เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายเมธี มหายศนันท์ หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงพายุหมุน หรือพายุงวงช้าง พัดถล่มบ้านเรือนชุมชนเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อบ่ายวันที่ 30 ต.ค.ว่า พายุหมุนดังกล่าวมีแหล่งกำเนิดในทะเล เรียกว่านาคเล่นน้ำ โดยบริเวณเหนือพื้นน้ำตรงจุดที่เกิดนั้น มีอากาศเบา ยกตัวสูงขึ้น อากาศบริเวณโดยรอบที่มีความหนาแน่นกว่า พัดเข้ามาแทนที่และหอบเอาไอน้ำตามติดขึ้นมาด้วย จนเกิดเป็นเกลียวพัดทวนเข็มนาฬิกาขึ้นไปข้างบน ซึ่งจะต่างจากทอร์นาโดที่เกิดจากบนลงล่าง จากนั้นจึงพัดเข้าสู่ชายฝั่ง จึงทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายได้พายุนาคเล่นน้ำนี้ มักเกิดช่วงเวลาสั้นๆ คือพอพัดขึ้นฝั่ง ระบบจะถูกตัดขาดจากด้านล่าง จึงไม่มีความต่อเนื่อง สำหรับบริเวณพื้นที่เกิดพายุนี้มีโอกาสเกิดได้มากตามพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเล ในสภาวะที่มีฝนฟ้าคะนองที่เกิดจากเมฆฝนฟ้าคะนองที่ก่อตัวในแนวตั้ง หรือเมฆคิวมูโลนิมบัส ดังกรณีที่เกิดขึ้นที่ระยองในช่วงวันเวลาดังกล่าวนั้น ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาแสดงให้เห็นว่า มีกลุ่มเมฆฝนบริเวณทะเล ตามแนวร่องลมมรสุม ดังนั้นจึงมีโอกาสเกิดพายุนาคเล่นน้ำพัดเข้าสู่ฝั่งในไม่กี่ร้อยเมตรแล้วสลายไป หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศ กล่าวและว่า เมื่อเดือนก.ค.มีพายุงวงช้างหรือนาคเล่นน้ำเกิดขึ้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.กระบี่ และวันที่ 9 ก.ย.เกิดที่บริเวณบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์
สำหรับข้อมูลทั่วไปของพายุนาคเล่นน้ำ ขนาดความยาวของเกลียวพายุประมาณ 10-100 เมตร แต่บางครั้งยาวถึง 600 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ตั้งแต่ 1 เมตรจนถึงหลายสิบเมตร ความเร็วลมในตัวพายุ 100-190 ก.ม.ต่อช.ม. และอาจสูงถึง 225 ก.ม.ต่อช.ม. เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 3-130 ก.ม.ต่อช.ม. ช่วงระยะเวลาการเกิด 2-20 นาที และหากนาคเล่นน้ำขึ้นฝั่งจะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ที่สนใจรายละเอียดพายุนาคเล่นน้ำเพิ่มเติมเข้าไปอ่านได้ที่ http://gotoknow.org/blog/weather/101100 โดยดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย (สวทช.)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย ส่วนงานกลาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โทรศัพท์ 0-2564-7000 ต่อ 1461, 1462 โทรสาร 0-2564-7000 ต่อ 1482 e-mail : thaismc@nstda.or.th
ข้อมูลจาก ข่าวสด
