นาทีปล้น- ทีวีวงจรปิดของร้านห้างทองกาญจนาภิเษก ในตัวเมืองขอนแก่น จับภาพนาทีคนร้ายควงปืนบุกปล้น กวาดสร้อยคอทองคำไปได้มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท บางมุมเห็นหน้าค่อนข้างชัด ตร.เชื่อตามจับได้เร็วๆนี้แน่ ตามข่าวโจรกันน็อกควงปืนบุกเดี่ยว ปล้นร้านทองกลางเมืองขอนแก่น ใช้เวลาลงมือแค่ 20 วินาที กวาดเอาสร้อยทองไปได้กว่า 100 เส้น น้ำหนักรวม 206 บาท มูลค่ากว่า 2.4 ล้าน หลบหนี ยังดีกล้องวงจรปิดในร้านจับภาพคนร้ายขณะลงมือไว้ได้ เห็นใบหน้าด้านซ้ายชัดเจน พยานเผยก่อนเกิดเหตุคนร้ายมาเดินป้วนเปี้ยนดูลาดเลาอยู่นานครึ่งชั่วโมง รอจนร้านเปิด จึงบุกเข้าไปใช้ปืนขู่พนักงานในร้าน ตำรวจเร่งแกะรอยจากภาพวงจรปิด และรถจยย.สีฟ้าลายการ์ตูน ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะหลบหนี มั่นใจจับกุมตัวได้แน่ ล่าสุดพบผู้ต้องสงสัยแล้ว 1 ราย
โจรกันน็อกบุกเดี่ยวปล้นทองกลางเมืองขอนแก่นครั้งนี้ เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 6 พ.ค. พ.ต.ท.ภูมี อีคะละ พนักงานสอบสวน สภ.อ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าปล้นชิงทรัพย์ร้านทองห้างทองกาญจนาภิเษก สาขาถนนกลางเมือง เลขที่ 163/5-6 ถ.กลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หน้าตลาดสดเทศบาล 1 จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.สันติ ไทยเสถียร ผกก.สภ.อ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.อนุกูล ดาวลอย รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.นพเก้า โสมนัส สว.สส. สภ.อ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.จินดา เทพยศ สวป. ตำรวจวิทยาการเขต 23 ขอนแก่น และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ-สายสืบชุดพยัคฆ์ และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสืบสวน ศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 (ศสส.ภ.4)
เมื่อไปถึงร้านทองที่เกิดเหตุซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น อยู่ห่างจากสภ.อ.เมืองขอนแก่น เพียง 500 เมตร พบพนักงานร้านทั้งหญิง และชายรวม 6 คนอยู่ในอาการตื่นตกใจ ตรวจสอบพบว่าคนร้ายกวาดเอาสร้อยคอทองคำในตู้โชว์แบบที่แขวนติดกับผนังไปจำนวนมาก แยกเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท 5 เส้น หนัก 3 บาท 27 เส้น หนัก 1 บาท 100 เส้น รวมทั้งสิ้น 206 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.4 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นสร้อยคอทองคำยี่ห้อ แต้จิบฮุย พุดเซ้ง จินไถ่เฮง ซินเจี้ยเชียง ซินคีเชียง ไต่ฮั่วเซ้ง และเป็นลายซีตรองโปร่ง สี่เส้าร้าง ห่วงคู่โปร่งขั้นปล้อง สุโขทัย กระดูกงู
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ห้างทองดังกล่าวเป็นของนายจงเจตน์ บูรณไมตรี อายุ 30 ปี เปิดกิจการจำหน่ายทองคำรูปพรรณมานานกว่า 3 ปี และเคยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซักซ้อมแผนป้องกันเหตุปล้นทอง และชิงตัวประกันในร้านทองมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อกลางปี 2549 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ในร้านยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้รอบร้านจำนวน 3 ตัว พร้อมกับทำประกันภัยไว้ในวงเงิน 1 ล้านบาท กับบริษัท ไพบูลย์ประกันภัย จำกัด สาขาขอนแก่น
จากการสอบสวนพนักงานร้านทองทราบว่า ช่วงเช้าพนักงานทั้งหญิงและชายได้มาทำความสะอาดร้าน พร้อมกับตรวจสอบทองคำที่เตรียมจะนำออกมาวางขาย ระหว่างนั้นร้านยังไม่เปิด ปรากฏว่ามีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี สูงประมาณ 165 ซ.ม. รูปร่างท้วม ใบหน้ากลม ผิวดำแดง สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวทับเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาว ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำ-ขาว เดินผ่านไปมาบริเวณหน้าร้าน ทำทีไปสอบถามหญิงชราและหญิงสาวที่ร้านโฟโต้อาร์ต ซึ่งเป็นร้านถ่ายรูปที่อยู่ติดกันว่าร้านทองไม่เปิดหรือ หญิง 2 คนของร้านโฟโต้อาร์ตจึงบอกว่า พนักงานในร้านกำลังทำความสะอาด ให้รอเดี๋ยว คนร้ายจึงเดินผ่านไปมาที่หน้าร้านทองอยู่ประมาณ 30 นาที
ต่อมาเวลา 09.20 น. พนักงานได้เปิดประตูร้าน คนร้ายได้เดินไปที่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีฟ้า เพนต์เป็นรูปการ์ตูนทั้งคัน โดยมีพยานที่มายืนรอรถสองแถวโดยสารบริเวณนั้น เห็นคนร้ายกำลังสวมหมวกกันน็อกสีน้ำเงิน แบบมีกระจกปิดหน้า ใส่เสื้อแขนยาวสีขาว ถุงมือสีดำ สะพายกระเป๋าสีแดง สายกระเป๋าสีน้ำตาลเข้มคาดขาว มีหมายเลข 23 ตรงหน้ากระเป๋า จากนั้นชายดังกล่าวได้วิ่งเข้าไปในร้านทอง พร้อมกับชักปืนพกสั้นออโตเมติกสีดำ ขึ้นมาขู่คนในร้านพร้อมกับประกาศว่า หยุด นี่เป็นการขโมยทองคำ พนักงานชายหญิงในร้านจึงตกใจ บางคนวิ่งออกทางหน้าประตูร้าน บางคนหมอบลงกับพื้น ส่วนคนร้ายได้กระโดดข้ามตู้โชว์ทองคำไปยังตู้โชว์ที่ฝาผนัง แล้วลงมือกวาดสร้อยคอทองคำในตู้ไปทั้งหมด 4 ช่อง ยัดใส่กระเป๋าสะพาย จากนั้นก็กระโดดข้ามตู้โชว์กลับออกมา วิ่งหลบหนีออกทางประตูหน้าร้าน ไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ขับหลบหนีไปตามถนนกลางเมืองเลี้ยวเข้าถนนรื่นจิต ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร หลบหนีไปทางบึงแก่นนคร โดยคนร้ายใช้เวลาลงมือเพียง 20 วินาที
พ.ต.ท.นพเก้า โสมนัส สว.สส.สภ.อ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ทางร้านมีการเตรียมป้องกันการโจรกรรมดีมาก มีกล้องวงจรปิดมากกว่า 3 ตัว แต่ก็ยังมาถูกคนร้ายบุกเดี่ยวเข้ามาปล้นทองจนได้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจดูกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด พบว่าสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้หลายอิริยาบถ และยังบันทึกใบหน้าด้านซ้ายไว้ได้อีกด้วย ในการเข้ามาปล้นร้านทองครั้งนี้ คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ที่มีตำหนิหลายอย่าง ตนจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และสายสืบออกค้นหาตามหอพัก โรงแรมม่านรูด โรงแรมในเขตเทศบาลนครขอนแก่น และสถานที่ต้องสงสัยทุกแห่งในบริเวณใกล้เคียง โดยขณะนี้มีผู้ต้องสงสัย 1 คน มีลักษณะเหมือนคนร้ายอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเป็นคนร้ายที่ลงมือปล้นทองอย่างอุกอาจครั้งนี้หรือไม่
ด้านพล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า คนร้ายทำงานเพียงคนเดียว ท่าทางคล่องแคล่วอย่างมาก แต่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในร้านที่สามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ โดยคนร้ายเปิดหน้า สามารถมองเห็นได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีหลักฐานหลายอย่าง คาดว่าจะจับกุมได้แน่นอนในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ตนยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ขอนแก่น ตำรวจชุดสายสืบ สภ.อ.เมืองขอนแก่น ชุดที่จับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นร้านทองกรุงเทพ (ตราเยาวราช) ก่อนหน้านี้ ร่วมกับตำรวจจาก ศสส.ภ.4 นำหลักฐานภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดเป็นเบาะแสในการตามล่าคนร้ายรายนี้ด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นชายแก๊งบี-บอย ซึ่งเป็นนักเรียน ม.6 จำนวน 3 คน ใช้อาวุธปืนบุกเข้าปล้นร้านทองกรุงเทพ (ตราเยาวราช) เลขที่ 191/24 ถ.มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-บ้านกอก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น กวาดเอาทองคำหนัก 33 บาทหลบหนีไป แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ภ.4 บก.ภ.จว.ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ได้ประสานงานกับตำรวจกองปราบฯ กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ทั้งหมด 3 คน เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะมาเกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นร้านทองดังกล่าวอีกครั้งในเวลาห่างกันไม่กี่วัน
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
