เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 ต.ค. หอบังคับการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งจากกัปตันสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ ว่าเครื่องบินตกหลุมอากาศ มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงแจ้งนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผอ.การท่าฯ ต่อมานายเสรีรัตน์ เปิดเผยว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเที่ยวบิน CI 641 บินจากฮ่องกง-กรุงเทพฯ ก่อนถึงสนามบินประมาณ 20 นาที ได้เกิดสภาวะตกหลุมอากาศทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นลูกเรือ 11 คน ผู้โดยสาร 21 คน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย เป็นชาวจีน 2 ไทย 2 หลังจากได้รับแจ้งจากทางสายการบิน ได้ให้ทางสนามบินประสานฝ่ายแพทย์ทันที โดยเมื่อเครื่องลงจอด ฝ่ายแพทย์ได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งไปยังร.พ.เวชธานี ร.พ.พระรามเก้า และร.พ.สมิติเวช สาขาศรีนครินทร์ ต่อมาทราบว่าที่ร.พ.สมิติเวช ยังคงเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียง 4 ราย ส่วนมากได้รับบาดเจ็บทางกระดูกนายเสรีรัตน์กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ห่างจากสนามบิน 20 นาที เป็นไปได้ว่าผู้โดยสารและลูกเรือยังไม่ทันได้เตรียมตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นทำให้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของทางสายการบินเอง
พ.ต.ท.ภัคพงศ์ สายอุบล รองผกก.หน.ศูนย์แถลงข่าว บก.ตม.ทอช. เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบในทันที และพล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบ.สตม. พล.ต.ต.พงษ์เดช ไชยประวัจน์ ผบก.ตม.ทอช. สั่งการให้ความช่วยเหลือโดยการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อแก่มนุษยธรรม แต่ทั้งนี้ต้องภายใต้ข้อกฎหมาย โดยการให้ผู้ได้รับบาดเจ็บไปรับการรักษา จากนั้นจึงอนุญาตให้มาตรวจหนังสือเดินทาง เป็นการอำนวยความสะดวกในขั้นต้น
นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า ผู้โดยสารที่ต้องการจะบินกลับให้อยู่ในความรับผิดชอบของสายการบินไทย และสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิก เพราะสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ ได้บินกลับทันทีหลังจากลงจอดได้
(กรอบบ่าย)
ข้อมูลจาก ข่าวสด
