ก๊าซรั่ว- ชาวบ้านนับพันเร่งอพยพหนีออกจากรัศมีก๊าซแอมโมเนีย ที่รั่วออกมาจากท่อภายในโรงงานห้องเย็นอยู่ยง ในซอยเจริญกรุง 107 เขตบางคอแหลม โดยมีผู้สูดก๊าซเข้าไปจนเป็นลมหมดสตินับสิบคน เหตุเกิดเมื่อตอนตี 1 วันที่ 6 พ.ค.ชาวบ้านเจริญกรุง 107 หนีตายกลางดึก หลังก๊าซแอมโมเนียจากโรงงานห้องเย็นรั่ว ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล เจ้าหน้าที่ต้องอพยพชาวบ้านเกือบครึ่งพัน ทั้งคนชรา ผู้หญิงท้อง เด็ก ฯลฯ จากบ้านเรือนหลังโรงงานกว่า 600 หลังคาเรือน หลายรายเป็นลมล้มพับไปเพราะสูดกลิ่นฉุนกึ้กเข้าจมูก ตรวจสอบพบสาเหตุมาจากถังใส่รั่วซึมเพราะเป็นสนิม พร้อมเรียกช่างที่เฝ้ามาสอบถามแล้ว
เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 6 พ.ค. พ.ต.ต.วัฒนากร อุ่นนาท สารวัตรเวรสน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุก๊าซแอมโมเนียจำนวนมาก รั่วไหลออกจากโรงงานห้องเย็นอยู่ยง เลขที่ 523/1 ซอยเจริญกรุง 107 แยกประดู่ 33 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รถกู้ชีพและรถพยาบาลจากโรงพยาบาลใกล้เคียงมายังที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบมีก๊าซแอมโมเนียจำนวนมาก ฟุ้งกระจายออกมาจากโรงงานห้องเย็นดังกล่าว ซึ่งเป็นห้องเย็นสำหรับแช่อาหารสดนำเข้า อาทิ เห็ดหอม เห็ดหูหนูขาว แอปเปิ้ล ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ของบริษัท อยู่ยงพัฒนา จำกัด บริเวณเนื้อที่กว้างรัศมีประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร จึงระดมเจ้าหน้าที่ช่วยกันอพยพประชาชนที่พักอาศัยอยู่ภายในซอยประดู่ 33 ด้านหลังของโรงงานกว่า 600 หลังคาเรือน และประชาชนบริเวณใกล้เคียงออกจากพื้นที่ท่ามกลางความโกลาหล พร้อมประกาศผู้ที่พักอาศัยให้ออกจากที่พัก บางรายที่เป็นเด็กทารก คนชรา และหญิงมีครรภ์ ถึงกับเป็นลมเนื่องจากสูดดมก๊าซดังกล่าวเข้าไป ทางเจ้าหน้าที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลรักษาอาการโดยด่วน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำประชาชนจำนวนประมาณ 300 คน กระจายส่งไปตามโรงพยาบาลใกล้เคียง คือ ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ ร.พ.เลิดสิน และ ร.พ.ตากสิน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกทม. เพื่อตรวจดูอาการ ขณะที่ประชาชนคนอื่นๆ รวมกว่า 1,000 คน ต้องพากันเอามือหรือผ้าที่มีติดตัวปิดจมูก และออกนอกพื้นที่เพื่อหาอากาศบริสุทธิ์หายใจ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งได้ใช้น้ำฉีดเข้าไปในโรงงานเพื่อให้ก๊าซดังกล่าวเจือจางลง จนเวลาผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงส่งทีมเจ้าหน้าที่สวมชุดหน้ากากอากาศพร้อมถังออกซิเจนผลัดกันเข้าไปตรวจดูภายในโรงงานเพื่อหาจุดรั่วไหลของก๊าซ
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ภายในโรงงานดังกล่าว ซึ่งทำเป็นห้องเย็นเพื่อแช่ของสดซึ่งการทำความเย็นจะต้องมีก๊าซแอมโมเนียเป็นตัวช่วย โดยในโรงงานดังกล่าวจะมีถังเก็บก๊าซแอมโมเนียฝังไว้ใต้ดิน และต่อท่อส่งมายังท่อพักก๊าซแอมโมเนียเพื่อเตรียมส่งต่อไปยังห้องเย็น แต่ท่อส่งก๊าซที่เชื่อมระหว่างท่อเก็บกักและถังพักเกิดรั่วซึม เนื่องจากท่อมีสภาพเป็นสนิมผุกร่อน เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดวาล์วเพื่อหยุดการรั่วไหลของก๊าซ
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีคนงานอยู่ในโรงงาน เนื่องจากคนงานจะทำงานช่วงกลางวันเท่านั้น แต่ตอนกลางคืนจะมีช่างเครื่องคอยดูแลควบคุมให้ห้องเย็นทำงานคือ นายเทพประทาน จุมศรี อายุ 31 ปี ช่างเครื่องคอยควบคุมอยู่ ภายในโรงงานมีห้องเย็นทั้งหมด 7 ห้อง แต่มีเพียง 5 ห้องที่ใช้ก๊าซแอมโมเนียในการทำความเย็น นอกจากนี้ยังทราบว่าโรงงานดังกล่าวเปิดมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยเกิดเหตุลักษณะดังกล่าวมาก่อน แต่ปีที่แล้วได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณด้านหลังโรงงานมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ได้ทำการซ่อมแซมไปแล้ว
ต่อมาน.ส.อารีย์ วงศ์นพรัตน์เลิศ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม พร้อมด้วยนางจินตนา เหล่าตรงจริง หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยนางจินตนาเปิดเผยว่า เวลาประมาณ 01.30 น. ได้รับการประสานงานจากนายวันชัย ถนอมศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม มอบหมายให้ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตและตนเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในเบื้องต้นทางเขตยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุได้เนื่องจากก๊าซยังคงรั่วไหลและส่งกลิ่นไปทั่ว ต้องใช้น้ำฉีดเพื่อให้แอมโมเนียเจือจาง ทั้งนี้โรงงานดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้องในการแช่ถนอมอาหาร จะมีก๊าซแอมโมเนียมาช่วยในการทำความเย็น ซึ่งมีการต่ออายุใบอนุญาตประจำปีที่สำนักงานเขตทุกปี เบื้องต้นเชื่อว่าอุปกรณ์ชำรุดทำให้เกิดก๊าซรั่ว ซึ่งทางกรมควบคุมมลพิษมาดูแล ก๊าซดังกล่าวหากได้รับเข้าไปจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้แสบตา แสบจมูก หากได้รับมากและโดยตรงอาจทำให้หมดสติได้
น.ส.อารีย์กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่กองอนามัยสิ่งแวดล้อมจะต้องเข้าไปตรวจสอบสารที่เจือจางในอากาศว่า ยังมีปริมาณก๊าซเหลือในระดับที่จะส่งผลต่อสุขภาพอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตามจากสภาวะอากาศทั่วไปขณะนี้ไม่มีกลิ่นแอมโมเนียฉุนหรือทำให้ระคายเคืองแก่ผู้สูดดมแล้ว ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสูดดมก๊าซแอมโมเนียประมาณ 70 คน ขณะนี้อาการปกติและออกจากโรงพยาบาลแล้ว
ด้านพ.ต.ต.วัฒนากรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนายเทพประทานช่างเครื่องที่อยู่ในที่เกิดเหตุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความประมาทของผู้หนึ่งผู้ใดหรือไม่ อย่างไรก็ตามจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่
จากกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบเพื่อหาพยานหลักฐานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาสาเหตุเพื่อดำเนินการต่อไป
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตอนนี้ผู้อำนวยการเขตบางคอแหลมได้ออกคำสั่งระงับการดำเนินกิจการของโรงงานดังกล่าวแล้ว และต้องรอให้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบ ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสูดดมก๊าซแอมโมเนียขณะนี้เริ่มมีอาการดีขึ้นและทยอยกลับบ้านได้แล้ว
ด้านนายสุเมธา วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ บอกว่าตอนนี้ขั้นตอนการตรวจสอบยังเป็นอำนาจหน้าที่ของเขตบางคอแหลม และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.คาดว่าสภาพอากาศจะเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เพราะก๊าซแอมโมเนียเป็นก๊าซเบา กระจายตัวเร็ว การแพร่กระจายแนวราบจะมีรัศมีอันตรายประมาณ 60 เมตร และเนื่องจากเป็นก๊าซเบาก็จะกระจายหายไปได้เร็ว
นายสุรินทร์ จิรวิศิษฐ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 74 คน และทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการวิงเวียนจากการสูดดมก๊าซแอมโมเนียเข้าไป และเมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกันทั้งหมดปลอดภัยและกลับบ้านได้แล้ว ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้สปส.กำลังตรวจสอบว่าเป็นผู้ประกันตนกี่คน และจะดำเนินการช่วยเหลือให้ได้รับสิทธิตามสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล ทั้งนี้หากญาติของผู้ประกันตนต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
