ตำรวจเมืองขุนแผนโชว์ฟอร์มรวบตัวฆาตกรหื่น เป็นกระเป๋ารถเมล์ประจำทางปรับอากาศ ฆ่าข่มขืนสาวไทยประกันชีวิต สารภาพสิ้นบังคับขอร่วมเพศพร้อมจับมัดมือมัดเท้า แต่เรือล้มปากอ่าวเสียก่อนเลยแค่ถูไถจนสำเร็จความใคร่ เผยเคยถูกจับคดีเสพยาบ้า และก่อนลงมือกินยาบ้ามา 1 เม็ดกรณี น.ส.นฤมล ชุ่มวารี อายุ 35 ปี พนักงานฝ่ายบัญชี บริษัทไทยประกันชีวิต สาขา จ.อ่างทอง ถูกฆ่าข่มขืนโหดมัดมือเท้า ทิ้งศพอยู่ในป่าละเมาะข้างถนนสายเลี่ยงเมือง บริเวณหมู่ 3 ต.ท่าระหัด จนกระทั่งพนักงานแต่งสวนกลางถนนของหมวดการทางสุพรรณบุรี ไปพบจึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ เบื้องต้นตำรวจคาดว่าเป็นฝีมือคนขับรถโดยสาร และกระเป๋ารถเมล์ประจำทางที่ร่วมกันก่อเหตุ ตามที่เสนอข่าวๆไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 พ.ย. พ.ต.อ.วีระ บุตรโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ พ.ต.อ.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ร่วมกันเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามหาเบาะแสคนร้าย ซึ่งคาดว่าจะเป็นกระเป๋ารถเมล์ และพนักงานขับรถ จึงมุ่งไปที่รถเมล์ประจำทางปรับอากาศ ป.1 สายเอเชีย วิ่งระหว่างสุพรรณบุรี-อ่างทอง-กรุงเทพฯ
โดยรถเมล์สายดังกล่าว ผู้ตายจะนั่งไปทำงานเป็นประจำในช่วงเช้า จึงได้ขอความร่วมมือจากสถานีขนส่งสุพรรณบุรี ที่ ถนนเณรแก้ว ซึ่งเป็นท่ารถเมล์ประจำทาง เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด CCTV รวมทั้งขอดูกล้อง CCTV ที่ปั้มน้ำมัน ปตท.ริมถนนสาย 340 และกล้อง CCTV ของ สภ.เมืองสุพรรณบุรี อีก 14 ตัว ที่ติดอยู่ตามจุดต่างๆ จนทราบว่าเวลาดังกล่าว รถประจำทางปรับอากาศสาย 951-7 สายเอเชีย สุพรรณบุรี-กรุงเทพ สีส้มคาดขาว น้ำเงิน ทะเบียน10-0959 อ่างทอง ออกจากสถานีขนส่งในช่วงเวลาที่ผู้ตาย เดินทางไปทำงานที่ จ.อ่างทอง เป็นประจำ จึงได้ตรวจสอบจนกระทั่งทราบรถคันดังกล่าว มีนายขจรศักดิ์ โพธิ์ศรี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164/1 หมู่ 3 ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นกระเป๋ารถเมล์ เป็นคนขับออกมาจากสถานีขนส่ง จึงนำตัวมาสอบสวนตอนกลางดึก ของวันที่ 30 พ.ย.
เบื้องต้นนายขจรศักดิ์ให้การปฎิเสธ แต่มีท่าทางพิรุธ จึงได้ทำการเค้นสอบ จนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่า น.ส.นฤมล เนื่องจากต้องการชิงทรัพย์และข่มขืน ก่อนที่จะกลัวความผิด จึงได้บีบคอจนเสียชีวิตและนำศพไปทิ้งข้างถนน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำสารภาพ จุดที่ทิ้งของกลาง ซึ่งเป็นของผู้ตายบริเวณริมถนนสาย 340 ตรงข้ามเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี ห่างจุดทิ้งศพประมาณ 2 กิโลเมตร พบกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล รองเท้าส้นสูงสีน้ำตาล กระเป๋าใส่เครื่องสำอางสีแดง และกางเกงชั้นในสีครีมของผู้ตายทิ้งอยู่ในคูน้ำข้างถนน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พร้อมกับพาไปทำแผนจุดที่ฆ่า และพยายามข่มขืนผู้ตายบนรถรวม ทั้งจุดที่นำศพไปทิ้ง แต่ไม่สามารถทำแผนได้ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากไปรอดูการทำแผน เจ้าหน้าที่เกรงว่า จะเกิดการรุมประชาทัณฑ์เกิดขึ้น จึงนำไปตัวกลับไปที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อตรวจสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน
ขณะที่ นายขจรศักดิ์ ผู้ต้องให้การอย่างไม่สะทกสะท้านว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.30 ของวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมาได้ขับรถโดยสารปรับอากาศคันก่อเหตุ ไปจอด เพื่อรอรับผู้โดยสารที่สถานีขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี ตามปกติ โดยมีนายหมูเด็กท้ายรถ นอนอยู่หลังรถ ขณะที่ผู้ตายได้ขึ้นรถเพื่อโดยสารไปทำงานที่ จ.อ่างทอง ซึ่งตนเห็นอยู่เป็นประจำ และเมื่อตนขับรถออกมาจากท่ารถถึงบริเวณปั้มโมบิล หมู่ 5 ต.สนามชัย ได้ไล่นายหมู เด็กท้ายรถลง ก่อนจะขับต่อไป
จากนั้นจึงได้ขับต่อไปบริเวณปั้มดาวสะอาดริมถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท ต.สนามชัย ตนได้จอดรถข้างทาง พร้อมกับได้กระชากตัวผู้ตายไปท้ายรถแล้วบังคับให้ถอดเสื้อชั้นใน กางเกงในออก พร้อมกับใช้ผ้าขาวม้ามัดมือผู้ตาย และเอาเสื้อยกทรงรัดที่ข้อเท้า แต่รัดได้ข้างเดียว เนื่องจากผู้ตายดิ้น จากนั้นได้พยายามข่มขืนผู้ตายบนรถ แต่ถูกขัดขืน จึงได้แค่ถูไถที่อวัยะเพศของผู้ตายจนสำเร็จความใคร่
นายขจรศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นตนได้แก้มัดและพูดคุยเพื่อไม่ให้ผู้ตายเอาเรื่องหรือแจ้งความ แต่พูดตายขู่ว่าจะแจ้งความ จึงได้ใช้ผ้าเช็ดรถมัดปากผู้ตาย และขับรถเพื่อไปเติมแก๊ส NGV ที่ปั้ม ปตท.เลี่ยงเมือง ริมถนนสาย 340 แต่ผ้าที่มัดปากได้หลุด ทำให้ผู้ตายร้องขอความช่วยเหลือ ตนจึงได้จอดรถบริเวณหน้าเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี และบีบคอผู้ตายจนหมดสติ
นายขจรศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากนั้นเมื่อรถออกไปได้สักพัก ผู้ตายเกิดฟื้นขึ้นมาอีก จึงจอดรถเข้าไปบีบคอซ้ำจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปทิ้งที่หมู่ 3 ต.ท่าระหัด อ.เมือง ส่วนทรัพย์สินผู้ตายได้นำไปทิ้งในหนองน้ำข้างถนนตรงข้ามเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี
ตนทำงานเป็นกระเป๋ารถมาประมาณ 8 ปี จนสามารถขับรถได้ บางครั้งก็ทำหน้าที่ขับรถด้วย ปกติจะเสพยาบ้าวันละ 1-2 เม็ด และเคยถูกจับคดีเสพยาบ้าในท้องที่ สน.บางซื่อ เมื่อประมาณ 2 ปี ที่แล้ว ทั้งนี้ก่อนที่จะก่อเหตุได้เสพยาบ้าไป 1 เม็ด จึงทำให้เกิดอารมณ์ เพราะผู้ตายมีผิวขาวและตาดี รวมทั้งสวมใส่กระโปร่งสั้น ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า แต่ถูกขู่จากผู้ตายว่าจะแจ้งความจึงเกรงกลัวความผิดจึงฆ่าทิ้งดังกล่าว" นายขจรศักดิ์ กล่าว
ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงศ์ ผบช.ภ.7 เดินทางสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม พร้อมกับชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และสะเทือนขวัญ และยังเป็นภัยคุกคามต่อสตรี ดังนั้นต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ว่า การจะรับพนักงานขับรถหรือกระเป๋า จะต้องตรวจสอบประวัติให้ดี
ขณะที่ นางราณี โพธิ์ศรี อายุ 46 ปี มารดาผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ร่วมในห้องสืบสวนหลังรับรู้เรื่องราวการสอบสวนถึงกับเป็นลมหมดสติขณะอยู่ในห้องสอบสวน
นางมณฑา ปัทมเมธิน อายุ 34 ปี ญาติใกล้ชิด น.ส.นฤมล ผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ตายเป็นคนนิสัยดี ไม่มีนิสัยเกเรออกนอกลู่นอกทางและสามารถเรียนต่อจนจบระดับปริญญาโท จากสถาบันแห่งหนึ่ง วันที่ผู้ตายออกจากบ้าน เพื่อจะไปทำงานที่ จ.อ่างทอง ซึ่งวันนั้นเป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 35 ของ น.ส.นฤมล พ่อดี น.ส.นฤมล ยังพูดเป็นลางว่า ถ้าเป็นอะไรไป พ่อพี่น้องก็จะสบาย เพราะทำประกันไว้จำนวนมาก และสั่งไว้ว่า ตอนเย็นไม่ต้องทำกับข้าว เพราะจะพาพ่อแม่ญาติพี่น้องไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิด แต่ก็ต้องมาตายในวันเกิดพอดี
อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าคดีจะต้องมีผู้ต้องหาไม่ต่ำกว่า 1 คน เพราะตนได้ไปสอบถามในทางลับที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี มีคนเห็นว่านอกจากนายขจรศักดิ์ แล้ว ยังมีพรรคพวกอีก 2 คน ที่นั่งไปกับคันดังกล่าว จึงอยากให้ตำรวจสอบสวนขยายผลไปถึงผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่
พ.ต.อ.ชัยรัตน์ กล่าวว่า แนวทางการสอบสวนเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำการคนเดียว แต่ถ้าทางญาติสงสัยว่า มีมากกว่านี้ หรือใครที่รู้เบาะแส ให้แจ้งในทางลับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะนำตัวมาดำเนินคดี
ข่าวเกี่ยวข้อง
- กามนรกใน บขส.! ฆ่าข่มขืน สาวบัญชีศพเยิน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
