไทยไม่ได้เป็นพรรคการเมือง แต่การเรียกร้องเสรีภาพของประชาชนและประชาธิปไตย ต้องทำต่อไป หากจำเป็นต้องจัดชุมนุมที่ไหนก็จะทำโดยสันติไม่ใช้ความรุนแรง หากความรุนแรงเกิดขึ้นแสดงว่ามีคนสร้างสถานการณ์และให้พรรคไทยรักไทยเป็นแพะรับบาป
-ยื่นตั้งพรรคใหม่-ยังใช้ชื่อไทยรักไทย
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ แกนนำกลุ่มธรรมาธิปไตย ในฐานะอดีตกรรมการบริหารพรรค กล่าวว่า ส่วนตัวได้โทรศัพท์หานายจาตุรนต์ เพื่อแจ้งว่าเราคงต้องหารือและช่วยประสานงานกัน สิ่งที่สำคัญวันนี้คือเราต้องหาแนวทางเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ การจะจับชิ้นส่วนที่แตกสลายขึ้นมาแล้วก็มารักษาสมานแผลของประเทศ ไม่ใช่ของพรรค เพื่อให้ประเทศก้าวหน้าต่อไปได้ในแนวทางที่สร้างสรรค์และแนวทางที่เป็นสันติวิธีที่สำคัญที่สุด แต่ต้องรักษาความเป็นธรรมและความเป็นประชาธิปไตยของเมืองไทยไว้ ส่วนกลุ่มธรรมาธิปไตยจะกลับมารวมกับกลุ่มไทยรักไทยหรือไม่นั้น ขอหารือกับนายจาตุรนต์ก่อน เมื่อถามถึงท่าทีของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคว่าจะเป็นอย่างไร นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายสมคิด คงต้องมีการหารือกันต่อไป
จากนั้นนายจาตุรนต์ พร้อมแกนนำพรรค ได้ร่วมกันแถลงจุดยืนว่าจะเดินหน้าต่อไปภายใต้ชื่อไทยรักไทย โดยเตรียมยื่นขอจดทะเบียนตั้งพรรคใหม่แต่ชื่อเดิม ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ แม้ถึงจะประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้วแต่ก็พร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกัน (อ่านรายละเอียดน.6 )
-อดิศรจวกคำวินิจฉัยแรมพิศวาส
นายอดิศร เพียงเกษ แกนนำกลุ่มไทยรักไทย และอดีตรักษาการกรรมการบริหารพรรค กล่าวว่า วันนี้พวกเราคุยกันหลายเรื่องหลังจากแพแตกตามที่หลายคนกล่าวถึง แต่วันนี้เราเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของพรรคไทยรักไทย ยิ่งกดก็ยิ่งมีแรงดัน เหตุการณ์การเมืองในอดีตหลายครั้งที่ผ่านมา เมื่อประชาชนโดนกดโดยสายตาของผู้ปกครอง จะทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันเสมอ ซึ่งคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ไม่เหมือนศาลยุติธรรม ศาลแพ่ง หรือศาลอาญา โดยไม่มีบทละเมิดศาลใดๆ จากการหารือของพรรคเมื่อคืนวันที่ 30 พ.ค. มีความคิดเห็นตรงกันว่าคำวินิจฉัยลงโทษพรรคไทยรักไทยหนักเกินไป จนพรรคคาดไม่ถึงว่าวงการนิติศาสตร์จะเพลี่ยงพล้ำดำบอดถึงขนาดนั้น เขียนคำวินิจฉัยยิ่งกว่าละครน้ำเน่า แรมพิศวาส ที่ยังฆ่าฟัน ตบตีกันหน้าเวที แต่นี่ยิ่งกว่าแรมพิศวาสเสียอีก คำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะถูกวิจารณ์จากนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายจาตุรนต์แถลงข่าวเสร็จสิ้น ประชาชนที่มาร่วมฟังการแถลงต่างตะโกนพร้อมกันว่า ขอให้กำลังใจและขอให้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จากนั้นแกนนำกลุ่มไทยรักไทยและอดีตส.ส.ได้พร้อมกับจับมือและชูมือขึ้น ก่อนตะโกนพร้อมกับประชาชนที่มาฟังการแถลงข่าวว่า ไทยรักไทยสู้ๆ จาตุรนต์สู้ๆ ทักษิณสู้ๆ คมช.ออกไป
-เผยแม้วเขียนแถลงการณ์ถึงตีสาม
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรัล โซฟิเทล นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและตระกูลชินวัตร แถลงภายหลังตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยว่า ขอแสดงความเสียใจกับสมาชิกพรรคไทยรักไทยทุกคน และขอแสดงความยินดีกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่พรรคยังไม่ถูกยุบ เราคาดไว้แล้วว่าเมื่อมีการปฏิวัติยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญพ.ศ.2540 เขียนรัฐธรรมนูญของตัวเองให้มีตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็คาดอยู่แล้วว่าชะตากรรมของพรรคไทยรักไทยต้องเป็นเช่นนี้ การยุบพรรคไทยรักไทยยังเป็นความปรารถนาที่แรงกล้าของคนบางกลุ่ม
นายนพดลกล่าวว่า คดียุบพรรคจะเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชนผู้รักความเป็นธรรมและนักกฎหมายอีกนาน ใน 3 ประเด็นคือ 1.ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของทั้ง 2 คดี มีความเท่าเทียมกัน มีมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ 2.พรรคไทยรักไทยต้องรับผลจากการกระทำของกรรมการบริหารพรรคมากน้อยเพียงใด หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือหลักกฎหมายที่บอกว่าบุคคลต้องรับผิดในการกระทำของตัวเอง เราจะขยายขอบเขตไปมากน้อยเพียงใด 3.โทษของการยุบพรรค ซึ่งเปรียบเสมือนโทษประหารชีวิตได้สัดส่วนหรือไม่ เมื่อเทียบกับการกระทำผิด หรือเทียบกับหากมีการกระทำผิดของกรรมการบริหาร ซึ่งเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล 4.มันมีความเป็นธรรมกับสมาชิก 14 ล้านคน ที่จะต้องรับเคราะห์กับการกระทำของปัจเจกบุคคลหรือไม่
นายนพดลกล่าวว่า เมื่อมีคืนเดือนมืดก็มีรุ่งเช้าที่สว่าง แต่เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบและต่อสู้ไปตามแนวทางสันติวิธี พ.ต.ท.ทักษิณเองได้ติดตามการพิจารณาของตุลาการรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง เมื่อทราบผล ก็ได้นั่งเขียนแถลงการณ์ส่วนตัวในเหตุการณ์สำคัญนี้ จนถึงตีสามกว่าซึ่งแถลงการณ์มีใจความว่า
-ขออภัยสมาชิกพบสิ่งไม่คาดคิด
ที่กรุงลอนดอน กราบเรียน พี่น้องประชาชนและสมาชิกพรรคไทยรักไทยที่รักและเคารพทุกท่าน อนุสนธิจากคำตัดสินของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งโดยคำสั่งของคณะปฏิวัติให้ยุบพรรคไทยรักไทยและห้ามผมและกรรมการบริหารทั้ง 111 คนดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปีนั้น ในฐานะที่ผมเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งและทำหน้าที่หัวหน้าพรรคจนมาถึงมีการปฏิวัติ ผมต้องขอกราบอภัยต่อสมาชิก กรรมการบริหารและผู้สนับสนุนพรรคทุกท่านที่ต้องมาพบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ผมขอน้อมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในฐานะที่นำพรรคมาพบจุดนี้ ผมเชื่อว่าการตัดสินทางการเมืองครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่จะต้องถูกนำไปศึกษา วิจารณ์ และวิจัย ในทางวิชารัฐศาสตร์ กฎหมาย สังคมศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ไปจนชั่วลูกชั่วหลาน
เราทุกคนมีความสำนึกต่อแผ่นดินเกิด มีความรักและความห่วงใยเพื่อนร่วมชาติที่ยังไม่แข็งแรงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม เรายังต้องเสียสละกันต่อไป ถึงแม้ว่าผมจะประกาศวางมือทางการเมืองไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมก็ยังอยากเรียกร้องให้สมาชิกทั้งหลายได้รวมตัวกันดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป โดยเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต เก็บสิ่งดีๆ ไว้เพื่อจะได้สร้างชาติให้เจริญทันโลก ไม่หันหลังให้โลกเพื่ออนาคตลูกหลานไทยต่อไป
ผมขอกราบขอบพระคุณและขออภัย ต่อสมาชิกพรรค คณะกรรมการบริหารและผู้สนับสนุนมา ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง และขอเรียกร้องให้คมช. และรัฐบาลซึ่งน่าจะสบายใจแล้วได้จัดการเลือกตั้งและคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชนโดยเร็ว เพื่อความเชื่อมั่นและศักดิ์ศรีประเทศจะกลับคืนสู่ประเทศไทยต่อไป ด้วยความเคารพรัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 30 พ.ค. 50
-จะกลับประเทศเมื่อศาลเรียกตัว
ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงความเห็นต่อการพิจารณาคดียุบพรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร นายนพดลกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณแสดงความเสียใจ และสะเทือนใจในคำตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย ที่แม้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะประกาศวางมือไปแล้ว แต่การยุบพรรคพร้อมกับตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเหมือนกับเป็นการประหารชีวิต ภายหลังจากทราบผลตัดสินก็ได้โทรศัพท์มาให้กำลังใจนายจาตุรนต์ คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมด้วยแกนนำคนอื่นๆ ว่าให้สู้ต่อไป ซึ่งเป็นคำพูดเช่นเดียวกับแถลงการณ์วันนี้ ที่แม้ว่าพรรคไทยรักไทยจะไม่ได้เป็นพรรคการเมืองแต่ยังสามารถทำงานทางการเมืองตามเจตนารมณ์ของพรรคต่อไปได้ ส่วนแผนการเดินทางกลับประเทศไทยยังไม่มีแผนในขณะนี้ แต่ยืนยันว่าปัจจัยหลักที่เป็นเงื่อนไขในการเดินทางกลับประเทศไทยคือคำสั่งศาล ที่จะมีหมายเรียกกลับมาต่อสู้คดีการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาฯ ซึ่งจะมีความใกล้เคียงที่สุดที่จะกลับประเทศ
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้คุยกับนายจาตุรนต์ เรื่องจะอุทธรณ์ต่อศาลในคดียุบพรรคหรือไม่ นายนพดลตอบว่า ไม่ได้คุย เพราะท่านจะไม่ยุ่งกับการเมืองและถือเป็นเรื่องของนายจาตุรนต์ว่าจะทำอย่างไร ต่อข้อถามที่ว่าการตัดสินครั้งนี้จะเชื่อมโยงและสะท้อนถึงคดีอื่นๆ ด้วยหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า ไม่ได้ประเมินเพราะไม่คิดว่าจะมีผลเชื่อมโยงต่อคดีที่มีการกล่าวหาพ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากเป็นคนละศาล และที่สำคัญทีมทนายได้เตรียมพร้อมด้านพยานหลักฐานในการต่อสู้คดีอย่างดีที่สุด
-ชาติไทย-มหาชนรุดมอบดอกไม้ปชป.
ทางด้านความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกัน ได้มีสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ มาให้กำลังใจ พร้อมทั้งแกนนำพรรคต่างๆ อาทิ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย นายอรรคพล สรสุชาติ รองหัวหน้าพรรคมหาชน นำกระเช้าดอกไม้ในนามพรรคมาแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่นายอำนวย กลิ่นอยู่ ประธานสมาพันธ์คนพิการผู้ค้าสลากแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นำดอกไม้มาแสดงความยินดีด้วย
เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงอดีตพรรคร่วมฝ่ายค้านจะนัดหารือถึงการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองว่า หลังจากพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชนเดินทางกลับจากต่างประเทศคงจะนัดหารือกัน เพราะเคยคุยกันไว้ว่าในสถานการณ์การเมืองที่ยังมีประเด็นปัญหา ต้องปรึกษาหารือกันในฐานะเคยทำงานร่วมกันมาก่อน หลังจากมีคำวินิจฉัยยกฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งพล.ต.สนั่นและนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดี โดยขณะนั้นยังไม่ทราบข่าวเรื่องคำวินิจฉัยของพรรคไทยรักไทย
เมื่อถามถึงตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยและห้ามกรรมการบริหารพรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอไม่วิจารณ์คำวินิจฉัยของคณะตุลาการฯ เพราะเราน้อมรับคำวินิจฉัยทั้งสองคดี แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะพูดคือในฐานะนักการเมืองอยู่ในระบบพรรค รู้สึกเห็นใจผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทย แม้จะจริงอยู่ที่คณะตุลาการฯพูดว่าคณะกรรมการบริหารกับสมาชิกพรรคต้องรับผิดชอบ แต่สิ่งสำคัญสำหรับบ้านเมืองที่จะเดินต่อไปคือเวลานี้เราต้องการแก้ไขปัญหาของประชาชนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และความไม่สงบในบ้านเมือง หลายคนใช้คำรวมๆว่าขาดความเชื่อมั่นและมีความคาดหวังต่อการเลือกตั้งสูง แต่การเลือกตั้งจะตอบสนองความคาดหวังได้ จะต้องมีกติกาที่เป็นประชาธิปไตยและประชาชนต้องมีทางเลือกที่หลากหลาย ดังนั้น สิ่งที่อยากจะขอให้รีบพิจารณาคือการเปิดโอกาสให้การจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ทำได้เร็วที่สุด
-อภิสิทธิ์หนุนไทยรักไทยใช้ชื่อเดิม
ไม่เพียงแต่ภาพรวมว่าคนที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองมาก่อนควรมีโอกาสเสนอตัวเข้ามาในช่วงเวลาซึ่งเราบอกว่าอีก 6 เดือนจะเลือกตั้ง ส่วนกลุ่มไทยรักไทยเขาควรมีสิทธิ์ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่จะรวมตัวกันจัดตั้งพรรคขึ้นมา และขอยืนยันจุดยืนที่พูดไว้ก่อนหน้าการตัดสินว่าเขาต้องมีสิทธิใช้ชื่อเดิม อันนี้คือสิ่งที่อยากให้ผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาโดยเร่งด่วน เพราะผมคิดว่าการแสดงท่าทีของแกนนำพรรคไทยรักไทยที่บอกว่าเขาพร้อมเดินแนวการเมืองสันติวิธีโดยวิถีทางรัฐสภา มันควรเป็นท่าทีที่ทุกฝ่ายสนับสนุน การจะไปปฏิเสธหรือปิดช่องทางตรงนี้ มีแต่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสับสนวุ่นวายขึ้น ฉะนั้นภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือช่วยกันทำอันนี้ เพราะเหนือสิ่งอื่นใดคือ เราเชื่อว่าประชาธิปไตยจะมาแก้ปัญหาของประชาชน แต่เงื่อนไขของประชาธิปไตยคือทั้งรัฐธรรมนูญและสภาพการแข่งขันทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ต่อข้อถามว่าจะหมายรวมถึงการยกเลิกประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)ฉบับที่ 15 และ 27 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเน้นประเด็นเรื่องการจดทะเบียนพรรคก่อน ส่วนเรื่องกิจกรรมนั้น ทุกฝ่ายเรียกร้องมานานแล้ว แต่ที่ต้องพูดมากเป็นพิเศษคือการเปิดโอกาสให้จดทะเบียนพรรคการเมืองได้ และอย่าไปตั้งแง่เรื่องเล็กๆน้อยๆ และไม่ควรไปปิดทางหรือตัดสิทธิ์สมาชิกทั้งที่เป็นอดีตส.ส. สมาชิกทั่วไปหรือผู้สนับสนุนพรรคที่จะดำเนินงานต่อไป
-เตือนรัฐบาลอย่าเลื่อนจัดเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าหากบรรยากาศการเมืองเป็นเช่นนี้การเลือกตั้งควรเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนดในเดือนธ.ค.หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คิดว่าทุกคนคงมองว่าหากปล่อยให้ความไม่แน่นอนทอดนานออกไปคงไม่ดี แต่หน้าที่ตอนนี้ตกเป็นของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ที่ต้องเร่งให้ได้ข้อยุติในปัญหารัฐธรรมนูญและให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นที่ยอมรับ โดยจุดอ่อนคือจะต้องรับฟังให้มากแล้วแก้ไขให้มั่นใจได้ว่าเป็นกติกาที่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นประชาธิปไตย
ส่วนที่เคยเสนอให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพนัดพรรคและกลุ่มการเมืองมาหารือเพื่อคลี่คลายสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังยืนยันข้อเสนอเดิม และต้องรวมถึงกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เพราะบุคคลเหล่านี้เป็นคนซึ่งมีความผูกพันกับประชาชนจำนวนมาก ดังนั้น จึงควรให้บุคคลเหล่านี้มีส่วนร่วมแสดงความเห็นว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะของความสงบเรียบร้อย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเคยแปรญัตติเพิ่มคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครส.ส.ในมาตรา 96 ว่า เท่าที่ฟังนายจรัญ ภักดีธนากุล รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯเห็นว่าเป็นคนละเรื่องกับคดียุบพรรค แต่ยังไม่ทราบว่าเขียนไว้อย่างไร ส่วนตัวเห็นว่าคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครส.ส.เดิมก็เพียงพออยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นการป้องกันการซื้อเสียง ถือเป็นประเด็นใหม่ที่เจตนารมณ์ดี แต่ยังไม่ชัดว่าที่จะเสนอจริงๆคืออะไร แต่ไม่ควรจะนำประเด็นนี้ไปผูกพันกับเรื่องของคดียุบพรรคที่ผ่านพ้นไป
-พร้อมรับคนไทยรักไทยเป็นรายตัว
เมื่อถามถึงมาตรการในดูแลความปลอดภัยคนในพรรคประชาธิปัตย์หลังจากที่พ้นคดียุบพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีใครอยู่ในความประมาท แต่หวังว่าสิ่งที่แกนนำพรรคไทยรักไทยพูดเอาไว้ว่าจะยึดมั่นในสันติวิธี คือสิ่งที่ดำเนินการ หากเป็นเช่นนั้นก็จะลดปัญหาลงได้มาก แต่แน่นอนว่าอาจจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรง อาจมีวาระแอบแฝง แต่ข้อเสนอที่บอกให้เอานักการเมืองที่เป็นแกนนำสำคัญมาพูดคุยกัน ก็เพื่อบอกว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการแนวทางรุนแรง และหากคนส่วนใหญ่มีความชัดเจนว่าไม่ต้องการแนวทางนั้น คิดว่าหากจะมีคนต้องการสร้างวุ่นวายด้วยเจตนาอะไรก็แล้วแต่ จะประสบความสำเร็จได้ยาก
ต่อข้อถามถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งอยู่ที่การยกเลิกคำสั่งคปค.ฉบับที่ 15 และ27 ขณะเดียวกันงานที่พรรคทำอยู่ก็จะเดินหน้าต่อไป ทั้งเรื่องนโยบายพรรคและการเตรียมหาคนลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค เมื่อถามถึงการรับอดีตส.ส.จากพรรคไทยรักไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคพิจารณาเป็นรายบุคคลโดยไม่ได้ปิดกั้นและไม่พิจารณาเป็นกลุ่ม ไม่รับเงื่อนไขรับเป็นกลุ่ม
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนและให้กำลังใจตลอดมา และยืนยันจะผลักดันนโยบายต่างๆให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
-ชวนห่วงคนเกี่ยวข้องอย่าประมาท
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่น้อมรับฟังคำวินิจฉัยดังกล่าว ส่วนตัวคิดว่าไม่น่ามีความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ควรระมัดระวังด้วย เพราะอาจมีคนที่ยังไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรประมาท โดยเฉพาะกรณีคลื่นใต้น้ำที่เคยเกิดขึ้น ทั้งนี้ ตนคงไม่บังอาจไปแนะนำพรรคไทยรักไทย เพียงแต่แสดงความเห็นใจ และอยากเตือนทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่นว่า หากจะทำอะไรต้องยึดความถูกต้อง อย่าหวังผลระยะสั้นเพราะจะมีผลตามมาภายหลัง
ส่วนการดำเนินการทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้น นายชวน กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ที่จะดำเนินการ คงไม่จำเป็นต้องให้คำแนะนำใดๆเพิ่มเติมนอกจากคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เพราะนายอภิสิทธิ์เป็นผู้มีความสามารถและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพแล้ว แม้ว่าพรรคจะชนะคดียุบพรรค ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคู่แข่ง ดังนั้นทำอะไรต้องยึดความถูกต้องและอย่าลำพอง
-เทือกชูมาร์คเจ๋งจบออกซ์ฟอร์ด
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้เป็นพรรคของประชาชน โดยเฉพาะขณะนี้บ้านเมืองบอบช้ำมีปัญหาทั้งเศรษฐกิจและความไม่สงบ จึงต้องเตรียมว่าพรรคจะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำในเวลานี้คือเปิดบ้านให้กว้างให้คนดีมีฝีมือจากสาขาอาชีพต่างๆ ได้เข้ามาร่วมมือกับพรรค ซึ่งไม่ได้หมายถึงเฉพาะในส่วนอดีตส.ส.ของพรรคไทยรักไทย แต่หมายรวมถึงคนหนุ่มสาว หรือนักการเมืองจากพรรคอื่นที่มีแนวคิดตั้งใจที่ต้องการมาทำงานร่วมกับพรรค เราก็รับทั้งนั้น
นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนที่นักธุรกิจเป็นห่วงอยากให้ปรับจุดอ่อนในเรื่องนโยบายและการบริหารงานของพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ขอบคุณสำหรับคำเตือน เพราะเราสำนึกดีว่าต้องปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆ แต่พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ ไม่ล้าสมัยแน่นอน เพราะนายอภิสิทธิ์เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถจบออกซ์ฟอร์ด และมีหัวใจในการแก้ปัญหาบ้านเมือง ดังนั้นนักธุรกิจไม่ต้องกังวลใจ ส่วนที่ห่วงว่าพรรคมีการแบ่งกลุ่มขอยืนยันว่าการแบ่งกลุ่มนั้นเป็นภาพในสมัยเก่าตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช แต่เวลานี้ไม่มีแล้ว ซึ่งเห็นได้จากการเดินร่วมกันของ 3 หัวหน้าพรรค
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ความหมายของคำว่าพร้อมคือพรรคประชาธิปัตย์อาสาประชาชนเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมือง จึงต้องประกาศตัวว่าอาสาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้คนที่สนใจแก้ปัญหาบ้านเมืองเข้ามาร่วมทำงานกับพรรค และหากพรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมาก นายอภิสิทธิ์ก็จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี
-เติ้งชี้จะมีพรรคใหม่-หน.ใหม่โผล่
ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการยุบเพียงพรรคเดียวจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นว่า ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น เพราะรัฐบาลและคมช.และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เตรียมพร้อมทุกเวลาอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าสมาชิกพรรคไทยรักไทยที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารจะทำอย่างไรต่อไป อาจจะเกิดพรรคใหม่และหัวหน้าพรรคใหม่เกิดขึ้นมาก็ได้ ตนตอบไม่ได้ แต่คงไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย เพราะคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญค่อนข้างชัดเจน ละเอียดยิบทุกข้อทุกประเด็น บางทีอ่านทีละข้อใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ในการหักล้างข้อโต้แย้งต่างๆ มันเป็นบทสำคัญที่เราจะต้องศึกษากันต่อไปว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบางทีอาจได้รับผลสะท้อนในภายหลังเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่าที่ระบุว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหมายความว่าอย่างไร นายบรรหารกล่าวว่าคงจะมีพรรคใหม่เกิดขึ้น และหัวหน้าพรรคคงเกิดขึ้นใหม่อย่างแน่นอน แต่จะมีกี่พรรคและเท่าไหร่ยังตอบไม่ได้ ให้รอดูการซื้อขายในตลาดหุ้นวันศุกร์นี้ว่าเขาเชื่อถือแค่ไหนในภาวะการเมืองที่เป็นอยู่ขณะนี้ แต่คิดว่าหุ้นน่าจะขึ้น
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่ากำหนดวันเลือกตั้งยังเหมือนเดิม นายบรรหารกล่าวว่าน่าจะเป็นไปได้ ถ้าหากกรรมาธิการยกร่างฯยอมฟังความคิดเห็นองค์กรต่างๆที่เสนอขึ้นไปและแก้ไข อย่าเปิดช่องแต่ละกลุ่มว่าไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จะมีปัญหาเกิดขึ้น อะไรที่ผิดจากข้อเท็จจริงก็แก้ไขให้ถูกต้อง หลายอย่างน่าจะแก้ไขได้ก็ไม่น่ามีปัญหา เมื่อถามว่ามีความพยายามจะล้มรัฐธรรมนูญ นายบรรหารกล่าวว่าก็มีส่วนหนึ่ง แต่ถ้ารัฐธรรมนูญแก้ไขตามที่องค์กรเสนอขึ้นไปแก้ไขบางสิ่งบางอย่างก็หมดปัญหา เช่นหมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐละเอียดยิบเกินไปก็แก้ไข จำนวนผู้แทนราษฎรมี 400 คนก็ไม่เสียหาย หรือเขตเลือกตั้งจะพวงเล็ก หรือวันแมนวันโหวตก็ได้ ส่วนระบบสัดส่วนคนพูดกันแล้วก็ยังไม่รู้เรื่อง ยิ่งยุ่งกันใหญ่
-คนถูกเว้นวรรคให้ดูแบบเสธ.หนั่น
เมื่อถามว่าแสดงว่าส.ส.ร.ไม่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็น นายบรรหารกล่าวว่าส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการ และท่านก็มีประสบการณ์ด้านทฤษฎี ภาคปฏิบัติไม่มี ไม่เข้าใจเรื่องการเมือง พอเราพูดไปก็ถูกกล่าวหาว่าพรรคการเมืองเห็นแก่ตัว มันก็เลยยาก
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ถูกจับตามองถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมพรรคชาติไทยมีจุดยืนอย่างไร นายบรรหารกล่าวว่าเราไม่น่ามีปัญหา ยังคุยกันอยู่ ส่วนอนาคตค่อยว่ากันอีกทียังตอบไม่ได้ เมื่อถามว่าจะจับมือเป็นพันธมิตรกันเหมือนเดิมหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่ายังคุยกันอยู่เช่นเดียวกัน และได้โทรศัพท์คุยกับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ
ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่าขอยินดีกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ผลคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญยกคำร้อง และขอแสดงความเสียใจกับพรรคที่ถูกยุบทั้ง 4 พรรคและขอให้กำลังใจ เชื่อว่าจะกลับมาขอตั้งพรรคใหม่ในชื่อเดิมได้ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งจะอำนวยความสะดวกให้ และขอให้ทั้ง 4 พรรคเร่งทำรายงานเรื่องทรัพย์สินของพรรคต่อกกต.ภายใน 6 เดือนนี้ คิดว่ากกต.คงดำเนินการได้รวดเร็ว ส่วนที่กรรมการบริหารพรรคถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปีนั้น ขอให้ยกพล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ ที่เคยถูกเว้นวรรค 5 ปี ปัจจุบันก็กลับมาเล่นการเมืองและได้เป็นถึงหัวหน้าพรรคมหาชน ซึ่งได้รับความศรัทธากับประชาชนอย่างมาก
-3อดีตทรท.ในชท.ยังมีตำแหน่งอยู่
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนหวังว่าคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางประเด็น นำไปสู่การยอมรับและผ่านการทำประชามติได้ เมื่อถามว่าพรรคชาติไทยก็ได้รับผลกระทบเพราะมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยย้ายเข้ามา นายสมศักดิ์กล่าวว่ามีอยู่ 3 คนคือ นายสนธยา คุณปลื้ม นางปวีณา หงสกุล และนายสุรสิทธิ์ นิติวุฒิวรลักษณ์ ซึ่งทางพรรคก็ยังให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรคและดำเนินการทางการเมืองได้ เพราะถือเป็นทรัพยากรที่มีค่ากับพรรค ส่วนนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยนั้น ไม่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ เพราะได้ลาออกจากตำแหน่งและสมาชิกตั้งแต่ 8 ส.ค.2548 ก่อนจะเกิดกรณีการฟ้องร้องจึงไม่เกี่ยวกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงนายจาตุรนต์ได้กล่าวปลุกระดมมวลชนหลังทราบผลวินิจฉัยยุบพรรคที่หน้าพรรคไทยรักไทย นายสมศักดิ์กล่าวว่าตนเข้าใจและเห็นใจนายจาตุรนต์ และคุณหญิงสุดารัตน์ที่ถือว่าเป็นแกนนำพรรค ก็ต้องแสดงออกเช่นนี้เพื่อเรียกขวัญกำลังใจ ไม่อยากให้สมาชิกท้อแท้ ซึ่งก่อนที่จะรับฟังคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญก็บอกพร้อมน้อมรับและยึดตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเมื่อคำวินิจฉัยออกมาก็ไม่มีใครแสดงความเห็น เพียงแต่แสดงออกในความเห็น ตนไม่อยากให้มองว่าเป็นการปลุกระดม ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสร้างความแตกแยกและสร้างความหวาดระแวงกัน การที่นายจาตุรนต์ปราศรัยเช่นนั้นเพื่อแสดงออกว่าถึงที่สุดแล้ว
-ระบุรธน.ไม่เปิดช่องให้ยื่นฎีกาได้
เมื่อถามว่ามีแกนนำพรรคไทยรักไทยระบุการยุบพรรคนั้นไม่มีความเป็นธรรม และจะยื่นขอความเป็นธรรมกับศาลฎีกา นายสมศักดิ์กล่าวว่าตุลาการรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว และไม่มีจุดไหนที่จะให้โอกาสไปฎีกาได้ ที่ยื่นฎีกาได้เข้าใจว่าเป็นการเขียนในรัฐธรรมนูญใหม่ และบุคคลที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสามารถร้องฎีกาได้ ทั้งหมดเป็นกติกาที่ร่างในรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่มีผลบังคับใช้ ตอนนี้คงทำได้แค่ให้กำลังใจและการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเชื่อว่าเป็นเพียงความเห็นที่ต้องการหาที่พึ่ง แต่ทุกคนก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนอนาคตของพรรคชาติไทยเราไม่คิดว่าจะมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คิดอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้สังคมกลับคืนภาวะปกติ บ้านเมืองปกครองระบอบประชาธิปไตยสังคมไทยมีความสันติสุข พรรคยังมองการเลือกตั้งกับผลการเลือกตั้งเป็นประเด็นรอง ประเด็นหลักคือการเรียกร้องให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นแก่นของประชาธิปไตย เรียกร้องให้คนในสังคมไทยหันกลับมาสร้างสันติสุขร่วมกัน อย่าแบ่งแยก
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการวิจารณ์ว่านายอภิสิทธ์จะเป็นนายกฯคนต่อไป นานสมศักดิ์กล่าวว่าเวลานี้ทุกคนก็ต้องมองเช่นนั้น เพราะการเพิกถอนสิทธิของนักการเมืองหลายคน ทำให้เหลือนักการเมืองที่จะมองเป็นแคนดิเดตหรือตัวเต็งว่ามาเป็นนายกฯเพียงไม่กี่คน แต่หลังจากนี้ไม่นานจะมีนักการเมืองหน้าใหม่ๆ หรืออาจมีพรรคใหม่เกิดขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นค่อยมาวิจารณ์กันอีกที แต่นาทีนี้ภาพของนายอภิสิทธิ์ค่อนข้างโดดเด่นและได้เปรียบ
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เปิดเผยว่า ที่ตนมีรายชื่อเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และต้องถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 5 ปีนั้น ตนได้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.2548 เพื่อไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งตามกฎหมายคนที่จะเป็นประธาน ต้องไม่เป็นกรรมการบริหารพรรคใดๆทั้งสิ้น จึงต้องลาออก ถือเป็นโชคดีของตนที่ลาออกก่อน ซึ่งกกต.ได้รับรองแล้ว
-จรัญหนุนด้วยยกเลิกคปค.ฉบับที่15
นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ ให้หลักที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแก่สังคมไทยหลายประการ โดยเฉพาะความสำคัญของพรรคว่าเป็นสถาบันหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น ผู้ที่เข้าไปทำงานเพื่อชาติในพรรคการเมือง มีภาระหน้าที่จะต้องช่วยกันดูแล มีความรับผิดชอบ บริหารจัดการให้กิจกรรมของพรรคและสมาชิกพรรค ตั้งอยู่บนหลักการของกฎหมาย และความถูกต้องเป็นธรรม เพื่อเป็นหลักให้กับบ้านเมืองให้ได้ เชื่อว่าถ้ามีการสืบสานต่อ อาจได้สังคมและระบบการเมืองที่ดีขึ้นและเปิดทางให้คนดี คนที่มีความห่วงใยบ้านเมือง กล้าลงมาทำงานทางการเมือง โดยผ่านพรรคการเมืองที่มีคุณภาพได้
นายจรัญกล่าวด้วยว่า พรรคที่ถูกตัดสินให้ยุบพรรค แม้จะไม่มีสิทธิอุทธรณ์เพราะระบบของศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลเดียว วินิจฉัยแล้วก็จบ แต่คิดว่าสังคมไทยน่าจะให้โอกาสแก่คนของพรรคดังกล่าวให้มีที่ยืนอยู่ในสังคม ทำกิจกรรมที่ทำร่วมกันได้ โดยอยากให้ปรับแก้กฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้โอกาสสมาชิกพรรคที่ถูกยุบ ซึ่งไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับการทำผิดพลาดของพรรค ได้มีโอกาสจัดตั้งพรรคขึ้นมาใหม่โดยเร็วที่สุด จะได้ร่วมกันตั้งต้นนับหนึ่งใหม่ ใช้เหตุการณ์ในอดีตเป็นบทเรียนและให้โอกาสร่วมกันทำกิจกรรมทางการเมืองให้กับบ้านเมืองต่อไปให้เร็วที่สุด ซึ่งการแก้กฎระเบียบต้องช่วยกันทุกฝ่าย โดยกฎระเบียบที่จำเป็นต้องปรับปรุงแน่นอนที่สุด คือ ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 15
อันนี้อาจถึงเวลาที่จะได้รับการพิจารณาว่า ควรต้องยกเลิกแล้วหรือยัง การตีความพ.ร.บ.พรรคการเมือง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น่าจะชี้ทางออกให้สังคม เปิดโอกาสให้คนที่ห่วงใยบ้านเมือง คนที่จริงใจต่อบ้านเมืองมีโอกาสเริ่มต้นกิจกรรมใหม่ได้ให้เร็วที่สุด แต่อยู่ในดุลพินิจเด็ดขาดของท่าน และผมมั่นใจว่ากกต.ทั้ง 5 คน มีวิจารณญาณและหาทางออกให้กับประเทศได้ นายจรัญ กล่าว
-แนะควรตีความให้ใช้ชื่อพรรคเดิม
ส่วนที่คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน ที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองด้วยนั้น นายจรัญ กล่าวว่า กฎหมายห้ามไปใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ห้ามการที่จะทำงานให้กับบ้านเมือง คือทั้ง 111 คน อาจจะเสียสละไม่รับตำแหน่งอะไรในทางการเมือง แต่น่าจะทำกิจกรรม ทำประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ให้แก่สถาบันการเมืองและแวดวงการเมืองของประเทศได้
เมื่อถามถึงการขอยื่นจดทะเบียนในชื่อพรรคเดิม นายจรัญ กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีกฎหมายใดที่ห้าม ขึ้นอยู่กับการตีความ และการตีความน่าจะตีความไปในทางที่ส่งเสริม หรือเปิดโอกาสให้คนมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ จะดีกว่าการตีความกฎหมายไปในทางที่กีดกัน
ส่วนการอ่านคำวินิจฉัยที่ค่อนข้างใช้เวลานั้น นายจรัญ กล่าวว่า ในคดีสำคัญๆ ก็มี นานๆ จะมีสักครั้ง แต่อาจจะรวบรัดในเวลาอ่าน โดยไม่อ่านทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ 100-200 หน้า แต่คดีนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนสนใจและประชาชนเคลือบแคลง อาจถูกชี้นำไปในทางใดทางหนึ่ง การอ่านทั้งหมดอย่างละเอียดก็ช่วยบรรเทาปัญหาความไม่เข้าใจของประชาชนได้บ้าง ซึ่งจำเป็น ถึงแม้จะเป็นภารกิจที่ต้องเหนื่อยยาก แต่ผลออกมาคิดว่าคุ้มค่า
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคการเมืองของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่า ถือเป็นการอ่านคำวินิจฉัยคดีที่ยาวที่สุดคดีหนึ่งของประเทศไทยและของโลก มีการรวมหลักกฎหมายและเหตุผลต่างๆ ไว้ในคำวินิจฉัย และตุลาการรัฐธรรมนูญก็ลงมติเป็นเอกฉันท์ จึงหวังว่าทุกฝ่ายจะน้อมรับคำวินิจฉัยโดยดุษณี พรรคก็เริ่มต้นใหม่ ดำเนินกิจกรรมการเมืองที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง แม้ในช่วงแรกอาจมีคนรู้สึกเสียใจ ทำใจไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและยอมรับกระบวนการยุติธรรมและคำวินิจฉัยของศาล จะกลับไปสู่ความสงบสุขได้
-กกต.ชี้ทรท.ยังตั้งพรรคใหม่ไม่ได้
นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญว่า ทุกคนควรยอมรับ เพราะคณะตุลาการฯ ก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีประมุขถึง 2 ศาลมาร่วมเป็นองค์คณะ คำวินิจฉัยที่ออกมาก็ละเอียดชัดเจน แต่จะให้คำวินิจฉัยเป็นที่ยอมรับของทุกคนก็คงไม่ได้ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศคงยอมรับ เมื่อถามว่าสมาชิกพรรคไทยรักไทยมีท่าทีไม่ยอมรับคำวินิจฉัย โดยเฉพาะนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกกต. กล่าวว่า ไม่ขอออกความเห็น เพราะนายจาตุรนต์มีส่วนได้เสียเรื่องนี้อยู่ แต่ในฐานะที่เคยเป็นผู้พิพากษามาหลายสิบปี บอกได้ว่าคำวินิจฉัยละเอียดแล้ว คิดว่าสถานการณ์ทางการเมืองจากนี้น่าจะคลี่คลายถ้ายอมรับและพยายามช่วยกันเรื่องสำคัญเช่นการร่างรัฐธรรมนูญ หรือการเลือกตั้ง
เรามีกฎหมายเมื่อยุบพรรคจะต้องให้สตง.เข้ามาชำระบัญชีภายใน 6 เดือน ดังนั้น ในช่วงนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะตั้งพรรคใหม่ขึ้นมา ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นมี 2 พรรคซ้อนกันอยู่ นายอภิชาต กล่าวและว่า หลังจากที่ตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค ทางกกต.ต้องนำคำสั่งยุบพรรคไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้รับทราบโดยทั่วกัน จากนั้น สตง.ต้องเข้าไปชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือนตามที่กฎหมายกำหนด แต่หากเสร็จไม่ทัน ก็สามารถขยายเวลาได้อีก 30 วัน ส่วนตัวมองว่าในระหว่างที่มีการชำระบัญชีอยู่นี้ต้องถือว่าความเป็นพรรคยังดำรงอยู่ จนกว่าจะชำระบัญชีเสร็จสิ้น
-ไม่ห้ามชื่อเดิม-แต่ไม่น่าจดชื่อเดิม
เมื่อถามว่าเมื่อการชำระบัญชีเสร็จสิ้นจะยื่นขอจดจัดตั้งพรรคในชื่อเดิมได้หรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า การจะจัดตั้งพรรคต้องมีการประชุมเพื่อหาหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคเสียก่อน ซึ่งกฎหมายไม่มีข้อกำหนดห้ามจดตั้งชื่อพรรคในชื่อเดิม หากเสร็จสิ้นการชำระบัญชี แม้ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะจดในชื่อเดิมได้ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าความผิดของพรรคเป็นความผิดร้ายแรงจึงไม่น่าใช้ชื่อเดิมตั้งพรรคได้ นายอภิชาต กล่าวว่า ไม่มีกฎหมายห้ามเรื่องนี้เอาไว้
เมื่อถามว่าการให้จดจัดตั้งพรรคในชื่อเดิม อาจเหมือนเป็นการไม่เคารพคำวินิจฉัยตุลาการรัฐธรรมนูญ นายอภิชาต กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตนในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะพิจารณาว่าจะให้หรือไม่ให้ใช้ชื่อเดิม หากไม่ให้ใช้ ก็สามารถไปยื่นร้องอุทธรณ์ให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด ไม่ได้ปิดตายในการจดตั้งชื่อเดิมพรรค เมื่อถามว่าการจดในชื่อเดิมจะเป็นการละเมิดคำวินิจฉัย ประธานกกต.กล่าวว่า ไม่ถึงกับละเมิด แต่เมื่อให้ยุบไปแล้ว โดยสามัญสำนึกมันก็ดูแปลกๆ อยู่ ซึ่งเป็นเรื่องของคนที่วินิจฉัยขั้นสุดท้าย คือ ศาลรัฐธรรมนูญ
ส่วนที่กลุ่มการเมืองต่างอยากให้ยกเลิกประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ที่ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เพราะมีผลต่อการจัดตั้งพรรค ประธานกกต.กล่าวว่า เราเคยเสนอความเห็นไปแล้วตั้งแต่ยังไม่มีสถานการณ์ยุบพรรคอย่างที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้รัฐบาลและคมช. บอกว่าที่ยังผ่อนผันไม่ได้ เพราะสถานการณ์การเมืองยังไม่นิ่ง จึงยังไม่ได้ผ่อนผัน แต่ต่อไปไม่ทราบว่าจะผ่อนผันให้หรือไม่ ส่วนตัวคงไม่แสดงความเห็นในตอนนี้ว่าควรผ่อนผันหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้ทำหนังสือไปแล้ว หากผู้รับผิดชอบเห็นว่าสถานการณ์ดีคงจะผ่อนผันเอง
-สตง.สางบัญชีเงินบริจาคพรรค
ส่วนที่มีการมองว่ากฎหมายของประเทศไทย ยุบพรรคการเมืองง่ายเกินไปหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า ก็อาจจะจริง เพราะในต่างประเทศ การยุบพรรคเป็นไปได้ยาก และเป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณากัน ขึ้นอยู่กับสภาฯ เป็นผู้พิจารณา และยอมรับการยุบพรรคที่เกิดขึ้นน่ามีผลกระทบต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้อยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยนักการเมือง 111 คนที่ลงเลือกตั้งไม่ได้ บทบาทของคนรุ่นใหม่ก็ได้แสดงกันเต็มที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ตามกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 68 ระบุว่า หัวหน้าพรรคการเมืองที่ถูกยุบต้องส่งบัญชีงบดุลรวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการเงิน ต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบห้าวัน นับตั้งแต่พรรคการเมือง เลิก หรือ ยุบ และให้ สตง.ชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน แต่หากทำไม่เสร็จก็ขยายเวลาได้อีก 30 วัน ทั้งนี้ ในมาตราดังกล่าวยังระบุด้วยว่า หากชำระบัญชีเสร็จสิ้น เมื่อหักหนี้สิน และมีทรัพย์สินเหลือเท่าใดให้โอนแก่องค์กรสาธารณกุศลตามที่ข้อบังคับพรรคการเมืองระบุไว้ แต่ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับพรรค ก็ให้ทรัพย์สินที่เหลือตกเป็นของกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง
รายงานข่าวแจ้งว่า ทรัพย์สินดังกล่าวจะรวมไปถึงเงินบริจาคพรรคด้วย โดยพรรคไทยรักไทย เฉพาะปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนมี.ค.มียอดบริจาคทั้งสิ้น 12,137,040 บาท และปี 2549 พรรคไทยรักไทย มีเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 134,415,080 บาท
-โพลแฉคนหนุนคำตัดสินท่วมท้น
ศูนย์วิจัยเอแบค นวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองหลังการตัดสินคดียุบพรรค ที่สุ่มสำรวจจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,248 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 30-31 พ.ค. พบว่าตัวอย่างสูงถึงร้อยละ 98 ระบุว่าต่อจากนี้ไปขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบเรียบร้อย ไม่ก่อความวุ่นวาย ร้อยละ 96.5 ระบุว่าต่อไปนี้พรรคต่างๆ ต้องแก้ไขปรับปรุงตัว สร้างความเชื่อถือศรัทธาโดยด่วน ร้อยละ 94.6 ระบุว่าอยากเห็นสังคมไทยสงบสุขโดยเร็ว
กรณีตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยนั้น ร้อยละ 91.7 ไม่คิดจะต่อต้านคำตัดสิน โดยมีเพียงร้อยละ 8.3 ที่คิดจะต่อต้านด้วยวิธีไม่ไปเลือกตั้ง ไม่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ออกไปประท้วง เป็นต้น และร้อยละ 36.3 คิดว่านักการเมืองไทยจะประพฤติตัวดีขึ้นหลังคดียุบพรรค ขณะที่ร้อยละ 18.6 คิดว่าแย่เหมือนเดิม ร้อยละ 15.7 คิดว่าดีเหมือนเดิม และร้อยละ 4.4 คิดว่าจะประพฤติตัวแย่ลง
ผลสำรวจพบว่าร้อยละ 48 คิดว่าภายหลังการตัดสินคดียุบพรรคสถานการณ์การเมืองไทยจะสงบเรียบร้อยขึ้น ร้อยละ 28.4 คิดว่าจะขัดแย้งวุ่นวายมากขึ้น ร้อยละ 23.6 ไม่มีความเห็น เมื่อพิจารณาการถ่ายทอดสดคำวินิจฉัยการตัดสินคดียุบพรรค ร้อยละ 75.5 ระบุว่าการถ่ายทอดสดนี้ช่วยทำให้ประชาชนเข้าใจการเมืองมากขึ้น โดยมีร้อยละ 18.6 คิดว่าไม่ได้ช่วยให้เข้าใจมากขึ้น
-เรียกร้องคุมเข้มสถานการณ์ต่อ
ร้อยละ 84.7 เห็นว่าหลังการตัดสินคดียุบพรรคแล้ว ควรเข้มงวดในการดูแลความสงบเรียบร้อยต่อไปอีก โดยเฉลี่ย 32 วัน ร้อยละ 15.3 เห็นว่าไม่ต้องเข้มงวดอีกต่อไป และยังพบว่าร้อยละ 82.1 มั่นใจมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงการตัดสินคดียุบพรรค เมื่อประเมินความพึงพอใจโดยรวมต่อการดูแลความสงบเรียบร้อยของฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาล ร้อยละ 85.7 พอใจ เมื่อสอบถามถึงระยะเวลาที่อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น ร้อยละ 48.2 อยากให้มีการเลือกตั้งภายใน 3-6 เดือน ร้อยละ 35.5 ระบุไม่เกิน 3 เดือน ร้อยละ 16.3 ระบุเกินกว่า 6 เดือนขึ้นไป
ขณะที่ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศต่อคดียุบพรรค จำนวน 1,092 คน เป็นคนที่ชอบพรรคไทยรักไทย 267 คน ชอบพรรคประชาธิปัตย์ 273 คน ไม่ชอบพรรคใดเลย 393 คน และชอบพรรคอื่นๆ 159 คน ผลปรากฏว่า ร้อยละ 41.53 เห็นด้วยที่ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่าหลักฐานเอาผิดไม่ชัดเจนพอ แต่ร้อยละ 32.98 ระบุว่าไม่เห็นด้วย โดยระบุว่า ควรลงโทษให้เหมือนกันทั้งสองฝ่าย การตัดสินไม่ยุติธรรม และร้อยละ 25.49 เฉยๆ
ร้อยละ 46.04 เห็นด้วยที่ยุบพรรคไทยรักไทย เพราะมีหลักฐานทั้งเอกสารและพยานบุคคลชัดเจน ร้อยละ 31.73 ไม่เห็นด้วย เพราะควรดำเนินคดีเป็นรายบุคคล และร้อยละ 22.23 เฉยๆ ทั้งนี้ ร้อยละ 36.99 เชื่อว่าอนาคตการเมืองหลังการตัดสินคดียุบพรรคจะเหมือนเดิม ขณะที่ร้อยละ 33.35 ระบุว่าดีขึ้น และร้อยละ 29.46 ระบุว่าแย่ลง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ยังขอเป็นกำลังใจให้ตุลาการรัฐธรรมนูญทุกคน
-หมอเลี้ยบลั่นขอเป็นฟันเฟืองแทน
น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในคณะกรรมการบริหาร ทำให้รอดจากการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมจะต่อสู้ร่วมกับชาวไทยรักไทย โดยช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ได้โทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่ในกลุ่มทราบแล้วว่าพร้อมจะอยู่แถวหน้า เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนอุดมการณ์ และนโยบายพรรคไทยรักไทยให้คงอยู่เป็นสถาบันการเมืองที่มั่นคง แทนคณะผู้บริหารที่ถูกตัดสิทธิ์ เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขณะเดียวกันเห็นว่าควรจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะตอนนี้ประเทศชาติอยู่ในภาวะชะงักงัน ถึงเวลาแล้วที่คนในชาติต้องเลือกระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ จะเอาทางไหน ตนพร้อมแล้วที่จะทำหน้าที่นี้ โดยในอีก 2-3 วันนี้ตนจะเข้าสำนักงานกลุ่มเพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานต่อไป
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า หลังมีคำตัดสินยุบพรรค อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคต้องลงนามส่งบัญชีทรัพย์สินให้กับ กกต.เพื่อส่งต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินภายใน 15 วันเพื่อทำการชำระบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาเพราะทางพรรคได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว ส่วนอาคารที่พรรคแจ้งจดทะเบียนเป็นที่ทำการพรรคต่อกกต. เป็นอาคารไอเอฟซีที ที่ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ โดยที่ทางพรรคอาศัยอยู่ฟรี ไม่ใช่การเช่า ดังนั้นจึงไม่ต้องส่งคืนชำระบัญชี
เมื่อถามว่าในกรณีที่ถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจะถวายฎีกาหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า ยังไม่มีการหารือกัน แต่การถวายฎีกาก็เป็นไปตามระบบของไทยที่เปิดให้ผู้ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีที่พึ่งถวายฎีกาได้ เช่นในสมัยหนึ่งที่ศาลมีปัญหามาก หลายคนถูกไล่ออกและตามกระบวนการกฎหมายไม่มีอะไรรองรับ เช่น นายอุดม เฟื่องฟุ้ง นายวิชา มหาคุณ แต่นายอานันท์ ปันยารชุน นายกฯ ขณะนั้นได้ทำหนังสือถวายฎีกาขึ้นไป จนในที่สุดก็มีพระราชกระแสลงมาและบุคคลเหล่านั้นก็ได้ทำงานต่อ
-พร้อมจะเปลี่ยนชื่ออื่นให้ทันเลือกตั้ง
เมื่อถามว่ากังวลว่าการจดทะเบียนตั้งพรรคจะแล้วเสร็จไม่ทันกับการเลือกตั้งในสิ้นปีหรือไม่ นายพงศ์เทพกล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลเพราะพรรคยังมีประชาชนที่สนับสนุน และมีสมาชิกพรรคที่พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งจำนวนมาก และไม่ว่าพรรคจะชื่อไหนก็ตามก็มีวิธีการที่จะสื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าผู้สมัครรายนั้นเป็นผู้ที่สานต่ออุดมการณ์พรรคไทยรักไทย และเชื่อว่าประชาชนจะรู้ว่าคนๆ นั้นคือผู้ที่เป็นไทยรักไทยเดิม
รายงานข่าวจากกลุ่มไทยรักไทยแจ้งว่า เหตุผลในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องขอสิทธิทางการเมือง 5 ปีที่อดีตกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่โดนลงโทษ เพราะประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 นั้น มีดังนี้ 1.วันที่ 5 มิ.ย.ฝ่ายกฎหมายพรรคจะไปรับคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนมาพิจารณา โดยเฉพาะคำพิจารณาของตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คนที่เห็นว่าประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 ไม่สามารถมีผลบังคับใช้ย้อนหลังได้ จากนั้นจะนำมาพิจารณาเพื่อยื่นขอความเป็นธรรมต่อศาลยุติธรรมและถวายฎีกาต่อไป โดยจะขอต่อสู้ในประเด็นความเป็นกลาง การฝ่าฝืนกฎหมายและหลักนิติธรรมของประเทศ และคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการฯ ที่ไม่เห็นด้วยกับการให้บทลงโทษมีผลย้อนหลัง
-เล็งดึงญาติพี่น้อง-อดีตส.ว.มาลงแทน
รายงานข่าวจากอดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย เปิดเผยว่า กรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่โดนตัดสิทธิทางการเมืองไป 5 ปี ทำให้ต้องหาตัวแทนลงสมัครส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ตัวแทนที่จะลงสมัครอาจเป็นญาติพี่น้อง คนใกล้ชิดของอดีตส.ส.คนนั้น หรืออาจดึงนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการลงสมัคร และยังมีความเป็นไปได้สูงว่าอดีตส.ว.ชุดที่แล้วหลายคนที่มีความสนิทสนมกับอดีตแกนนำพรรคอาจจะมาสมัครส.ส.ในนามพรรคด้วย
นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล อดีตส.ว.ร้อยเอ็ด สมาชิกกลุ่มธรรมาธิปไตย กล่าวถึงอนาคตของกลุ่มหลังจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ และนายพิมล ศรีวิกรม์ โดนตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีแล้วว่า ยืนยันว่านายสมคิดจะทำงานในนามของกลุ่มต่อไปเพื่อพัฒนากลุ่มให้เติบโตเป็นพรรคในอนาคต และทราบว่านายสมคิดจะไม่กลับไปร่วมงานกับกลุ่มไทยรักไทยแน่นอน เพราะกลุ่มยังมีสมาชิกกลุ่ม เช่น นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ นายพิจิตต รัตตกุล และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ มาทำหน้าที่ผู้นำกลุ่มแทนนายสมคิดในช่วงที่ต้องรับโทษทางการเมือง 5 ปีได้
นายสุรชัยกล่าวว่า ตนเป็นนักกฎหมายก็ไม่เคยพบการตัดสินลงโทษแบบนี้มาก่อน เพราะการตัดสินนั้นต้องให้โอกาสบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องแต่โดนกล่าวหาในคดียุบพรรคมีโอกาสชี้แจงกับศาลด้วย แต่คดียุบพรรคนี้ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจ้างวานพรรคเล็ก ไม่ได้รับโอกาสชี้แจงความบริสุทธิ์แต่ต้องรับโทษไปด้วย เรื่องแบบนี้มันประหลาดดีและน่าจะมีเมืองไทยเพียงแห่งเดียวที่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น
-ธงทองชี้ทรท.ถวายฎีกาได้
นายธงทอง จันทรางศุ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่กลุ่มไทยรักไทยจะยื่นถวายฎีกาว่า คนไทยทุกคนยื่นถวายฎีกาได้ เรียกว่าขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดกรรมการบริหารพรรคก็สามารถเข้ายื่นได้ใช่หรือไม่ นายธงทองกล่าวว่า หากเป็นคนไทยทุกคนทำได้ ต้องแล้วแต่พระราชดำริของพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ท่านจะสอบถามจากบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยหากมีการยื่นถวายฎีกา
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะกรรมการประสานงานระหว่างรัฐบาลกับสนช. (วิป) กล่าวว่า นายพินิจ จารุสมบัติ สมาชิกสนช. แม้จะเป็นหนึ่งใน 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย แต่ไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสนช. เพราะนายพินิจได้รับการแต่งตั้งมาจาก คมช.ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จึงไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่นายพินิจดำรงอยู่ในปัจจุบัน กรณีของนายพินิจจะถูกตัดสิทธิ์เมื่อ คมช.และรัฐธรรมนูญชั่วคราวสิ้นสุดลง เท่ากับว่านายพินิจไม่สามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้ ยืนยันว่าตำแหน่งสมาชิก สนช.ไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมือง
-วิษณุปัดทำนิรโทษกรรมทรท.
นายวิษณุ เครืองาม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์กรณีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี มีแนวคิดจะยื่นถวายฎีกาว่า ไม่อยากพูดเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่าหากอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยขอความร่วมมือจากสนช.ให้ช่วยร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม กรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี หรือบัญญัติลงในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญใหม่ จะพิจารณาอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ทำได้ เพราะกฎหมายสามารถทำได้ทุกอย่าง แต่สนช.ลำบากใจในการทำ เนื่องจากมาจากการแต่งตั้ง ทำให้มีข้อจำกัดหลายอย่าง ซึ่งทางที่ดีควรให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนจัดการดีกว่า
เมื่อถามว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งสามารถร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำได้ โดยส.ส.จะไปรวมตัวกันเพื่อแก้ไข อาจไปถาม ไปหาเสียงหรือชูเป็นนโยบายกับประชาชนว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ หากประชาชนเห็นชอบกับนโยบายจะเลือกกลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาเพื่อดำเนินการ ซึ่งต้องแล้วแต่ประชาชนจะว่าอย่างไร แต่หากจะให้สนช.ชุดนี้ทำให้คงลำบากใจ
-มัชฌิมาไม่ยันข่าวบิ๊กจิ๋วคืนเวที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน สมาชิกกลุ่มมัชฌิมากว่า 20 คน เช่น นายอนุชา นาคาศัย นายโสภณ เพชรสว่าง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากร นายธวัชชัย สัจจกุล นายกฤษฎา สัจจกุล ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร นายชูชัย มุ่งเจริญพร นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ได้พบปะหารือและรับประทานอาหารกลางวันกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา ที่บ้านสนามบินน้ำ
รายงานข่าวจากกลุ่มมัชฌิมาระบุว่า นายสมศักดิ์ได้นัดแกนนำรวมถึงอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันพร้อมหารือถึงแนวทางการดำเนินการ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยที่ประชุมเห็นว่าควรรอประชุมใหญ่ในวันที่ 1 มิ.ย. อย่างไรก็ตาม มีแกนนำกลุ่มบางคนได้เสนอแนวทางว่าควรจัดตั้งกลุ่มมัชฌิมาเป็นพรรคมัชฌิมาธิปไตย แทนที่จะไปรวมกลุ่มกับพรรคอื่น ส่วนใครจะเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ทางกลุ่มยังไม่ได้ผลสรุป ต้องรอฟังผลการประชุมใหญ่ในวันที่ 1 มิ.ย.ก่อน ส่วนกระแสข่าวที่จะให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯมาเป็นหัวหน้าพรรคคงเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น สำหรับความคืบหน้าของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ทางกลุ่มเตรียมเชิญมาเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ขณะนี้ได้เดินทางไปพักผ่อนที่ต่างประเทศแล้ว ทำให้ไม่สามารถมาร่วมประชุมกลุ่มในวันพรุ่งนี้ได้ อย่างไรก็ตามนายสมคิดอาจรับเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มมัชฌิมาภายหลังที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง
นายกฤษฎา สัจจกุล รองโฆษกกลุ่มมัชฌิมา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือของสมาชิกกลุ่มถึงความคืบหน้าของการดำเนินงานของกลุ่มว่า ตอนนี้กลุ่มได้วางแผนงานที่ชัดเจนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นทางการเมือง ซึ่งกลุ่มเราจะเดินหน้าต่อไปไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร เพราะประชาชนมีความเดือดร้อนทุกวัน และอยากจะฝากส.ส.ว่าขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในมัชฌิมา เพื่อไปบอกประชาชนในพื้นที่ให้ยึดมั่นในความสงบ และหากประชาชนเดือดร้อนก็สามารถถ่ายทอดความเดือดร้อนผ่านส.ส.ในพื้นที่
-สมศักดิ์-สมคิดพร้อมเป็นพี่เลี้ยง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไปรวมตัวกับพรรคอื่นหรือขอให้นิรโทษกรรมหรือไม่ นายกฤษฎา กล่าวว่า คงต้องรอดูความชัดเจนในวันที่ 1 มิ.ย. จะมีการประชุมใหญ่ของกลุ่มเวลา 10.00 น. ที่บ้านมัชฌิมา ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะหารือกันถึงแนวทางการดำเนินการต่อไป ซึ่งมีส.ส.ในอยู่ในกลุ่มและไม่โดนโทษอีก 100 กว่าคน การจะคิดหรือตัดสินใจอะไรของกลุ่มจะมีผลต่อทางการเมือง ดังนั้นหากจะทำอะไร หรือจะไปรวมกลุ่มกับใครคงต้องรอผลการประชุมใหญ่ในวันที่ 1 มิ.ย.
ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร รองโฆษกกลุ่มมัชฌิมา กล่าวว่า ตอนนี้ทั้งนายสมศักดิ์และนายสมคิดไม่มีใครคิดถอดใจ เพราะกลุ่มมัชฌิมามีสมาชิกพรรคอีกเกือบ 100 คนที่เป็นองคาพยพในการดำเนินการทางการเมือง ตอนนี้สมาชิกกลุ่มทุกคนก็อยู่เหมือนเดิม ส่วนของแกนนำที่ถูกตัดสิทธิก็จะมาเป็นเหมือนพี่เลี้ยงให้กับกลุ่ม ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ว่าพล.อ.ชวลิต อาจกลับมาเล่นการเมือง ร.อ.รชฏ กล่าวว่า คงตอบอะไรไม่ได้ ต้องรอผลการประชุมก่อน ส่วนที่นาย
สุรนันทน์ เวชชาชีวะ สมาชิกกลุ่มธรรมาธิปไตยไปปรากฏตัวที่พรรคไทยรักไทยนั้น ร.อ.รชฏ กล่าวว่า ไทยรักไทยและมัชฌิมามีอดีตส.ส.ที่อยู่ในสังกัดเดียวกัน เราเป็นเพื่อนกันทั้งหมด รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่นๆ เพราะเราทำงานการเมืองในสภาร่วมกันมา มีกิจกรรมทางการเมืองร่วมกันมาตลอด ยืนยันว่ากลุ่มเราจะไม่ไปกดดันอะไร หรือใช้มวลชนมากดดัน ส่วนคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคหัวหน้ากลุ่มของเราคนต่อไปนั้นตอนนี้คงพูดอะไรไม่ได้ต้องรอความชัดเจนในการประชุมวันพรุ่งนี้
รายงานข่าวจากอดีตผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทยเปิดเผยว่า ขณะนี้มีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เตรียมจะเสนอยื่นฎีกาเพื่อขอความเป็นธรรม หรืออาจขอให้มีการขอนิรโทษกรรมคณะกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองด้วย เพราะอดีตสมาชิกได้คุยกันว่าเมื่อมีการกดดันให้ถึงทางตัน อาจเกิดปัญหาความวุ่นวายตามมา
-ซินแสดังฟันธงมีนองเลือดปีนี้แน่
ที่โรงแรมวังใต้ จ.สุราษฎร์ธานี นายภานุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสและโหรชื่อดัง แถลงข่าวกรณีเกิดพระอาทิตย์ทรงกลดเหนือตึกที่ทำการพรรคไทยรักไทยแห่งใหม่ ที่ถนนพระราม 3 ในวันเดียวกันนี้ว่า อาจเกิดขึ้นได้จาก 3 กรณีทั้งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือเกิดจากพิธีกรรมที่มีการบูชาเทพ เช่น จตุคามฯ ที่ จ.นครศรีธรรมราช และมองในแง่ที่ฟ้าเปิดเทพรับรู้หลังจากการเมืองไทยอึมครึมมานาน ที่ผ่านมามีนักการเมืองพรรคไทยรักไทยคนหนึ่งเคยบอกว่ามีความอึดอัดใจ พูดไม่ออก จะได้ไปตามทางของตนเองเสียที
นายภานุวัฒน์กล่าวว่า การที่จะทึกทักบอกว่าพรรคไทยรักไทยเกิดอาทิตย์ทรงกลดแล้วดีคงไม่ใช่ เพราะตึกหลังนั้นเป็นตึกที่พรรคเช่าอยู่ชั้นล่างเพียงชั้นเดียว ซึ่งเคยไปดูฮวงจุ้ยแล้วไม่ดีเหมือนกับตึกเดิมที่ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
ผมเคยทำนายล่วงหน้าว่าตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.-กลางเดือนมิ.ย.นี้ การเมืองจะเกิดความวุ่นวาย จะมีการหักหลังกันจากคนใกล้ชิดและดวงรัฐบาลนายกฯ สุรยุทธ์อาจมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่อีก และจากนั้นเดือนส.ค.-กลางเดือนก.ย. จะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกอาจถึงขั้นคุมเกมไม่อยู่ มีการนองเลือด และอย่างไรปีนี้ก็ยังไม่มีการเลือกตั้ง ถึงแม้นายกฯ สุรยุทธ์จะประกาศไว้ก็ตาม เพราะถึงเวลาจะมีเหตุเปลี่ยนแปลง นายภานุวัฒน์กล่าว
-แม้วไม่มีทางกลับมาใหญ่ได้อีก
นายภานุวัฒน์กล่าวว่า สำหรับดวงนายอภิสิทธิ์ ปี 2550 นี้ยังไม่ดี เพราะเป็นปีชง แต่ปี 2551 จะเด่นขึ้นมาก ส่วนดวงพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ปีหน้ายังไม่ดีติดเข้าเคราะห์อยู่ รัฐบาลใหม่ต้องการคนวัยหนุ่มออกมาลุยทำงาน แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ เพราะยังไม่มีตุ๊กตาให้เลือก
นายภานุวัฒน์กล่าวอีกว่า ได้ภาพใบหน้าพ.ต.ท.ทักษิณล่าสุดแล้ว มีสภาพแก้มตอบไม่ดีเลย หมดทางที่จะกลับมายิ่งใหญ่ได้ ขณะนี้ทั้งดวงของพ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน นายพานทองแท้ ยังเข้าเคราะห์หนั กยิ่งดิ้นยิ่งวุ่นวาย ควรอยู่เฉยๆ ดีกว่า โดยเฉพาะดวงพ.ต.ท.ทักษิณ หากดิ้นไปไม่รู้จะอยู่ถึงดำเนินคดีหรือไม่ ก่อนนี้เคยทำนายพ.ต.ท.ทักษิณให้เว้นวรรคการเมืองเมื่อปี 2549 แล้วจะได้กลับมาใหญ่ในปี 2551-2553 แต่เมื่อไม่เชื่อก็เกิดเหตุการณ์ไม่ได้อยู่ในแผ่นดิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กลุ่มไทยรักไทยได้แจ้งนักข่าวว่า วันที่ 1 มิ.ย. สำนักงานกลุ่มไทยรักไทยจะปิดทำการ 1 มิ.ย. และจะเปิดในวันที่ 4 มิ.ย. ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าปกติที่ทำการพรรคไทยรักไทยจะเปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์หากมีการแถลงข่าวก็จะเปิดทำการ
-ปธ.ศาลฎีกาแจงเป็นข้างน้อย
เมื่อเวลา 24.00 น.วันที่ 30 พ.ค. ที่ศาลฎีกา นายปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลฎีกา และประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ กล่าวภายหลังตัดสินยุบพรรคว่า ในที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ยุบพรรคทั้งหมด ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ให้ยกคำร้อง ประเด็นในข้อกฎหมายที่ใช้ย้อนหลังตามคปค.27 ที่ตัดสิทธิกรรมการพรรคเวลา 5 ปีที่ประชุมมีมติ เป็น 6 ต่อ 3 โดย 6 คนเห็นว่าควรตัดสิทธิทางการเมืองให้มีผลย้อนหลัง ซึ่งทั้ง 6 ท่านเห็นว่าเป็นโทษทางการเมือง ไม่ใช่โทษทางอาญา ส่วนเสียงข้างน้อย 3 ประกอบด้วยนายกิตติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ นายธานิศ เกศวพิทักษ์ และตนเห็นว่าไม่ควรให้ใช้กฎหมายย้อนหลัง อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับเสียงข้างมากที่ใช้ตัดสินโทษย้อนหลังคปค. ซึ่งเสียงข้างน้อยต้องน้อมรับเพื่อเป็นการทำงานร่วมกันได้
หน้า 1
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
