คอลัมน์ เหยี่ยวถลาลมแพ้ให้เป็น เย็นให้ได้...เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ถ้าอัตตาสูง หรือกิเลสแรง
อุดมคติประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้เลย ถ้านักการเมืองและพรรคการเมืองควบคุมอัตตากับกิเลสไม่ได้
ระหว่างนั่งฟังคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญคดียุบพรรคการเมือง ผมอ่านหนังสือชื่อ ป่วย 3 เดือน เกิดสมุดเล่มนี้ มกรา-กุมภา-มีนา 35 ของท่านพุทธทาสภิกขุ ไปพลาง
อิ่มใจครับ !
จึงรีบคัดและตัดต่อบางส่วนจากบันทึกของท่านพุทธทาสภิกขุมาให้อ่าน
ทั้งหมดนี้เป็นบันทึกของท่านพุทธทาสนะครับ
อุดมคติ มีมากมายหลายกระแส จนตีกันยุ่ง เพราะมันไม่เป็นอุดมคตินั่นเอง
อุดมคติเท่ากับทางไปอันอุดม !
ทางวัตถุก็มี ทางจิตก็มี ทางระหว่างกลางที่มิใช่วัตถุและจิตก็มี คือทางว่างจากวัตถุและจิต ดูให้ดี ให้เป็นอุดมคติสมชื่อ
อุดมคติว่างจากอัตตาเป็นยอดอุดมคติ
อุดมคติที่สมบูรณ์ ต้องเป็นไปเพื่อเกื้อกูลทั้ง 2 ฝ่าย คือตัวเองและผู้อื่น หรือบวกเข้าเป็นตัวเดียวกันเสีย พอไม่มีการเห็นแก่ตัว มันก็รวมเป็นตัวเดียวกันโดยอัตโนมัติ
ดังนั้น ยอดอุดมคติก็คือ ไม่เห็นแก่ตัว อันมาจากการเห็นอนัตตาของธรรมชาติ
อุดมคติทางการเมือง ไม่อาจก้าวพ้นไปจากเรื่องทางวัตถุเพราะมันเนื่องกับสังคมและเศรษฐกิจเสียจนแน่นแฟ้น เมื่อขาดเรื่องทางจิตใจเสียแล้ว ความเห็นแก่ตัวก็ครอบงำเอาอย่างเต็มที่ คนไม่คิดแก้ปัญหานี้ในทางจิตใจ
การเมือง เรื่องไม่ต้องใช้อาชญาและกลโกง
แต่ใช้สติปัญญาอันบริสุทธิ์ มีรากฐานอยู่ที่บรมธรรม คือ ความไม่เห็นแก่ตัวและส่งเสริมการมีนิพพาน คือความสงบเย็นและเป็นประโยชน์ได้ในที่สุด
ทำไมจะต้องมากลายเป็นเรื่องสกปรก
ดังนั้น ขอนิยามว่า การเมือง เรื่องการจัดให้สังคมสงบสุขโดยมิใช้อาชญา
ประชาธิปไตย เพื่อลดหรือป้องกันความเห็นแก่ตัว ถ้าเห็นแก่ตัวก็มีแต่ ประชาธิปตาย โดยไม่รู้สึกตัว ความไม่เห็นแก่ตัวจึงเป็นรากฐานของประชาธิปไตย
ประชาธิปไตยแท้จึงมีแต่ความไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นของมีได้ยากสำหรับปุถุชนสมัยนี้ที่บูชาวัตถุ
ทั้งหมดนี้คือ ธรรม จากท่านพุทธทาส
ถ้านักการเมืองมี ธรรม จะทำให้แพ้เป็น-เย็นได้ !?!!
หน้า 12
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก มติชน
