เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายสุพจน์ ส่งเสียง แกนนำกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่คัดค้านการก่อสร้างโรงถลุงเหล็กเครือสหวิริยา เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอของโครงการดังกล่าว แต่อีไอเอฉบับดังกล่าวจะมีความน่าเชื่อถือได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาจากการตรวจสอบอีไอเอในหลายโครงการ เช่น โครงการก่อสร้างท่าเรือ อ.บางสะพาน ที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างท่าเรือและเขื่อนกันคลื่น เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2536 พบว่ามีการทำรายงานเท็จ เนื่องจากไม่มีรายงานผลกระทบต่อสุนทรียภาพ และแหล่งท่องเที่ยวอ่าวบ่อทองหลาง และอ่าวเทียนนายสุพจน์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศอย่างรุนแรงกับอ่าวเทียน ซึ่งสภาพเดิมเป็นระบบหาดหิน ยาวประมาณ 1.5 กม. หลังการก่อสร้างท่าเรือและเขื่อนกันคลื่น เกิดการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศรุนแรง เกิดการทับถมของตะกอนทรายบริเวณชายหาด จนทำให้สภาพหาดเปลี่ยนแปลงจากหาดหินเป็นหาดทราย นอกจากนั้นยังมีผลกระทบกับแนวเขตพื้นที่ดินโครงการประมาณ 500 ไร่ หลังท่าเรือซึ่งระบุว่าไม่ได้รุกล้ำเข้าไปในเขตพื้นที่ป่าสงวนแม่รำพึง แต่พื้นที่ดินโครงการส่วนใหญ่รุกเขตป่าคุ้มครอง และรุกเขตป่าสงวนคลองแม่รำพึง ขณะนี้กรมที่ดินกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ
นายสุพจน์กล่าวอีกว่า การประท้วงโรงถลุงเหล็กครั้งใหญ่ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด โดย 6 แกนนำกลุ่มพันธมิตรสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ ชาวบ้านจะนำทะเบียนรายชื่อบัญชีดำการทำอีไอเอ ที่เป็นเท็จในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ในจังหวัดมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินหินกรูด อ.บางสะพาน ประเด็นทำรายงานเท็จระบุแนวปะการังหินกรูดเป็นแนวหินโสโครก และเป็นพื้นที่ทิ้งตะกอน โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินบ่อนอก อ.เมือง ประเด็นรายงานเท็จตกสำรวจปลาวาฬบรูด้า และทะเลบ่อนอกเสื่อมโทรม เป็นต้น
ข้อมูลจาก ข่าวสด
