เมื่อวันที่ 1 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน เมขลา ฉบับที่ 9 ว่า เมื่อเวลา 10.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณจ.พิษณุโลก สุโขทัย และกำแพงเพชร โดยหย่อมความกดอากาศต่ำนี้จะเคลื่อนไปประเทศพม่าในบ่ายวันนี้ และอ่อนกำลังลงอีก ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้ภาคเหนือและภาคกลางมีฝนชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่งต่อไปอีก 1 วัน หลังจากนั้นฝนจะลดลง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของจ.แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระยะนี้วันเดียวกัน นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงการตรวจสอบโบราณสถานทั่วประเทศว่า กรมศิลปากรมอบหมายให้สำนักโบราณคดี จัดทำโครงการสำรวจแหล่งโบราณสถานที่อยู่ในเขตเสี่ยงภัย ทั้งเขตน้ำท่วม แผ่นดินไหว แหล่งโบราณสถานที่อยู่ตามตะเข็บชายแดน เพื่อตรวจสอบว่าโบราณสถานแห่งใดที่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และอาจจะเกิดความเสียหายได้ โดยสำนักโบราณคดีทั่วประเทศรายงานแหล่งโบราณสถานที่อยู่ในเขตเสี่ยงภัยเข้ามายังส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะสรุปผลในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังมอบหมายให้สำนักศิลปากรจัดทำโครงการสายตรวจมรดกศิลปวัฒนธรรม เพื่อสำรวจว่าแหล่งโบราณสถานใดมีสภาพทรุดโทรม เสี่ยงต่อการพังทลายหรือไม่ โดยสำนักศิลปากรส่งสายตรวจจำนวน 30 หน่วยออกตรวจตราแหล่งโบราณทั่วประเทศแล้ว
นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ เร่งทำการสำรวจแหล่งโบราณสถานในพื้นที่ภาคเหนือที่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ เพราะเกรงว่าแหล่งโบราณสถานอาจจะเกิดความเสียหายเหมือนกับองค์พระธาตุดอยสุเทพ กรมศิลปากรเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการสำรวจองค์พระธาตุดอยสุเทพเพื่อบูรณะแล้ว รวมทั้งเตรียมนำเสนอข้อมูลต่างๆ ให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯซึ่งจะเดินทางไปตรวจองค์พระธาตุดอยสุเทพในวันที่ 2 ต.ค.นี้ได้รับทราบ
ด้านนายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติ ซึ่งวาระเร่งด่วนในการพิจารณาคือ กรอบงบประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ถูกน้ำท่วม ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-30 ก.ย.ที่ผ่านมา ใน 51 จังหวัด พื้นที่การเกษตรเสียหายไม่น้อยกว่า 3 ล้านไร่ เบื้องต้นเสนอของบประมาณ 2,800 ล้านบาท ต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่มีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ เป็นประธานให้พิจารณานำเข้าสู่ที่ประชุมครม. คาดว่าจะได้กลางเดือนต.ค.นี้
นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า จากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จ.ลพบุรี จ.ปราจีนบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา กรมควบคุมมลพิษ ติดตามผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำในวันที่ 28-30 ก.ย. พบว่ามีน้ำในหลายพื้นที่มีคุณภาพต่ำ โดยเฉพาะแม่น้ำลพบุรี ที่อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ที่ อ.เมืองลพบุรี และที่คลองชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี สภาพมีสีดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็น คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก สาเหตุมาจากพื้นที่นาข้าวประมาณ 100,000 ไร่ล่ม ประกอบกับเมื่อน้ำท่วมขังเกิดเป็นมวลน้ำเสียระบายลงสู่คลองชลประทานจำนวนมาก แม่น้ำปราจีนบุรี ที่ ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ที่ ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง ที่ อ.เมือง ปราจีนบุรี ที่อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และที่บริเวณการประปา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีอ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และบริเวณสถานี อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเตือนประชาชนในพื้นที่ไม่ควรสัมผัส และไม่ควรนำมาอุปโภคบริโภคโดยตรง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
