หวั่นมือยิงนักข่าวมติชนถูกฆ่าตัดตอน พยานสำคัญชี้รูปคล้ายมือปืนรับจ้างในแฟ้มประวัติ มีหมายจับเก่าค้างอยู่ ยังกบดานในพื้นที่ วรพงษ์ ชิวปรีชา มั่นใจได้ตัวคนร้ายเร็ววันนี้ หาหลักฐานสาวถึงผู้บงการ ใช้เทคโนโลยีทันสมัยล่าคนร้าย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังส่งมอบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) ให้ พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐ์พงศ์ ผบช.ภ.7 คนใหม่ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนายจารึก รังเจริญ ผู้สื่อข่าว มติชน ประจำ จ.สุพรรณบุรี เสียชีวิต เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ว่า คดีนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รอง ผบช.ภ.7 ลงมาดูแล และเป็นหัวหน้าคณะสืบสวนติดตามคนร้ายและผู้บงการ ตั้งแต่วันแรกแล้วพล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานของฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 และจากกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากถึงมากที่สุด ซึ่งต้องขอเก็บไว้ก่อน เพราะเชื่อว่าการสังหารนายจารึกครั้งนี้มีคนบงการ ซึ่งต้องรอบคอบมาก เพราะการทำงานไม่ใช่แค่เพียงจับกุมได้เท่านั้น ผู้ต้องหาที่จับได้ต้องได้รับผลของการกระทำ และรวมถึงผู้บงการเบื้องหลัง
ให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม ลงพื้นที่ใช้ระบบเทคโนโลยีการสืบสวนที่ทันสมัยมาใช้ในการสืบสวนติดตามกลุ่มมือปืน ซึ่งเชื่อว่าจะได้ตัวคนร้ายในเร็วๆ นี้ โดยสาเหตุการเสียชีวิตของนายจารึกมาจากการนำเสนอข่าว และขอชื่นชมการทำงานของผู้สื่อข่าวที่กล้าทำงานอย่างตรงไปตรงมา พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้รู้กลุ่มมือปืนที่ลงมือยิงนายจารึกแล้ว และยังกบดานอยู่ใน จ.สุพรรณบุรี เป็นกลุ่มมือปืนที่ชำนาญและใช้อาวุธปืนขนาด .38 ออโตเมติก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าปืนขนาด 9 ซุปเปอร์ โดยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามกลุ่มมือปืนทุกซุ้มใน จ.สุพรรณบุรี และใกล้ถึงตัวเข้าไปเรื่อยๆ
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากพยานที่เห็น 2 คนร้ายลงมือยิงนายจารึกเข้าให้ข้อมูล และดูภาพกลุ่มมือปืนรับจ้างจากแฟ้มประวัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า คนร้ายมีลักษณะใกล้เคียงกับมือปืนสังกัดซุ้มหนองหญ้าไซ มีหมายจับค้างเก่าอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่า มือปืนจะถูกฆ่าตัดตอนก่อน เนื่องจากมีพยานเห็นหน้าขณะลงมือก่อเหตุ
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า กมธ.ไม่ได้นิ่งเฉยต่อกรณีนายจารึก ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน ดังนั้น ภายหลังจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 8-9 ตุลาคมนี้ กมธ.จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้า อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี และครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อตรวจสอบสาเหตุ และหามาตรการป้องกันการก่อเหตุต่อสื่อมวลชนต่อไป
เชื่อว่าเป็นการจงใจฆ่า เพราะนายจารึกไปเปิดโปงผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจในพื้นที่ ผมเชื่อว่า ลึกๆ แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจ รู้ว่าใครคือผู้กระทำผิด แต่ไม่เคลื่อนไหวเท่าที่ควร ดังนั้น กมธ.จะดำเนินการจี้ให้เร่งรีบสอบสวนเพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพื่อเป็นแบบอย่างต่อไป นายวิรัตน์กล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
