แฉแก๊งตีนแมวฝรั่งเพิ่งก่อเหตุฉกเครื่องเพชร 30 ล้านบาท จากบริษัทที่มาเปิดบูธแสดงสินค้าที่เมืองทองธานี เหยื่อหอบภาพจากกล้องวงจรปิดมาขอดูตัว ยืนยันเป็นคนร้ายซึ่งทำทีไปติดต่อธุรกิจ แล้วให้เพื่อนอีกคนฉกกระเป๋าเครื่องเพชรหนีลอยนวล ขณะที่ตร.อีกท้องที่ก็ขออายัดตัวเพราะสงสัยย่องเข้าบ้านเหยื่อฉกทรัพย์สินนับล้าน เผยมีเพื่อนร่วมแก๊งอีก 2 คนเป็นชาย-หญิง ชาวเม็กซิกัน เผ่นหนีไปได้ก่อนตร.บุกเข้าค้นห้องพักย่านรามคำแหง โดยคนร้ายวางแผนลวงตร.ไปค้นที่อื่น ทำให้เพื่อนร่วมแก๊งหนีได้ทันจากเหตุการณ์ตำรวจสน.พหลโยธิน เข้าจับกุม 4 ตีนแมวฝรั่งประกอบด้วยนายเฟอนา โด้ โรเบอร์โต้ ชาวเม็กซิกัน, นายซานเชส เตอโจ ชาวเม็กซิกัน, น.ส.แซนดร้า ลิเลียนา อจูล้า วากัส ชาวคอสตาริกา, นายนิโคลัส แอนเดรส ชาวคอสตาริกา และนายกอนซาโล เอเรียส ซัวดร้า ชาวคอสตาริกา ขณะกำลังงัดบ้านเข้าไปขโมยของภายในซอยวิภาวดีรังสิต 44 เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา สอบพบทั้งหมดขอวีซ่าเข้าเมืองไทยเพื่อมาท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และวีซ่าหมดอายุไปแล้ว แต่ยังหลบซ่อนและก่อเหตุงัดบ้านเรือนประชาชน เบื้องต้นพบเคยก่อเหตุมาหลายครั้ง ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ร.ต.อ.สมชัย โชติวัชชัย รองสว.สส.สน.พหลโยธิน ร.ต.อ.พิเชษฐ์ ฉมิขันธ์ รองสว.สป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นที่ห้องพักเลขที่ 605-607 คอนโดวิวเพลส ซอยรามคำแหง 81 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ซึ่งเป็นห้องพักที่แก๊งคนร้ายเช่าไว้เพื่อเป็นแหล่งกบดาน หลังก่อเหตุลักทรัพย์และเป็นที่วางแผนโจรกรรมทรัพย์สิน
โดยก่อนหน้าจะพามาค้นนั้น คนร้ายหลอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านซอยสุขุมวิท 71 ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลงกลพาไปตระเวนค้นหา แต่เมื่อตำรวจซักถามก็อ้างว่าจำไม่ได้ หลังจากพบว่าคนร้ายถ่วงเวลาเพื่อให้พวกร่วมแก๊งได้หลบหนีไปได้ทันก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบุกเข้าตรวจค้นที่คอนโดฯ ดังกล่าว โดยพวกร่วมแก๊งจะโทรศัพท์เข้ามาเช็กคนร้ายที่ถูกจับกุมหากไม่มีใครรับสายก็แสดงว่าถูกตำรวจจับกุมได้แล้ว จึงพากันเก็บทรัพย์สินหลบหนีไป เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ทราบชื่อนายอีเมโต้ แม็กซิกานา อายุประมาณ 40-45 ปี ชาวเม็กซิกัน และหญิงชาวเม็กซิกันไม่ทราบชื่อ จากการตรวจค้นภายในห้องพบตั๋วจำนำของโรงรับจำนำหน้าปากซอยรามคำแหง 63 มีชื่อหญิงชาวไทยเป็นคนไปจำนำไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอเทปกล้องวงจรปิดของคอนโดฯดังกล่าวมาเป็นหลักฐานพบภาพของคนร้ายชัดเจน จากนั้นนำตัวสอบสวบที่สน.พหลโยธิน
ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางโพงพาง ติดต่อมาขออายัดแก๊งคนร้ายทั้งหมดไปสอบสวน เพราะสงสัยว่าเป็นคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์บ้านภายในซอยพระราม 3/59 ซึ่งได้ทรัพย์สินไปล้านบาทเศษ โดยมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดลักษณะตรงกับคนร้าย จากนั้นได้มีพนักงานบริษัท ซีเอชซี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทขายเพชร ย่านวังบูรพา เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อขอดูตัวคนร้าย พร้อมกับนำภาพจากกล้องวงจรปิดมามอบให้ตำรวจเปิดดู พบว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกันที่ได้ฉกกระเป๋าเพชรจากงานแสดงเครื่องเพชร ที่เมืองทองธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา มูลค่าราคาเครื่องเพชรประมาณ 30 ล้านบาท ได้แจ้งความไว้ที่สภ.ปากเกร็ด จ.นนนทบุรี
น.ส.หญิง (นามสมมติ) ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทค้าเครื่องเพชร ให้การว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา บริษัทไปเปิดบูธแสดงเครื่องเพชร ขณะที่ตนกำลังจัดร้านอยู่ได้มีชายชาวต่างชาติเดินเข้ามาที่ร้านและขอนามบัตร ซึ่งจำได้ว่าเป็นนายซานเชส เตอโจ หนึ่งในคนร้ายที่ถูกจับ จากนั้นมีชายต่างชาติอีกคนสวมเสื้อดำ หน้าตาคล้ายกับคนร้ายที่หลบหนีไปเดินเข้ามาฉกกระเป๋าเครื่องเพชรหิ้วหนีออกไป ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้อย่างชัดเจน จึงได้ประสานตำรวจสภ.ปากเกร็ด มาอายัดตัวเพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พหลโยธิน แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมด พยายามลักทรัพย์ และต่อสู้ขัดขวางการจับกุม ซึ่งหากในพื้นที่ใด คนร้ายก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว สามารถดูตัวแก๊งคนร้ายต่างชาติได้ที่สน.พหล โยธิน เพื่อขยายผลทางคดีต่อไป
ข้อมูลจาก ข่าวสด
