ชี้ชัดปมแฉขรก. อส.คุ้มกันงานศพผบช.ก.ส่งกองปราบฯร่วมคลี่คลายคดีฆ่านักข่าวมติชนที่สุพรรณบุรีแล้ว โดยเน้นการสืบสวนในทางเทคนิค ระบุคดีคืบหน้าไปมากจนตัดประเด็นอื่นๆ ออกไปหมดแล้วเหลือปมการเสนอข่าวอย่างเดียว ชี้มีการเสนอข่าว 2-3 เรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคนในพื้นที่ น่าจะเป็นขรก.ระดับล่างๆ มากกว่า ขณะที่กมธ.สิทธิมนุษยชนเตรียมเชิญรมว.มหาดไทย ผู้ว่าฯ และผู้การสุพรรณบุรีเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อหาแนวทางป้องกันการคุกคามสื่อต่อไป พ่อเมืองสุพรรณบุรีระบุตำรวจได้รูปพรรณคนร้ายแล้ว คาดได้ตัวเร็วนี้ พร้อมประสานจนท.ไปดูแลงานศพผู้ตาย เพราะญาติระบุมีคนแปลกหน้าไปป้วนเปี้ยน
จากกรณีนายจารึก รังเจริญ อายุ 46 ปี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชน ประจำ จ.สุพรรณบุรี ถูกคนร้ายนั่งรถจักรยานยนต์ประกบยิงเสียชีวิต ใกล้กับโรง เรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 อ.ดอนเจดีย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดีและขับรถจักรยานยนต์เข้ามาเจรจา ก่อนที่จะยิงเข้าใส่ผู้ตายและหลบหนีไป ส่วนสาเหตุมุ่งประเด็นการนำเสนอข่าวเปิดโปงการทุจริตของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ โดยคดีนี้พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.เข้าคุมคดีนี้เอง และกำชับให้ตำรวจท้องที่ติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้เพราะถือเป็นการคุกคามสื่อมวลชน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบ สวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีคนร้ายสังหารนายจารึกว่า การสืบสวนของตำรวจท้องที่มีความคืบหน้าไปมาก จนสามารถตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป จนเหลือเพียงประเด็นการนำเสนอข่าว ซึ่งในส่วนนี้ก็มี 2-3 เรื่องใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนในพื้นที่ จะเกี่ยวข้องกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ในขณะนี้ ตนมองว่าเป็นระดับล่างๆ แต่ไม่อยากพูดให้มีผลกระทบในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม สั่งการตำรวจกองปราบปรามเข้าไปสนับสนุนการสืบสวนในทางเทคนิคแล้ว
ที่รัฐสภา นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงกรณีที่นักข่าวมติชนถูกยิงเสียชีวิตว่า กมธ.ไม่ได้นิ่งเฉยต่อกรณีดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน ดังนั้น ภายหลังจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 8-9 ต.ค.นี้ กมธ.จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้า อาทิ รมว.มหาดไทย ผวจ.สุพรรณบุรี ผบก.สุพรรณบุรี และครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อตรวจสอบสาเหตุ และหามาตรการป้องกันการก่อเหตุต่อสื่อมวลชน ต่อไป
นายวิรัตน์กล่าวว่า เชื่อว่าการก่อเหตุดังกล่าวเป็น การจงใจฆ่า เพราะนายจารึกไปเปิดโปงผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจในพื้นที่ ตนเชื่อว่าลึกๆ แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ว่าใครคือผู้กระทำผิด แต่ไม่เคลื่อนไหวเท่าที่ควร ดังนั้น กมธ.จะดำเนินการจี้ให้เร่งรีบสอบสวนเพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพื่อเป็นแบบอย่างต่อไป
ด้านนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กรุงเทพ มหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนกล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหานี้เบื้องต้นตนเห็นว่าสมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ควรเป็นเจ้าภาพในการฝึกอบรม เพื่อแนะนำวิธีการทำข่าวในลักษณะสืบสวนสอบสวน โดยให้ใช้ทักษะและวิธีการเดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายเบื้องต้น นอกจากนี้ ผู้มีอิทธิพล ในแต่ละพื้นที่ต้องทำความเข้าใจกับหน้าที่ของสื่อมวล ชน และอย่าคิดว่าฆ่านักข่าวคนเดียวแล้วทุกอย่างจะจบ เพราะความจริงแล้วมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขุดคุ้ยเรื่องของคุณต่อไป จึงอยากให้เคารพหน้าที่ซึ่งกันและกัน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดสุพรรณบุรี เข้ายื่นหนังสือกับนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผวจ.สุพรรณบุรี เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตคามจับกุมคนร้ายที่สังหารนายจารึก
จากนั้นนายสมศักย์ กล่าวว่า สำหรับจังหวัดให้ข้อมูลที่ทราบทั้งหมดแก่เจ้าหน้าที่พร้อมประสานหน่วยงานต่างๆและให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว ส่วนหนึ่งซึ่งเรื่องการทำงานของผู้ตายเป็นการทำงานข่าวแบบเชิงลึก อาจส่งผลกระทบแก่ตัวบุคคลที่เสียผลประโยชน์ เพราะผู้ตายมีการทำงานแบบจริงจัง อย่างไรก็ตาม ทราบว่าเจ้าหน้าที่รู้แบะแสรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายแล้ว น่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้ ส่วนเรื่องของการหลอกโอนเงินที่ญาติผู้ตายโดนหลอกนั้นก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการติดตามจับกุมเต็มที่ และน่าจะดำเนินการได้ไม่ยากนักเพราะทุกอย่างมีหลักฐานทั้งหมดทั้งบัญชีทั้งรูปคนร้ายและเบอร์โทรศัพท์ ส่วนเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องการจัดให้มีอส.ไปดูแลพื้นที่งานศพผู้ตายที่วัดดอนเจดีย์ เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจของญาติผู้ตายซึ่งเกรงว่าจะมีคนสวมรอยเข้าไปสร้างความไม่สงบแก่ญาติผู้ตายเพราะทราบข่าวว่าก่อนหน้านี้มีชายแปลกหน้าเข้าไป สร้างความไม่สงบในวัดจนญาติผู้ตายเสียขวัญและหวาดกลัว
พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผกก.สภ.ดอนเจดีย์ เปิดเผยว่า ตำรวจได้เปิดโน้ตบุ๊กของผู้ตายแล้ว แต่ยังไม่ได้อะไรมากนัก เพราะคอมพิวเตอร์เก็บข่าวที่มีการนำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งได้มีการประสานไปยังศูนย์ข้อมูลของหนังสือพิมพ์มติชนเพื่อขอดูข่าวที่มีการนำเสนอย้อนหลังไปว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับใครบ้าง แต่ก็ยังกว้างอยู่ และยังคงมุ่งไปประเด็นเดิมคือการนำเสนอข่าว และขัดแย้งส่วนตัว เพราะในพื้นที่ดอนเจดีย์มีกลุ่มที่ชอบก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวก็มีซึ่งอาจมี เรื่องขัดแย้งกับผู้ตายก็เป็นไปได้
ข้อมูลจาก ข่าวสด
