จิ๋วโผล่แนะแม้ว หยุดเพื่อบ้านเมืองสุวิทย์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินแล้ว อ้างถ้ายังอยู่ทำงานการเมืองที่เป็นกลางไม่ได้ ย้ำอีกใบลาประสงค์มีผลต้องพ้นมท.3 ไชยยศยังทวงเก้าอี้ไม่เลิก ลั่นตำแหน่งรมช.มหาดไทยเป็นสิทธิ์ตั้งแต่ต้น ประสงค์โต้ทันควันทั้งสุวิทย์-ไชยยศเข้าใจผิด ปรึกษาปรมาจารย์ทางกฎหมายแล้ว ใบลาออกยังไม่มีผลใดๆ สมชายชิ่งไม่ออกต้องเข้าสภามาตอบกระทู้ฝ่ายค้าน เรื่องสลายม็อบหน้าสภา 7 ต.ค. เจอลีลามาร์คกับขุนพลปชป.เล่นงานจนมือสั่น ก้มหน้าก้มตาชี้แจงแบบสุดเครียด ยันรับผิดชอบแน่แต่ต้องรอสรุปผลสอบก่อน นายกฯ อมยิ้มไม่ตอบคำถามสื่อเรื่องคลิปฉาวหน้าเหมือนนักการเมืองใหญ่ ผบ.ทอ.ชี้คนโฟนอิน 1 พ.ย. รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น จี้รัฐบาลเตรียมตัวรับมือแทนตามแก้ไขเหมือนผ่านๆ มา เตือนสื่อรัฐอย่ารับใช้การเมืองมิฉะนั้นเกิดเหตุรุนแรงแน่ จิ๋วโผล่เตือนแม้วหยุดเพื่อบ้านเมือง ห่วงเหตุการณ์ในอีกวันสองวันนี้ แนะสมชายปรับครม.ใหม่แบบยกชุด ดึงคนดีคนเก่งเข้ามาทั้งหมด ประกาศรับผิดชอบเหตุสลายม็อบหน้าสภาถึงแค่ 8 โมงเช้า 7 ต.ค. อ้างๆ ดื้อเพราะลาออกก่อนมีคนบาดเจ็บล้มตาย
-ปชป.ถามชัยหนังสือหมิ่นฯโผล่สภา
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 30 ต.ค.ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมสภาผู้แทนฯ ก่อนเข้าสู่วาระ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ หารือว่า ขณะนี้ที่สภามีการแจกหนังสือโดยเสียบไว้ในตู้รับเอกสารของสมาชิก เนื้อหาในหนังสือมีลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างชัดเจนและรุนแรงที่สุด ทำไมประธานจึงอนุญาตให้แจกในสภา จึงขอเรียกร้องความรับผิดชอบ นายชัยกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ผมไม่ทราบว่าใครอนุญาตให้เอามาใส่ ฝากเลขาธิการสภาสอบสวนข้อเท็จจริงและรายงานผมภายใน 3 วัน และจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบในการประชุมครั้งหน้า ยืนยันว่าผมจงรักภักดี ใครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพผมไม่เอาด้วย
หลังจากนายนิพิฏฐ์อภิปรายเสร็จ นายอิสระ สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ รีบลงมาเปิดล็อกเกอร์ของตนเองทันทีแต่ไม่พบหนังสือดังกล่าวแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่สภาซึ่งดูแลเอกสารยืนยันว่าไม่มีการส่งหนังสือดังกล่าวผ่านทางสภาเพื่อส่งให้ส.ส.
-มาร์คตั้งกระทู้ 7 ต.ค.ถามสมชาย
จากนั้นพิจารณากระทู้ถามสดเรื่องบทบาทและความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี ต่อเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค. และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน ตั้งกระทู้ถามนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ แต่นายชัยแจ้งว่านายกฯ ติดภารกิจและมอบหมายนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รมต.ประจำสำนักนายกฯ มาตอบแทน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เหตุการณ์วันดังกล่าวตนถามถึงความรับผิดชอบของนายกฯ แล้วนายสุขุมพงศ์จะตอบความรับผิดชอบของนายกฯ ได้หรือไม่
นายสุขุมพงศ์ชี้แจงว่า นายกฯ มีนัดสำคัญกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่จะให้ถ้อยคำกรณีความไม่สงบในวันดังกล่าว จากนั้นมีงานทอดกฐินของสำนักนายกฯ ที่มีกำหนดการไว้แล้ว จึงมอบหมายตนตอบกระทู้แทน ซึ่งได้รู้เห็นเหตุการณ์บางส่วนและเคยชี้แจงกระทู้ถามของวุฒิสภามาแล้ว จึงมอบหมายตนมาตอบแทน
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระทู้ถามสดเป็นกระบวนการสำคัญมากในประเทศประชาธิปไตย และทุกคนทราบล่วงหน้าว่าจะต้องมาตอบวันพฤหัสฯ สามารถบริหารเวลาได้ และได้ตรวจสอบหมายงานของนายกฯ ล่วงหน้าแล้ว ทราบว่าจะมาสภาได้เวลา 11.30-14.00 น. และไม่ทราบว่าจะไปที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถ้ามาที่นี่ 20 นาทีกรรมการสิทธิฯ คงไม่ขัดข้อง ถ้าตรวจสอบแล้วไม่จริงจะรับผิดชอบอย่างไร
-นายกฯอ้างเลขาฯจำวันนัดผิด
นายสุขุมพงศ์ยืนยันว่า ได้รับแจ้งอย่างนั้นจริงๆ แต่ไม่ทราบว่ากำหนดการที่แท้จริงๆ ว่าเป็นอย่างไร นายชัยกล่าวแทรกว่า เมื่อไม่ให้ รมต.ตอบแทนนายกฯ ก็น่าเลื่อนได้ เอาเรื่องอื่นขึ้นมาก่อน แต่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอให้ตรวจสอบนายกฯ ลาประชุมหรือไม่ นายชัยจึงสั่งเลขาธิการสภาผู้แทนฯ ตรวจสอบทันที ทว่านายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า นายกฯ มาเซ็นชื่อแล้วกำลังจะออกจากสภา ทำไมไม่กล้าตอบ ความรับผิดชอบอยู่ตรงไหน นายกฯ เห็นสภาเป็นอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นนายสมชายเดินเข้ามายังห้องประชุมสภาพร้อมครม. 4-5 คน อย่างรีบเร่ง นายอภิสิทธิ์สอบถามว่ากำหนดการนายกฯ เป็นอย่างไรแน่ ไม่ตรงกับที่นายสุขุมพงศ์ชี้แจง นายสมชายกล่าวว่า ได้นัดหมายให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการสิทธิฯ ไว้วันที่ 31 ต.ค. เลขาฯ นายกฯ จำผิด พอตนทราบจึงรีบกลับเข้ามาตอบ
-ผู้บริหารสูงสุดจะรับผิดชอบอย่างไร
จากนั้นที่ประชุมเริ่มเข้าสู่การพิจารณากระทู้ถามสด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญแต่ไม่สามารถตำหนิได้ว่านายสมชายทำให้บ้านเมืองมีวิกฤต เพราะมีความขัดแย้งมาก่อนหน้านี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. เพิ่มให้วิกฤตสูงขึ้นอีกระดับ เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตเลือดเนื้อ แต่จากวันนั้นถึงวันนี้แปลกใจความรับผิดชอบผู้บริหารสูงสุดของประเทศเป็นอย่างไร การสำรวจความคิดเห็นประชาชนคลางแคลงใจต่อบทบาทนายกฯ เรื่องนี้ เมื่อวิกฤตการเมืองเป็นอย่างนี้ปัญหาปากท้อง ภาคเกษตร การเงิน อุตสาหกรรม ยากที่จะแก้ไข เพราะความเชื่อมั่นศรัทธาชอบธรรมในรัฐบาลไม่ดำรงอยู่
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ตนเพิ่งได้ยินนายกฯ เอ่ยเสียใจ 5 วันหลังจากเหตุการณ์ จึงขอถามกระทู้คือ 1.การประชุม ครม.คืนวันที่ 6 ต.ค. นายกฯ หรือ ครม.มีมติสั่งการอย่างไรต่อการชุมนุมหน้ารัฐสภา 2.เช้าวันที่ 7 ต.ค. เมื่อมีการสลายการชุมนุมประชาชนบาดเจ็บขาขาดและเจ็บอีกนับร้อย วิญญูชนทราบดีว่าไม่ได้เกิดจากแก๊สน้ำตาหรือมีการสลายการชุมนุมตามมาตรฐานสากล นายกฯ รับรู้เรื่องแล้วได้ดำเนินการอะไรบ้างไม่ให้ซ้ำรอย แต่เกิดเหตุซ้ำในช่วงบ่ายและค่ำวันเดียวกัน
-ตอบกว้างๆไม่ตรงคำถาม
นายสมชายชี้แจงโดยเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่การประชุม ครม.ตอน 5 ทุ่ม คืนวันที่ 6 ต.ค. จนถึงการเข้าแถลงนโยบายวันที่ 7 ต.ค. แต่ไม่ได้ตอบกระทู้ถามตรงๆ เพียงแต่ระบุหลังแถลงนโยบายทราบว่ามีการผลักดันให้คนติดอยู่ในนี้ออกไปได้
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่ตอบมาป็นเรื่องตัวนายกฯ ทั้งนั้น ตกลงนายกฯ ได้รับรายงานเกี่ยวกับความสูญเสียของประชาชนหรือไม่ จึงทำให้ช่วงเย็นและค่ำลุกลามบานปลายจนมีคนเสียชีวิต ส่วนพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พอมีเหตุเลยลาออกจากรองนายกฯ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่รู้ ถามว่าการบริหารประเทศมีคนเสียชีวิตขนาดนี้ยังไม่รายงานกันเลยหรือ ในสังคมประชาธิปไตย เกิดเหตุขนาดนี้ต้องมีการแสดงความรับผิดชอบ องค์กรต่างๆ พยายามาค้นหาข้อเท็จจริง สภา มีคณะกรรมาธิการเชิญนายกฯ และคนรอบๆ เหตุการณ์ เหตุใดไม่ได้รับความร่วมมือ แล้วอย่างนี้จะเรียกตัวเองว่าจะเป็นรัฐบาลในวิถีทางประชาธิปไตยได้หรือไม่ นายกฯ จะพร้อมมาให้ถ้อยคำได้เมื่อใด นอกจากนี้ป.ป.ช.และอื่นๆ โดยเฉพาะกรรมการสิทธิฯ เคยแถลงว่าต้องรับผิดชอบ นายกฯ จะรับผิดชอบอย่างไรและจะถือผลสอบชุดไหน จะถือของคณะกรรมการชุดที่รัฐบาลตั้งขึ้นอย่างเดียวหรือไม่
-วันนี้มีการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้อง
นายสมชายกล่าวว่า กรรมการสิทธิฯ และตำรวจกำลังสอบสวนอยู่ ส่วนรัฐบาลตั้งกรรมการอิสระสอบสวนอยู่ ส่วนการไปให้ปากคำไม่มีปัญหา ถ้าอยู่ตนก็ไปถ้าไม่อยู่ก็มอบหมาย ส่วนที่ถามว่าจะรับผิดชอบอย่างไรก็มีขั้นตอนอยู่ ต้องรอฟังผลการสอบแต่ละชั้นและถ้าผลออกมารัฐบาลจะยอมรับตามผล แต่ชั้นนี้เมื่อยังไม่มีความชัดเจนว่าใครทำ ใครไม่ทำ ต้องรอฟังให้ชัดเจน
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ความรับผิดชอบทางการเมืองไม่เหมือนความรับผิดชอบราชการ ก่อนหน้านี้นายสมชายโดนชี้มูลราชการร้ายแรงให้ออก แต่วันนี้ยังอยู่ในตำแหน่งทางการเมือง ฉะนั้นอย่าเอาขั้นตอนราชการมาเป็นความรับผิดชอบทางการเมือง ที่บอกว่ารอขั้นตอนการรับผิดชอบต่างๆ อยากถามว่าเห็นสภาพประเทศวันนี้หรือไม่ ประชาชนมีความเสี่ยง เสียชีวิตและบาดเจ็บ ถามว่าต้องให้ประเทศบอบช้ำกว่านี้อีกเท่าไหร่ถึงจะเห็นภาวะผู้นำ การแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง
จึงขอถามว่า 1.ก่อนเกิดเหตุวันที่ 7 ต.ค. ฝ่ายการเมืองเคยตั้งความหวังว่า การตั้งส.ส.ร.เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเป็นคำตอบหนึ่งของการแก้ความขัดแย้ง แต่วันนี้การตั้งส.ส.ร.เป็นเงื่อนไขความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น ฉะนั้นวันนี้ขอให้พักเรื่องการตั้งส.ส.ร.ไว้ก่อนได้หรือไม่ หรือเป็นยุทธศาสตร์การเมืองที่ส่งมาจากลอนดอน 2.นายกฯ เคยบอกว่าไม่อยากเห็นคนรัฐบาลไปเกี่ยวข้องกิจกรรมซึ่งนำมาสู่ความแตกแยก ถามว่าวันนี้กิจกรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ นายกฯ เคยทำอะไรที่มากไปกว่าที่บอกกับผมบ้าง 3.วันนี้มีการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องทั้งตุลาการศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้บ้านของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งถูกปาระเบิด สถาบันสูงสุดก็โดนดึงมาสู่ความขัดแย้ง การใช้เว็บไซต์ คลิปหมิ่นสถาบัน รัฐบาลติดขัดอะไรไม่แก้ไข แต่คลิปที่กำลังยอดนิยมกลับถูกปิดอย่างรวดเร็ว ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว
-เครียดมือสั่นก้มหน้าก้มตาตอบ
นายสมชายกล่าวว่า การที่ผู้นำฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยตนก็ไม่ก้าวล่วง แต่มองว่าเรื่องส.ส.ร.เป็นทางออกของประเทศได้จึงไม่มีความคิดเลิกล้ม ก็ว่ากันไปตามกฎเกณฑ์ จะผ่านไม่ผ่านขึ้นกับรัฐสภา ส่วนการไม่ให้คนของรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมความขัดแย้ง ได้พูดชัดเจนไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง ความแตกแยกและก็พยายามหาวิธี ถ้าห้ามปรามได้ก็ทำตลอด ส่วนเรื่องชุมนุมถ้าทำโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นไปตามกฎหมายก็เป็นสิทธิ์ เรื่องเว็บไซต์ตนกำลังดำเนินการ วันที่ไปกระทรวงไอซีทีถูกขว้างรองเท้าและปาขวดน้ำก็ไปเรื่องนี้ กระทรวงชี้แจงว่าปิดไปเยอะแล้ว ส่วนที่มีเปิดขึ้นมาใหม่ตนไม่ทราบเพราะใช้วิธีทางเทคนิค แต่สั่งการว่าให้รีบทำ อย่าให้กระทบกระเทือนจิตใจคนไทย จะทุ่มถึง 500 ล้านบาทก็ไม่มีปัญหา ยืนยันว่ายึดมั่นในกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมาไม่ได้ล่วงละเมิดกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการตอบกระทู้นายสมชายเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตอบและมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ช่วงท้ายที่นายอภิสิทธิ์ถามเรื่องความรับผิดชอบและปัญหาเว็บไซต์หมิ่นสถาบันและเว็บไซต์บางแห่งที่ถูกปิดอย่างรวดเร็ว นายสมชายชี้แจงในสภาพมือที่ถือกระดาษคำชี้แจงสั่นเป็นระยะ ภายหลังตอบกระทู้นายสมชายรีบออกจากรัฐสภาทันที โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า พรุ่งนี้จะไปชี้แจงเหตุการณ์ 7 ต.ค.ต่อคณะกรรมการสิทธิฯ ตามที่ได้รับหนังสือเชิญมา
-ปชป.ได้ทีเย้ยหมดราศีนายกฯ
ต่อมานายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคตรวจสอบข้อมูลความเคลื่อนไหวของนายกฯ ตลอดเวลา ตั้งแต่ประชุมสภากลาโหมเสร็จจนถึงการเดินทางมายังรัฐสภา จึงทราบข้อเท็จจริงว่านายกฯ ไม่ได้มีภารกิจอะไร เพียงแต่มีเจตนาหลีกเลี่ยงตอบกระทู้ ซึ่งนายกฯ มีพฤติกรรมเหล่านี้มาตลอด เห็นได้จากการประชุมรัฐสภาวันอังคารที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา มีวาระเรื่องกรอบข้อตกลงระหว่างไทย-กัมพูชา กรณีเขตแดนและกรณีพิพาทเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของนายกฯ โดยตรงที่จะต้องมานั่งฟังข้อเท็จจริงและข้อสงสัย แต่นายกฯ กลับไม่มา แต่วันพุธที่ 29 พ.ย.มีการประชุมสภา ในวาระเรื่องกฎหมายสรรพากร นายกฯ กลับเดินลอยหน้าลอยตามาในรัฐสภา
นายเทพไทกล่าวว่า ตลอดเวลาที่มีการตอบกระทู้ถามนายกฯ ขาดความพร้อมและสมาธิในการตอบ ต้องมี รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นพี่เลี้ยง นายกฯ ก้มหน้าก้มตาอ่านสคริปต์ตลอดเวลา ไม่กล้าสบตาสมาชิกในห้องประชุมและหน้าซีด ทำให้นึกถึงกรณีตำรวจจับผู้ร้ายมาแถลงข่าวและสอบสวน จะเห็นว่าผู้กระทำผิดก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาใครเลย ยิ่งตอนที่ผู้นำฝ่ายค้านถามถึงกรณีเว็บไซต์หมิ่นสถาบันและคลิปยอดนิยม ยิ่งทำให้นายกฯ มือสั่นอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นวุฒิภาวะและความพร้อมของการเป็นนายกฯ ให้เป็นที่ปรากฏอย่างชัดเจนต่อสมาชิกในสภาว่าไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ ต่อไป นายกฯ น่าจะใช้โอกาสวันนี้แสดงความรับผิดชอบต่อกระทู้ถามสดของผู้นำฝ่ายค้าน โดยประกาศลาออกกลางสภา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. จะเป็นการแสดงออกที่สง่างาม
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการแจกหนังสือลักษณะเนื้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูงในตู้รับเอกสารของสมาชิกในสภาว่า หนังสือดังกล่าวส่งมาให้ส.ส.ประมาณเดือนกว่าแล้ว เชื่อว่าส.ส.ทุกคนคงได้รับกันหมดเพียงแต่ไม่มีใครพูด จึงหาโอกาสนำมาหารือในสภา เพราะหนังสือดังกล่าวมีชื่อว่า ระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หนา 32 หน้า เแปลมาจากหนังสือต้องห้ามนำเข้ามาประเทศไทยเล่มหนึ่ง พร้อมเขียนความเห็นส่วนตัวเข้าไปด้วย ถ้อยคำในหนังสือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างชัดเจน ขอให้สภาตรวจสอบให้รอบคอบด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยให้ใครเอาหนังสืออะไรมาแจกสมาชิกอย่างนี้ได้อย่างไร
-รมว.กห.ประชุมสภากห.นัดแรก
เมื่อเวลา 09.00 น.ที่กระทรวงกลาโหม นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานสภากลาโหม เป็นประธานประชุมสภากลาโหมนัดแรกของการทำหน้าที่ รมว.กลาโหม โดยมีพล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. และพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. เข้าร่วมประชุม
พล.อ.ทรงกิตติให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะโฟนอินจากอังกฤษมาพูดคุยกับประชาชนในวันที่ 1 พ.ย.ว่า ต้องติดตามสถานการณ์ ส่วนจะทำได้หรือไม่เพราะพ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ต้องถามฝ่ายกฎหมาย เมื่อถามว่าในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 จะขอร้องพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว ไม่สามารถแนะนำได้
-ผบ.ทอ.ชี้คนโฟนอินรู้จะเกิดอะไรขึ้น
ด้านพล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า วันที่ 1 พ.ย.เป็นวันที่น่าห่วง ถ้าออกมาชุมนุมกันจำนวนมาก และสื่อของรัฐเปิดโอกาสให้ถ่ายทอดสัญญาณต่างๆ จะถูกมองว่ารัฐบาลไม่เป็นกลาง ทำให้เกิดกระแสต่อต้าน เกิดความรุนแรง ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนในอดีต นำสื่อของรัฐมาใช้และมีการทำลายทรัพย์สินทางราชการเกิดขึ้น เช่น การเผากรมประชาสัมพันธ์ สิ่งที่น่าจะลดกระแสนี้ได้คือรัฐบาลต้องเตรียมตัว ไม่ใช่พอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังปล่อยให้เกิดขึ้นอีกแล้วมาแก้ตัวว่าทำดีที่สุดแล้วมันไม่ได้ เมื่อรู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นต้องทำอะไรขึ้นมา อย่าปล่อยให้เอาสื่อของรัฐมาเป็นเครื่องมือ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ทหารจะขอไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาเพื่อยุติปัญหา พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า เรื่องนี้พูดตลอดว่าทุกคนต้องรู้ในขอบเขตของอำนาจหน้าที่ ใครทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาคนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะปัญหารู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนที่โฟนอินเข้ามารู้อยู่แล้วว่าอยู่ในฐานะอะไร จะเกิดผลอะไรตามมา ทำให้ประเทศชาติเสียหายมากน้อยแค่ไหน คนที่เกี่ยวข้องไม่ว่ารัฐบาลหรือใครที่รับผิดชอบต้องออกมาชี้แจงก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ออกมาแล้วมาแก้ตัวทีหลัง
-รมว.กห.ต้องแสดงท่าทีตั้งแต่แรก
เมื่อถามว่าทหารจะเข้าไปช่วยเหลือหรือดูแลเรื่องนี้อย่างไร พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า กองทัพไทยเรียกประชุมแล้วว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นอย่างไร และควรเตรียมการอย่างไร ต้องป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลาม ประเด็นสำคัญคืออย่าปล่อยให้คนออกมาปะทะหรือเผชิญหน้ากัน ต้องป้องกันตั้งแต่แรก ไม่ใช่ปล่อยให้มาเผชิญหน้ากันแล้วถึงตรงนั้นป้องกันลำบาก
เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพส่งสัญญาณหรือบอกนายสมชายเพื่อไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า นายกฯ ในฐานะ รมว.กลาโหม ต้องรู้ดีอย่างมาก คงไม่ต้องมีใครไปชี้นำท่าน ซึ่งท่านดูแลด้านความมั่นคงอยู่แล้ว เหตุการณ์อันไหนจะทำให้รุนแรงมากขึ้น ท่านต้องแสดงท่าทีตั้งแต่แรก
-คำพิพากษาศาลแสดงให้เห็นแล้ว
ต่อข้อถามว่าขณะนี้ท่าทีรัฐบาลยังไม่ประกาศชัดเจนว่าจะให้พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า ต้องให้รัฐบาลเป็นคนตอบ ตนคงตอบไม่ได้ ซึ่งแนวโน้มเหตุการณ์จะรุนแรงมากขึ้น ถ้าปล่อยให้ใช้สื่อของรัฐมาทำให้เหตุรุนแรงมากขึ้น ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจะโฟนอินผ่านสื่อรัฐสามารถทำได้หรือไม่นั้น พล.อ.อ.อิทธพรกล่าวว่า คำพิพากษาของศาลน่าจะแสดงให้เห็นว่าอยู่ในฐานะอะไร
ขณะที่พล.ร.อ.กำธรกล่าวว่า ขอให้ใจเย็นต้องดูเหตุการณ์ ยังไม่รู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินหรือไม อย่างไร ขณะนี้ติดตามสถานการณ์อยู่ เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพจะขอร้องนายกฯ ให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษหรือไม่ พล.ร.อ.กำธรกล่าวว่า คงไม่ต้องขอร้องเพราะท่านดูแลอยู่แล้ว
-เพื่อนเนวินตบเท้าพบมท.โกวิท
เมื่อเวลา 11.00 น. ส.ส.พรรคพลังประชาชน กลุ่มเพื่อนเนวิน ประมาณ 50 คน นำโดยนายทรงศักดิ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์ นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ลือชัย ส.ส.สกลนคร นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองโฆษกพรรคพลังประชาชน นายปัญญา จีนาคำ อดีตผู้สมัครส.ส.แม่ฮ่องสอน เข้าพบพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย ในห้องประชุม 1 กระทรวงมหาดไทย นาน 1 ช.ม.
รายงานข่าวแจ้งว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชนหนักใจในภาวะที่บ้านเมืองแตกแยกจากกลุ่มคนที่ไม่เคารพกฎหมาย ต่อสู้ท้าทายอำนาจรัฐ จึงอยากให้มหาดไทยชี้แจงต่อประชาชนโดยใช้เครือข่ายผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน นอกจากนี้กลุ่มส.ส.ยังอยากให้ รมว.มหาดไทยออกตรวจเยี่ยมพื้นที่ที่มีปัญหา ไปพบประชาชนโดยไม่ต้องกลัวมือตบขับไล่ และใช้เวลาตรวจเยี่ยมข้าราชการแสดงให้เห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารยังร่วมมือกันอยู่ ไม่เช่นนั้นข้าราชการอาจไม่มีกำลังใจและเห็นว่ารัฐบาลไม่แข็งแรง หากเป็นเช่นนั้นเมื่อตัดสินยุบพรรคส.ส.ของพรรคจะลำบากเพราะข้าราชการไม่ร่วมมือ
-คนที่กลัวทักษิณกลัวอะไร
นายทรงศักดิ์กล่าวถึงการชุมนุมของ นปช.วันที่ 1 พ.ย.นี้ว่า ต้องการให้กระทรวงมหาดไทยประสานฝ่ายปกครองทำความเข้าใจกับประชาชนว่าไม่ควรเดินทางมาร่วมชุมนุมและขอให้อยู่ที่ตั้ง หากมีเหตุการณ์ปานปลายหรือขับเคลื่อนที่รุนแรง ซึ่งการชุมนุมของ นปช.นั้นส.ส.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่หากจะมาชุมนุมก็ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลแต่ทุกฝ่ายควรต้องอยู่ภายใต้กติกา และหากพ.ต.ท.ทักษิณจะโฟนอินเข้ามาก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะไม่เห็นมีกฎหมายข้อไหนห้ามคนพูด และยังเปิดโอกาสให้คนได้รับรู้ข้อมูล 2 ด้าน
คนที่กลัวพ.ต.ท.ทักษิณพูดก็ไม่ทราบว่าจะกลัวอะไร การที่ออกมาพูดอะไรนั้นเป็นเพียงการคาดคะเนกันไปต่างๆ นานา และการที่จะพูดในครั้งนี้เป็นสิทธิแสดงความคิดเห็น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าจริงหรือไม่จริง และผมเชื่อว่าการชุมนุมของ นปช.จะไม่ก่อความวุ่นวาย เพราะอยู่ในสถานที่ที่มิดชิด พูดคุยกันในอาณาบริเวณที่ปลอดภัย และจะไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง ซึ่งขณะนี้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปได้ยาก เพราะคนดีอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่คนไม่ดีไม่มีกฎหมายรองรับ นายทรงศักดิ์กล่าว
-โต้ไม่ได้มาของบ-ตั้งเลขาฯรมต.
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่มาวันนี้เพราะส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินต้องการกดดันให้แต่งตั้งนายศุภชัย ใจสมุทร เป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทยใช่หรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ไม่มีการกดดันอะไรและไม่ได้พูดเรื่องดังกล่าว เพราะส.ส.ประคับประคองเหตุการณ์มาโดยตลอดไม่ได้มาเพราะตำแหน่งทางการเมือง กลุ่มของตนจะไปทุกกระทรวงที่มีความสำคัญในการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเลือกมากระทรวงมหาดไทยเป็นที่แรกเพื่อประหยัดเวลา จะได้ไม่ต้องตั้งกระทู้ในสภา เพราะมาสอบถาม รมต.ได้โดยตรง
ขณะที่นายบุญจงกล่าวว่า มาให้กำลังใจ รมว.มหาดไทย และมาบอกปัญหาต่างๆ ของส.ส. ไม่ได้มาของบประมาณ ไม่ได้มากดดันอะไร เห็นว่าเป็นวันที่มีการประชุมสภา ส.ส.รวมตัวกันเพื่อเข้าประชุมสภาอยู่แล้วจึงมาหา รมต.ก่อน ไม่ถือเป็นสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
-สุวิทย์ลาออกแล้วหน.พผ.
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน แจกแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าและสมาชิกพรรค ที่ส่งถึงเลขาธิการพรรคแก่สื่อมวลชน เนื้อหาระบุว่า การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. นายสุวิทย์ให้สัมภาษณ์ว่า ในทางกฎหมายถือว่าพ้นสภาพจากหัวหน้าและสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินแล้ว ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ลายมือกันอีก เป็นความตั้งใจของตนตั้งแต่ช่วงประกาศถอนตัวจากรัฐบาลแล้ว แต่ช่วงนั้นสมาชิกพรรคขอร้องไว้ ไม่ได้ถูกกดดันใดๆ ทั้งสิ้น มาถึงวันนี้อยากทำการเมืองที่เป็นกลาง หากอยู่ร่วมรัฐบาลต่อไปคงทำงานในองค์กรที่มีความเป็นกลางไม่ได้ ตนกำลังมองหาองค์กรที่มีความเป็นกลางไปทำงาน อาจตั้งองค์กรใหม่ขึ้นเองก็ได้
-ย้ำใบลาประสงค์มีผลพ้นรมต.
ผู้สื่อข่าวถามว่าแจ้งแกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรคคนอื่นๆ หรือยัง นายสุวิทย์กล่าวว่า ไม่ได้แจ้ง แต่ถือว่าทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรมีผลในทางปฏิบัติแล้ว เมื่อถามถึงความชัดเจนของการเสนอชื่อนายไชยยศ จิรเมธากร เป็นรมช.มหาดไทยแทนนายประสงค์ โฆสิตานนท์ นายสุวิทย์กล่าวว่า เป็นไปตามนั้น ใบลาออกของนายประสงค์มีผลแล้ว ถือว่าพ้นสภาพการเป็นรมต.แล้ว ตนส่งชื่อนายไชยยศไปถึงนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เรียบร้อยแล้ว ไม่มีเรื่องต้องมาคลางแคลงใจกันอีก ลายมือในใบลาออกเป็นลายมือของนายประสงค์ ข้อความทุกอย่างเป็นไปตามนั้น
ด้านนายพิเชษฐ์ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา กลุ่มบ้านริมน้ำ พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ไม่ได้เหนือความคาดหมาย นายสุวิทย์น่าจะลาออกตั้งนานแล้วเพราะไม่มีส.ส.ในมือ ส.ส.ก็ไม่เชื่อฟัง ต่อไปการทำงานในพรรคคงจะง่ายขึ้น ตนและส.ส.บ้านริมน้ำขอสนับสนุนนายมั่น พัธโนทัย รองหัวหน้าพรรค หรือพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานคณะที่ปรึกษาพรรค เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป
-มั่นปัดรับรักษาการหน.พรรค
ส่วนน.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า หัวหน้าพรรคจะลาออกหรือไม่คงไม่สำคัญ แต่ละคนไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ต่อไปถ้าไม่เปลี่ยนระบบและวัฒนธรรมการทำงานของพรรคก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีก วันนี้ปัญหาของพรรคไม่ใช่ประเด็นว่าใครจะเป็นหัวหน้า แต่เป็นเรื่องวัฒนธรรมการทำงานของพรรค ที่ผ่านมากรรมการบริหารพรรคไม่เคยมีอำนาจตัดสินใจ คนที่ตัดสินใจมีเพียง 2-3 คน บุคคลเหล่านี้ต้องยุติบทบาทเพื่อให้พรรคดำเนินต่อไปได้ ส่วนหัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องให้เป็นมติของที่ประชุมใหญ่พรรค
ขณะที่นายมั่น พัธโนทัย กล่าวว่า การลาออกของนายสุวิทย์คงเกิดปัญหาจากหลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีแย่งเก้าอี้รมต.กันเอง นายสุวิทย์อาจรู้สึกน้อยใจในเรื่องนี้ เชื่อว่าการลาออกของนายสุวิทย์ ไม่กระทบต่อการทำงานของพรรคและพรรคเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ต้องขอมติจากส.ส.และกรรมการบริหารพรรคในการประชุมใหญ่กลางเดือนพ.ย.นี้ ส่วนจะเป็นใคร ทั้งตนและผู้ใหญ่ในพรรคขอประชุมกันก่อน ตนจะไม่รับตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรคในขณะนี้ แม้ส.ส.หลายคนสนับสนุนก็ตาม เพราะงานในกระทรวงไอซีทีมีมาก
-ไชยยศเก้าอี้มท.3เป็นสิทธิตั้งแต่ต้น
ที่รัฐสภา นายไชยยศ จิรเมธากร โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงปัญหาเก้าอี้รมช.มหาดไทยของนายประสงค์ว่า ขั้นตอนที่ตนรับผิดชอบจบแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ได้คุยกับนายประสงค์ มท.3 และได้รับคำยืนยันว่าให้ตนยื่นใบลาออกให้หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินส่งถึงนายกฯผ่านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ฉะนั้นสิ่งที่ตนทำเพราะทำตามคำสัญญา สิ่งที่นายประสงค์ชี้แจงข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ตนจึงต้องเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะมีคนไปกล่าวหาว่าพยายามแย่งชิงเก้าอี้มท.3 ทั้งที่จริงกระบวนการที่ทำเป็นไปตามขั้นตอนที่ตนกับนายประสงค์เคยตกลงกันไว้ด้วยความถูกต้องทุกอย่าง ดังนั้นไม่ได้ไปแย่งชิงอะไร แต่เป็นสิ่งที่เป็นสิทธิ์ของตนมาตั้งแต่ต้น
นายไชยยศกล่าวต่อว่า นายสุวิทย์ระบุว่าใบลาออกมีผลแล้วก็ถูกต้อง นายประสงค์เขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเอง ระบุเดือนต.ค.ไว้ก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์ว่าจะลาออกภายในเดือนดังกล่าว และเมื่อบอกให้ตนนำไปยื่นก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์ เมื่อไปยื่นกับหัวหน้าพรรคก็มีผู้ใหญ่หลายคนรับทราบ หัวหน้าพรรคก็ทำหนังสือถึงนายกฯ ส่วนกระบวนการทางกฎหมายจะจบตรงไหนไม่กล้าชี้ขาด แต่โดยหลักการแล้วเมื่อมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร หนังสือเขียนว่า กราบเรียนนายกฯ ผ่านหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เมื่อหัวหน้าพรรคลงนามก็น่าจะเป็นข้อยุติ
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯอ้างว่ายังไม่ได้รับหนังสือลาออก นายไชยยศกล่าวว่า กระบวนการลาออกไม่ได้อยู่ที่นายกฯรับหรือไม่ได้รับจดหมาย แต่อยู่ที่เมื่อหัวหน้าพรรคลงนามแล้ว แม้เพียงพูดเฉยๆ ก็หลุดออกจากตำแหน่งแล้ว ทั้งนี้ต้องไปถามนายสมพงษ์ว่าขณะนี้จดหมายลาออกของนายประสงค์อยู่ที่ไหน ส่งถึงมือนายกฯแล้วหรือไม่
-ประสงค์โต้สุวิทย์-ไชยยศเข้าใจผิด
ที่กระทรวงมหาดไทย นายประสงค์ โฆสิตานนท์ กล่าวถึงกรณีนายไชยยศยังยืนยันจะเป็นรมช.มหาดไทยว่า ทุกอย่างจบแล้ว ตนพูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคทุกคนแล้วยืนยันให้ตนทำหน้าที่ต่อไป เชื่อว่านายไชยยศเองก็จะหยุดเคลื่อนไหวเร็วๆ นี้ จริงๆ แล้วนายไชยยศเป็นคนเก่งควรนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปทบทวนตัวเอง ตนไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพราะเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก แม้ว่าตอนนี้นายไชยยศจะยังเคลื่อนไหว เพราะตอนนี้เพิ่งผ่านมายังร้อนอยู่แต่อีกวันสองวันจะนัดนายไชยยศ กินข้าวร่วมกับผู้ใหญ่ในพรรค แล้วคงเคลียร์ปัญหาทุกอย่างให้เสร็จสิ้น ตอนนี้ตนยุติแล้วที่ไปแจ้งความเรื่องเอกสารเท็จก็ถอนแจ้งความแล้ว อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี
นายประสงค์กล่าวถึงกรณีนายสุวิทย์ระบุว่าใบลาออกจากรมต.มีผลแล้วว่า เกิดจากนายสุวิทย์เข้าใจผิด แต่ตอนนี้ได้ชี้แจงให้เข้าใจเรียบร้อยแล้วและชัดเจนว่าใบลาออกของตนไม่มีผล ตนปรึกษาปรมาจารย์ด้านกฎหมายแล้ว ได้รับคำยืนยันชัดเจนว่าหนังสือลาออกจะมี ผลก็ต่อเมื่อตนเขียนและยื่นนายกฯเองเท่านั้น และต่อไปนี้เรื่องเขียนใบลาออกไว้ก่อนคงต้องยกเลิกเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เกิดกรณีอย่างนี้อีก
ส่วนกรณีนายสุวิทย์ลาออกจากหัวหน้าพรรคนั้นยังไม่ทราบเรื่อง ผมพยายามติดต่อนายสุวิทย์อยู่ แต่ปิดโทรศัพท์ เชื่อว่าเป็นการตัดสินใจของนายสุวิทย์เอง ไม่มีผู้ใหญ่กดดัน แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเป็นอย่างไร และหากนายไชยยศยังจะแจ้งความดำเนินคดีเพื่อให้ใบลาออกของผมเป็นผลก็คงต้องปล่อยไป ผมเป็นผู้ใหญ่แล้วคงไม่ไปทะเลาะด้วย เชื่อว่าเมื่อทุกอย่างผ่านไปคนจะรู้เองว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รมช.มหาดไทยกล่าว
-จิ๋วโผล่เตือนแม้วหยุดเพื่อชาติ
วันเดียวกันที่ตึกพีซีซี ถนนเลียบคลองประปา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ กล่าวว่า ที่ออกมาพูดวันนี้เพราะจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในอีก 1-2 วัน น่าเป็นห่วงมาก ใครก็ตามทั้งในและนอกประเทศหากทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดในกระบวนการทางการเมืองที่จะไปกระทบกับสถาบันต่างๆ โปรดอย่าทำ สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณหากจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก ถ้าเข้ามาดีก็ไม่ว่ากัน กรณีโฟนอินอาจพูดให้ช่วยกันสร้างรัฐบาลแก้ไขปัญหาบ้านเมืองก็ได้ ใครจะไปรู้ ตนคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะพูดอย่างนั้น ส่วนจะต้องต่อสายไปคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณให้ช่วยเหลือประเทศด้วยหรือไม่นั้นคงไม่ต้องฝากอะไร แค่นำเทปที่ตนพูดวันนี้ไปให้พ.ต.ท.ทักษิณก็คงคิดได้ วันนี้ใครจะมีอะไรเจ็บปวดในหัวใจขอให้หยุดก่อน ทำให้บ้านเมืองอยู่รอด คนไทยสามัคคีกันได้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องทำ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องช่วยกันเพื่อบ้านเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้า 1-2 วันนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ไม่เห็นหรือว่ารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมันมีแนวโน้ม แต่ไม่รู้ว่าอะไรที่จะนำไปสู่สิ่งที่ไม่ดี ทั้งนี้ประเทศเราตอนนี้ขาดความปรองดอง ขอให้รัฐบาลสร้างความปรองดอง นายสมชายต้องสร้างรัฐบาลนี้ ไม่ต้องไปฟังใคร เห็นแก่แผ่นดิน ประชาชน และสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอเสนอให้ปรับ ครม.สร้างรัฐบาลหาคนดีๆ มา จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ใน 1-2 เดือน โดยการปรับนั้นต้องปรับหมดเลย หาคนดีๆ จากทุกพรรคการเมืองเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง
-ขอรับผิดชอบแค่ 8 โมงเช้า 7 ต.ค.
อยากให้นายกฯ เปลี่ยนใจตั้งแต่คืนนี้แล้วจะเป็นวีรบุรุษของชาติ ไม่มีเวลาแล้ว จะมานั่งคุยกันแบบทุกวันนี้คงไม่ได้ เพราะคนในชาติจะตีกันตายอยู่แล้ว พล.อ.ชวลิตกล่าว และว่า ไม่ทราบว่าจะมีใบสั่งจากต่างประเทศหรือไม่ แต่นายกฯ ต้องอยู่เป็นหลักไว้ก่อน ตอนนี้ไม่ต้องนึกว่าใครจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ขอให้เอาบ้านเมืองให้อยู่รอด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับนายสมชาย
พล.อ.ชวลิตกล่าวถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ว่า ตนได้รับผิดชอบสถานการณ์วันที่ 6-7 ต.ค.ไปแล้วอย่างชัดเจน เรียนนายกฯ ว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สร้างความเสียหายและเจ็บปวด ถ้าจะผิดก็ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ตนขอรับผิดชอบในสิ่งนี้ เมื่อถามว่าต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ความรับผิดชอบของตนแค่เวลา 08.00 น.ของวันที่ 7 ต.ค. จากนั้นโทรศัพท์ถึงนายกฯ ขอรับผิดชอบต่อเหตุการณ์เพราะทำดีที่สุดแล้ว
-แจกเอกสารชี้แจงสลายปิดสภา
ต่อข้อถามว่าการลาออกเหมือนทิ้งรัฐบาล พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ตนจะออกตั้งแต่วันที่ 1-2 ต.ค. เพราะนายกฯ เชิญมารับผิดชอบงานด้านความมั่นคง แต่นายกฯ ประกาศรับไปดูแลเอง ให้ตนไปดูกระทรวงศึกษาฯ แทน ตนปฏิเสธเพราะมีคนดูอยู่เยอะ วันนี้นายกฯ ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร กัดฟันอดทนอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร ยังผูกพันและรักกันอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ได้แจกเอกสารชี้แจงของพล.อ.ชวลิตต่อเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. ระบุว่านายกฯ มอบหมายเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ ตนเห็นด้วยกับตำรวจที่เปิดทางให้สมาชิกเข้าไปประชุม แต่ให้แนวทางเพิ่มเติมว่าหากเข้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาไว้ให้ฝ่ายการเมืองแก้ไขปัญหากันเอง หลังจากทราบว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตาจนประชุมได้ แต่มีผู้บาดเจ็บ จึงต้องแสดงความรับผิดชอบลาออกจากตำแหน่ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
