ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ส่งเรือตรวจการณ์ เรือยาง ชุดปฎิบัติการพิเศษ ช่วยชีวิต 5 ลูกเรือประมง หลังเสี่ยงตายโดดหนีเรือประมงอวนลากกลางทะเล ต้องลอยคอย 4 ชั่วโมง ก่อนพากันขี้นเกาะโรงหนัง อ่าวแสมสาร สัตหีบ เผยถูกหลอกค้าแรงงานในเรือนาน 8 เดือน ไม่เคยขึ้นฝั่ง ไม่เคยได้รับเงินเดือน ตัดสินใจตายเอาดาบหน้าช่วยชีวิตลูกเรือ
เมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 29 ตุลาคม พลเรือตรี วรศักดิ์ จันทร์หนู รองผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้รับรายงานจาก นาวาเอก เจริญพล คุ้มราษี ผู้อำนวยการ กองยุทธการ ทัพเรือภาคที่ 1 ว่า มีเรือประมงพบชาย 5 คน ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะโรงหนัง ติดกับเกาะโรงโขน ด้านทิศเหนือของเกาะจวง และเกาะจาน โบกมือขอความช่วยเหลือ หลังรับแจ้งจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ
พร้อมรายงานให้ พลเรือโท ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับทราบ และสั่งการให้ นาวาเอก พนม ควรประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการ กองยุทธการ เรือโท สุทธิพงษ์ หมวดเหล็ก ผู้บังคับเรือตรวจการณ์ 212 และประจำเรือ อีกทั้งเรือยางติดเครื่องยนต์ พร้อมชุดปฎิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 1 จำนวน 4 นาย ออกไปตรวจสอบ บนเกาะโรงหนัง
เมื่อไปถึงพบ นายทา อายุ 25 ปี นายรัตน์ อายุ 19 ปี นายไร อายุ 25 ปี นายเอื้อน อายุ 19 ปี นายธี อายุ 18 ปี ทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา อยู่ในสภาพหิวโหย และร่างกายอิดโรยอย่างมาก จึงได้ช่วยเหลือลูกเรือปะมงทั้ง 5 คน มายังท่าเทียบเรือกองเรือยุทธการ เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสัตหีบ ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
ต่อมา พลเรือตรี ทวีป สุพินิจ เสนาธิการ ทัพเรือภาคที่ 1 ได้รุดไปสอบถามข้อเท็จจริง จาก นายทา ซึ่งพูดภาษาไทยได้ชัดเจน ทราบว่า เป็นชาวบ้านอยู่ที่ปอยเปรต บ้านโรงเกลือ ติดกับจังหวัดอรัญประเทศ ได้มีเพื่อนร่วมชาติที่มาอยู่เมืองไทย ได้หลอกให้ไปทำงานโรงงานที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยจะได้เงินเดือนละ ประมาณ 4,000 บาท โดยเสียค่านายหน้า 3,000 บาท ต่อ 1 คน จึงได้พาขึ้นรถไฟมาลงที่หัวลำโพง และเหมารถแท็กซี่มาลงที่ท่าเรือปากน้ำ สมุทรปราการ ก่อนถูกส่งตัวลงเรือและเบิกเงินค่าหัวไปคนละ 5,000 บาท
จากนั้นเรือประมงได้ออกไปหาปลากลางทะเลลึก บริเวณแท่นขุดเจาะน้ำมัน นานถึง 8 เดือนไม่ยอมเข้าฝั่ง มีแต่เรือเสบียง และมีเรือมารับปลา สัตว์ทะเลกลับไปขายที่ปากน้ำสมุทรปราการ และท่าเรือต่าง ๆ ไม่เคยจ่ายเงินเดือนให้แม้แต่บาทเดียว
นายทา และเพื่อนอีก 4 คน เปิดเผยว่า ระยะเวลา 8 เดือน นานเกินพอที่ต้องระทมทุกข์ เหมือนถูกกักขังอยู่ในเรือ ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่มีโอกาสส่งเงิน และไปเยี่ยมพ่อแม่ ญาติ ภรรยาและบุตร เหมือนหายไปจากโลกนี้ โดยเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.ของคืนวันที่ 25 ตุลาคม ขณะที่เรือทอดสมอขนถ่ายสัตว์ทะเลห่างจากฝั่งแสมสาร สัตหีบ ชลบุรี ประมาณ 10 ไมล์ทะเล เห็นเกาะริบ ๆ จึงได้เตรียมถังน้ำของจำเป็น ใส่ถุงพลาสติก พากันกระโดดหนีจากเรือ ฝ่าคลื่นลมนาน 4 ชั่วโมง
ก่อนจะพากันมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่าเกาะโรงหนัง จึงได้ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะ หาปลา ปู หอย ริมเกาะเผากินประทังชีวิต ส่วนน้ำได้กินตามร่องหินที่มีน้ำฝนขังอยู่ เพราะมีฝนตก ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะนาน 3 คืน 4 วัน จนมีทหารเรือมาช่วยเหลือเข้าฝั่ง และจะไม่ยอมเข้ามาทำงานในเมืองไทยอีกต่อไป เพราะกลัวถูกหรอก ถ้าไม่ตัดสินใจเสี่ยงตาย หลบหนีก็ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นอย่างไร
พลเรือโท ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ ผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ เปิดเผยว่า สำหรับลูกเรือประมง 5 คนที่ได้ให้การช่วยเหลือมานั้น จากข้อมูลที่ได้รับค่อนข้างยากที่จะติดตามหาเรือลำดังกล่าวได้เพราะชาวกัมพูชาไม่สามารถรู้ชื่อเรือดังกล่าวได้ เพราะอ่านภาษาไทยไม่ออก มีไต๋เรือชื่อ นายเจียง เป็นชาวเวียงจันทร์ ประเทศลาว จึงได้ให้นายทหารพระธรรมนูญ สอบปากคำ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไว้เป็นแนวทางการติดตามพฤติกรรมแก๊งค้ามนุษย์ ที่ยังมีอยู่ในสังคมไทยอีกจำนวนมาก พร้อมส่งตัวให้ พันตำรวจเอก สุภธีร์ บุญครอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร สัตหีบ สอบสวนหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
