วันที่ 2 ต.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. ผ่านนายวิทยา อาคมพิทักษ์ ผอ.สำนักการข่าวป.ป.ช. เพื่อให้เร่งพิจารณาตรวจสอบทุจริตโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร โดยนายชูวิทย์กล่าวด้วยว่า จะติดตามเร่งรัดเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดแม้จะต้องตามจนสุดขอบฟ้า จนตนเองตายก็จะไม่หยุด จะหยุดก็ต่อเมื่อมีคนติดคุก และใครที่ถูกตนร้องเรียนก็จะไม่รอดแน่ และที่ให้นายอภิรักษ์อยู่นิ่งๆ ไม่ตอบโต้ วิธีการนี้มันเป็นวิธีที่พรรคประชาธิปัตย์น่าจะใช้เมื่อ 20 ปีที่แล้วไม่ใช่ตอนนี้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเปิดแอลซีของนายอภิรักษ์ เพราะมีผลทำให้สัญญาซื้อขายสมบูรณ์ และขอยืนยันว่าส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับนายอภิรักษ์ เจอกันก็ทักทายเป็นปกติเพราะอาศัยอยู่คอนโดฯเดียวกันนายชูวิทย์ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) มีมติส่งสำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องป้ายประชาสัมพันธ์ของกทม. ที่เป็นการโฆษณาแฝงเอื้อประโยชน์ให้กับนายอภิรักษ์ ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยว่า ประเด็นที่ได้ร้องเรียนไปยังกกต.กทม.นั้นครอบคลุมทุกประเด็นจึงทำให้นายอภิรักษ์รอดยาก ไม่มีหลุด เพราะตนได้โยนตาข่ายถี่ๆ จับไว้แล้ว
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีของป้ายประชาสัมพันธ์ของกทม. ว่า ไม่กังวลเรื่องดังกล่าวเพราะได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ว่าเรื่องการประชาสัมพันธ์ดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่กระทำตอนที่ยังอยู่ในการทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นก็ทำตามกฎหมายมาโดยตลอด และพร้อมที่จะไปชี้แจง อย่างไรก็ดีเชื่อว่าประชาชนใช้วิจารณญาณได้ ว่าการเลือกบุคคลมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.นั้นต้องพิจารณาจากเรื่องอะไรบ้าง เช่น นโยบาย คณะทำงาน
ข้อมูลจาก ข่าวสด
