เวลา 10.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่กองปราบปราม นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพ.ต.ท.ธรรมศักดิ์ ต่อมหล้า พงส.(สบ 3) ฝป.10 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ในความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 167โดยนายวีระกล่าวหาว่า นายสมชายครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ปี 2544 ได้มีส่วนพยายามช่วยเหลือผู้กระทำความผิด คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อไม่ให้รับโทษ และเป็นผู้นำตัวนายอุระ หวังอ้อมกลาง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เพื่อขอให้ลงคะแนนเสียงช่วยให้พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นจากคดีซุกหุ้นภาคแรก ในปี 2544 จึงเข้าข่ายเป็นตัวการร่วมให้มีการกระทำความผิดฐานให้ ขอให้ ประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานตุลาการ เพื่อจูงใจให้กระทำการใดอันมิชอบด้วยหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 167
นายวีระกล่าวว่า การกระทำผิดตามมาตราดังกล่าวถึงแม้นายอุระจะไม่ได้ลงมติตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมชาย และนางเยาวภาร้องขอ แต่ถือว่าการกระทำของทั้ง 3 คนเป็นความผิดโดยสมบูรณ์แล้ว เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนต้องรีบดำเนินการสืบสวนตามกฎหมายโดยมิชักช้า
เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2549 ผมเข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ และนางเยาวภา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 167 ต่อมาทราบว่าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนนายอุระ และนายบัณฑิต ศิริพันธ์ ซึ่งทั้งสองคนยืนยันกับพนักงานสอบสวนว่าเป็นความจริงตามที่มีการกล่าวโทษ ปัจจุบันเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ที่พนักงานอัยการ นายวีระกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายวีระ และนำหลักฐาน คือสำเนาเอกสารคำให้การพยานจำเลยเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2547 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2657/2545 จำนวน 9 แผ่น และสำเนาภาพถ่ายเอกสารหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 14 ต.ค.2547 จำนวน 3 แผ่น มาประกอบการพิจารณารวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีที่เกิดขึ้นคณะกรรมการป.ป.ช.ได้เสนอคำร้องลงวันที่ 16 ม.ค.2544 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 295 กรณีพ.ต.ท.ทักษิณจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อมูลจาก ข่าวสด
