ตร.พิจิตร เร่งลากตัว หนุ่มก่อสร้าง พบจุดไฟเผาไม่พอยังจับหัวกดน้ำอีก ได้กลิ่นซ่อนตัวในกรุง คาดโทษหากญาติช่วยเหลือจะเจอคุกด้วย ผู้ว่าฯพิจิตรตั้งกองทุนช่วยเหลือ หมอเผยเหยื่อสาวต้องรักษาตัวอีก2-3เดือน พ.ต.อ.ชัยสิทธิ์ ทรัพย์สิน ผกก.สภ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมนายสุรศักดิ์ หรือแจ็ค พูนแย้ม อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้น้ำมันเบนซินราดและจุดไฟเผา น.ส.กนกวรรณ คงเมือง อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสระหลวงพิทยาคม อ.เมืองพิจิตร ที่ไม่ยอมรับรัก เป็นเหตุให้ น.ส.กนกวรรณได้รับบาดเจ็บสาหัส และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานเงิน 2 แสนบาทช่วยเหลือ และรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ว่า นายสุรศักดิ์ได้หลบหนีไปซ่อนตัวในสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปติดตามจับกุมพบว่า ญาติได้พานายสุรศักดิ์ หลบหนีและเปลี่ยนที่พักตลอดพ.ต.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ได้เร่งติดตามจับกุมนายสุรศักดิ์มาดำเนินคดีโดยเร็ว โดยจะเดินทางเข้าพูดคุยกับบิดามารดาและญาติพี่น้องของนายสุรศักดิ์ ซึ่งทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่งย่านถนนสุขุมวิท ให้รีบนำตัวนายสุรศักดิ์เข้ามอบตัว หากยังคิดพาหลบหนีหรือหาที่พักพิงให้ก็จะมีความผิดถูกดำเนินคดีไปด้วย โดยโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4,000 บาท หรือมีโทษทั้งจำและปรับ
ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบหลักฐานเพิ่มเติมเป็นรองเท้าแตะหนังของนายสุรศักดิ์ ลอยอยู่ในคูน้ำใกล้ที่เกิดเหตุ เนื่องจากช่วงที่นายสุรศักดิ์ใช้น้ำมันเบนซินราด น.ส.กนกวรรณแล้ว พยายามกดหัว น.ส.กนกวรรณให้จมน้ำ ซึ่งก็ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พ.ต.อ.ชัยสิทธิ์กล่าว
ด้านนายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เรียกสาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิจิตร สำนักงานพัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 1 และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือในการช่วยเหลือ น.ส.กนกวรรณ ซึ่งที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า จะตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลระยะยาวเนื่องจากหาก น.ส.กนกวรรณ ได้รับการรักษาหายในเบื้องต้น ยังต้องกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านใน จ.พิจิตร หรือเข้ารับการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาล นอกจากนี้จะช่วยเหลือด้านการศึกษาอีกด้วย
นายบุญธรรม อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสระหลวงพิทยาคม กล่าวว่า คณะครูโรงเรียนรู้สึกเสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้นทางคณะครูและนักเรียนได้นำเงินไปช่วยเหลือแล้ว 15,000 บาท และยังมีผู้ใจบุญ เช่น นายไพฑูรย์ แก้วทอง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเงินช่วยเหลือผ่านมาทางโรงเรียน 5,000 บาท และผู้จัดการธนาคารทหารไทย สาขาพิจิตร 5,000 บาท โดยจำนวนเงินทั้งหมดได้มอบให้กับผู้ปกครองของ น.ส.กนกวรรณไปแล้ว และหลังจากนี้ ทางโรงเรียนจะหาทุนการศึกษาช่วยเหลือต่อไป
รศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสภาพอาการของ น.ส.กนกวรรณ ที่โรงพยาบาลพระพุทธชินราชส่งตัวเข้ารักษา คาดว่า จะต้องใช้เวลาในการรักษาตัวประมาณ 2-3 เดือน
ผศ.นพ.อภิชัย อังสพัทธ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า น.ส.กนกวรรณได้รับบาดแผลไฟไหม้ประมาณร้อยละ 21 บริเวณใบหน้า ลำคอ บาดแผลอยู่ในระดับ 2 ส่วนที่แขนทั้ง 2 ข้าง และบริเวณหน้าอกเป็นแผลลึก ผู้ป่วยได้รับการดูแลเบื้องต้นเป็นอย่างดีจากโรงพยาบาลพิจิตร และโรงพยาบาลพระพุทธชินราช ทำให้ขณะนี้อาการบวมลดลง ส่วนบาดแผลทั้งหมดต้องใช้เวลาในการรักษาประมาณ 2-3 เดือน แต่แผลเป็นและแผลดึงรั้งอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงจะดีขึ้น เพราะต้องรอให้ร่างกายสร้างเซลล์สีผิวขึ้นมาใหม่ ส่วนบริเวณที่เป็นบาดแผลลึกจำเป็นต้องตัดเนื้อที่ถูกทำลายออกและทำการปลูกถ่ายผิวหนัง อาจจะต้องใช้การผ่าตัดหลายครั้ง ซึ่งทางโรงพยาบาลจะดูแลให้ดีที่สุด
ข้อมูลจาก มติชน
