วัยรุ่นหึงโหดขับกระบะประกบจยย.ก่อนชักลูกซองยิงนักเรียน ม.3 ดับอนาถ แม่เผย ลูกชายมาปรึกษาถูกเพื่อนในกลุ่มกล่าวหาแย่งแฟนแถมข่มขู่ฆ่า ตร.เชื่อมือปืนกลุ่มเพื่อนที่เคยข่มขู่มาก่อนภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าว
(24ต.ค.) เวลา 01.10 น. ร.ต.ท.จีรศักดิ์ แอบแฝง ร้อยเวร สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งจากโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา ว่ามีวัยรุ่นถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสเข้าทำการรักษาตัว ขอให้มาทำการสอบสวนหลังรับแจ้งจึงรุดไปทำการตรวจสอบ เมื่อไปถึงแพทย์ช่วยยื้อชีวิต นายรัชพล พรายเพ็ชร อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนเมืองพัทยา 5 อยู่บ้านเลขที่ 48 / 13 ม.7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เนื่องจากถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าเอวขวา กระสุนลูกปลายเข้าไปฝังอยู่ในช่องท้องเกือบ 50 เม็ด แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวน ด.ช.สราวุฒิ เจียมทอง อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ของโรงเรียนเนินพลับหวาน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมคนตายขี่จักรยานยนต์ กลับบ้านพัก เมื่อมาถึงบริเวณหน้าสุสานมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ภายในซอยสนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ ม.5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีรถปิกอัพยี่ห้อ มิตซูบิซิ แอล 200 สตราด้า สีขาว ไม่ทราบเลขทะเบียน จำได้ว่ามี น.ส.อ๊อฟ ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 16 ปี นั่งอยู่กระบะท้าย
โดยรถปิกอัพได้วิ่งมาประกบข้างในระยะประชิด จากนั้นคนร้ายที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ได้ลดกระจกลง แล้วชักปืนลูกซองยิงใส่ นัดแรก กระสุนสับไม่ออก พอครั้งที่สองเสียงปืนดังลั่น กระสุนเจาะร่างเพื่อนจนได้รับบาดเจ็บ จึงรีบช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลดังกล่าว
นางอาภาพร อรุณมลวัฒนา อายุ 40 ปี ผู้เป็นแม่ของผู้บาดเจ็บเล่าว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 3 วันลูกชายมาปรึกษาว่ามีกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นเพื่อนรู้จักกัน ตามก่อกวนแต่หาเรื่องชกต่อย พร้อมทั้งยังขู่จะฆ่าให้ตาย ส่วนสาเหตุ เพราะถูกกล่าวหาว่าไปแย่งแฟนสาว เพื่อนในกลุ่มมาเป็นของตัวเอง ทั้งที่ลูกชายยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และเป็นเรื่องเข้าใจกันผิด จนกระทั่งมาถูกตามไล่ยิงจนเสียชีวิต
เบื้องต้นหลังรับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังออกติดตามกลุ่มมือปืน แต่ไร้วี่แวว ส่วนสาเหตุมุ่งปมเรื่อง หึงหวง เนื่องจากการสอบสวนพยานยืนยันว่า คนร้ายเป็นกลุ่มเดียวที่พยายามข่มขู่ผู้บาดเจ็บมาโดยตลอดก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามตำรวจจะเร่งติดตามมือปืนวัยรุ่นรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
