ศาลอุทธรณ์ภาค1 สั่งเพิ่มโทษจำคุก 30ปี หนุ่มขืนใจ-ชิงทรัพย์หญิงเฒ่าวัย73ปีภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าว
ที่ศาลอาญา ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค1 ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายจรัญ หรือ มืด ภู่ระย้า อายุ 30 ปี เป็นจำเลยฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย บุกรุกในเวลากลางคืนเพื่อประทุษร้าย นางลัดดา พิศิษฐ์วานิช อายุ 73 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3ม.ค.2550 เวลากลางคืน ภายในบ้านเลขที่ 38 ม.3 ต.บางกรวย อ.บางกรวย นนทบุรี โดยคดีนี้ในการพิจารณาของศาลจังหวัดนนทบุรี จำเลยให้การรับสารภาพ และศาลพิพากษาจำคุก 25 ปี
ศาลอุทธรณ์ภาค1 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริง ในทางพิจารณา โจทก์ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยข่มขืนผู้เสียหายอย่างไร ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับคำฟ้อง ศาลลงโทษตามข้อเท็จจริง ที่พิจารณาได้ความ ตามป.วิอาญามาตรา192 วรรค2 ฟังได้ว่าเป็นการพยายามข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้น แต่จำเลยเกิดเจตนาทุจริต คิดจะเอาสร้อยคอทองคำกับพระปิดตาในภายหลัง จึงบีบคอผู้ตาย และขณะที่บุกรุกเข้าไปในบ้าน ก็ไม่ได้ปรากฏว่าจะเข้าไปเพื่อการอื่นนอกจากจะเข้าไปข่มขืน
ดังนั้น จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยผิดพยายามข่มขืน ตามป.อาญามาตรา276,80 และชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามมาตรา339วรรคท้าย และบุกรุกเวลากลางคืน ตามมาตรา364,365(1),(3) ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 25 ปี ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรให้เพิ่มโทษจำคุกเป็น 30 ปี กับให้ใช้ราคาทรัพย์14,000บาท คืนแก่ญาติผู้เสียหาย และถูกควบคุมตัวเข้ารับโทษในเรือนจำต่อไป.
ภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าว