ตร.สอบพลทหารเนมพรุ่งนี้ หวังเจอกุญแจดอกสำคัญคดีแอบถ่ายคลิป โฟร์-มด โอดไม่ได้รับความร่วมมือจากโรงแรม แถมติดต่อ 3 ตัวปลอมไม่ได้ เชื่อไม่มีคำสั่งเปลี่ยนชุดสอบสวน ด้านอาร์เอสแถลงข่าวปัดเคยติดต่อมูลนิธิ ปวีณา เล็งฟ้องแพ่งเจ้าของ ยันปกป้องศิลปินเต็มที่ ความคืบหน้าการติดตามตัวขบวนการแอบถ่ายคลิปนักร้องสาวขวัญใจวัยรุ่นแห่งค่ายอาร์เอส โฟร์ น.ส.ศกลรัตน์ วรอุไร และ มด น.ส.คุณัชญา (ชุติมณฑน์) ชัยรัตน์ ระหว่างพักในโรงแรมรื่นรมย์ จังหวัดขอนแก่น ตามที่เป็นข่าวแล้วนั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางชุดพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีเตรียมนัดหมายสอบปากคำ พลทหารปิยะนัส หรือ เนม กาบละคร พยานสำคัญปากสุดท้าย ที่จะชี้ชัดว่าผู้ต้องสงสัยที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นำมาแสดงตัวก่อนหน้านี้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลิปดังกล่าวเป็นการจัดฉากให้การเท็จหรือไม่ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาของพลทหารปิยะนัสแจ้งว่า ให้พนักงานสอบสวนประสานมาในช่วงเช้าวันที่ 2 ตุลาคมอีกครั้ง เพราะคาดว่าพลทหารเนมจะเดินทางกลับมาถึงฐานทัพเรือสัตหีบแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากเจ้าของโรงแรมรื่นรมย์เข้าร้องทุกข์กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อขอให้เปลี่ยนตัวชุดพนักงานสอบสวนของกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็กเยาวชนและสตรี (ปดส.) จากชุดเดิมเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น พนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหนังสือหรือคำสั่งมาถึงทาง ปดส.เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด เชื่อว่าทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีความหนักแน่นพอที่จะให้ชุดเดิมดำเนินการต่อไป เพราะมีความพร้อมและสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่องที่มีข้อสงสัย
ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่พยายามขอเข้าตรวจที่เกิดเหตุก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรในการค้นหาหลักฐาน หรือการเรียกตัวผู้ที่เคยออกมารับสารภาพว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับคลิปทั้ง 3 คนมาเพื่อสอบปากคำในส่วนที่ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อทั้งหมดได้เลย ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าเคลือบแคลงสงสัย พนักงานสอบสวนในคดีนี้ กล่าว
พนักงานสอบสวน กล่าวว่า กุญแจทั้งหมดอยู่ที่การสอบปากคำนายเนมในวันพรุ่งนี้ว่าคำให้การจะออกมาในรูปใด หลังจากนั้นจะสามารถกำหนดการสืบสวนสอบสวนว่าจะเอาผิดกับใครได้บ้าง และในข้อหาใด
วันเดียวกัน เวลา 15.30 น. ที่บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายดนัยศิษฐ์ เปสลาพันธ์ กรรมการผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายกลางของบริษัทอาร์เอส แถลงข่าวชี้แจงเกี่ยวกับข่าวคลิปของศิลปินในสังกัดที่เกิดขึ้นและได้ชี้แจงถึงข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเป็นข้อๆ ว่า 1.ทางบริษัทไม่เคยนำกรณีคลิปดังกล่าวไปประสานงานหรือให้ข้อมูลกับหน่วยงานอื่นใด หรือมูลนิธิใด นอกจากตำรวจ 2.บริษัทดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องศิลปินในสังกัดเป็นอย่างดี และตัวศิลปินเองตอนนี้มีกำลังใจมากขึ้น แต่ทั้งสองได้ขอไม่อยากให้มีการพูดถึงข่าวดังกล่าวอีกต่อไป
3.หลังจากทางบริษัทได้แจ้งความดำเนินคดีก็ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องติดตามดูแลต่อไปเพื่อนำคนผิดเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งต้องถือว่าผู้กระทำผิดดังกล่าวเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม 4.หลังจากคดีดังกล่าวตกเป็นข่าวแล้ว ทางโรงแรมและผู้ที่เกี่ยวข้องยังไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบ หรือคำขอโทษใดๆ เลย ดังนั้น ทางบริษัทอาร์เอสจึงจะดำเนินคดีทางแพ่งกับทางเจ้าของโรงแรมเพื่อถือเป็นการปกป้องสิทธิของบริษัทและของศิลปิน
นายสุรชัย กล่าวอีกว่า อยากให้ใช้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ โดยไม่อยากให้ทางฝ่ายตำรวจใช้การสืบสวนผ่านทางสื่อ เพราะว่าจะเป็นการทำร้ายเหยื่ออย่างไม่สิ้นสุด ในส่วนของพี่น้องประชาชนจังหวัดขอนแก่นคงทราบข่าวดังกล่าวแล้ว ก็คงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณเองว่าสมควรจะเข้าไปใช้บริการในโรงแรมดังกล่าวหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมถึงตัดสินใจออกมาแถลงและฟ้องร้องทางโรงแรมในตอนนี้ นายสุรชัย กล่าวว่า โดยขั้นตอนทางกฎหมายก็ต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานพอสมควร ไม่ใช่ว่าทางบริษัทไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีคลิปของศิลปินคนอื่นอีกเป็นไปได้หรือไม่ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นกระบวนการและเกี่ยวพันกับผู้ประกอบการของสถานบันเทิงตามต่างจังหวัดที่ติดต่ออยู่กับบริษัท นายสุรชัย กล่าวว่า เป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่อยากให้ความเห็นไปในทางนั้น
ด้านนายธนา ชีรวินิช รองประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการไปตรวจสอบอาคารโรงแรมรื่นรมย์ว่า จากการตรวจสอบห้องพักหมายเลข 110 ห้องที่เกิดเหตุแอบถ่ายคลิปวิดีโอโฟร์-มด โดยเฉพาะห้องน้ำ พบว่าช่องลมด้านหลังติดกับห้องควบคุมระบบแอร์ และห้องครัว สามารถเดินผ่านหลังห้องน้ำได้ จึงเป็นจุดล่อแหลมที่จะกระทำการแอบถ่ายได้อย่างสะดวก จากการทดลองนำโทรศัพท์มือถือและกล้องบันทึกภาพบริเวณช่องลมบานเกล็ด สามารถเห็นภาพอากัปกิริยาของคนในห้องน้ำได้อย่างชัดเจน ส่วนผู้ต้องหารายใดจะเป็นคนถ่ายคลิปเป็นหน้าที่ตำรวจสืบสวนอีกครั้ง คาดว่าน่าจะมีลูกค้าที่มาใช้บริการโดนแอบถ่ายคลิปอีกหลายราย
ก่อนหน้านี้เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.สันติ ไทยเสถียร ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 310 หมู่ 7 ซอยมะลิวัลย์ 11 ต.ในเมือง ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวมีเนื้อที่จำนวนมาก มีหญ้าขึ้นรกรุงรัง จากการตรวจค้นพบภายในห้องพักทั้ง 3 ห้อง ดัดแปลงใช้ผ้าม่านปิดทึบและมีการตั้งโต๊ะเพื่อใช้เป็นที่วางแท่นเครื่องปั๊มซีดีและดีวีดี ขณะที่ห้องโถงด้านนอกมีการวางสิ่งของจำพวกแผ่นวีซีดี และดีวีดีที่ผลิตแล้วรอจำหน่ายและแผ่นเปล่าจำนวนมาก
จึงตรวจยึดเครื่องปั๊มซีดีและดีวีดี ซีพียู ฮาร์ดดิสก์ รวม 5 ชุด เครื่องพรินต์อิงเจ็ทสำหรับก๊อบปี้แผ่นซีดี และดีวีดี 5 เครื่อง เครื่องเล่นวีซีดี 2 เครื่อง น้ำหมึกแม่สีและอุปกรณ์การผลิตแผ่นซีดีและดีวีดี จำนวนมาก และยังพบมีการบรรจุแผ่นซีดีและดีวีดีรอจำหน่าย ในสินค้าลิขสิทธิ์ต่างๆ แผ่นลามกอนาจาร ภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ คาราโอเกะศิลปินชื่อดังกว่า 4,000 แผ่น โดยเฉพาะเครื่องพรินต์ที่ยังคงมีการพรินต์หน้าปกซีดีลามกค้างอยู่ และยังพบกระเป๋าของผู้ต้องสงสัยตกอยู่ ภายในพบบัตรเอทีเอ็ม และบัตรทอง 30 บาท ระบุชื่อ น.ส.ปริยา ทิพย์เนตร อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 7 ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ตกอยู่ จึงเก็บไว้สอบสวนขยายผล
พ.ต.อ.สันติ กล่าวว่า ตรวจสอบบัญชีรายชื่อออเดอร์ยอดการสั่งซื้อพบส่งจำหน่ายใน จ.มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม นครพนม สกลนคร และชัยภูมิ การจับกุมครั้งนี้ขยายผลมาจากการสอบสวนผู้ต้องหาที่จับกุมได้พร้อมคลิปโฟร์-มดที่ตลาดนัดบ้านโคกฟันโปง ทำให้เชื่อว่าน่าเป็นแหล่งปั๊มดีวีดีและวีซีดีเถื่อนรายใหญ่ของภาคอีสานที่มีการก๊อบปี้คลิปโฟร์-มด และศิลปินชื่อดัง แม้การตรวจค้นครั้งนี้ไม่พบผู้ต้องหาและแผ่นคลิปโฟร์-มด แต่มีบัญชีรายชื่อยอดสั่งซื้อของคลิปและวีซีดีลามกดังกล่าวจำนวนมาก
ข้อมูลจาก มติชน
