จากการชุมนุมของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด บริเวณสามแยกปากจั๊วะ ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ปิดเส้นทางหมายเลข 101 และทางหลวงหมายเลข 11 เพราะไม่พอใจที่ราคาข้าวโพดตกต่ำ หลายร้อยคนติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมาเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ขณะที่กลุ่มชาวไร่ข้าวโพดกำลังชุมนุมอยู่นั้น กลุ่มรถบรรทุกที่จอดติดอยู่ในบริเวณดังกล่าว เพื่อรอเดินทางเข้ากรุงเทพฯนาน กว่า 1 วันแล้ว เริ่มไม่พอใจและรวมตัวกันขับรถเปิดไฟหน้าบีบแตรเสียงดังพุ่งชนกลุ่มชาวไร่ที่กำลังชุมนุมกันอยู่ ปรากฎว่ารถบรรทุกคันแรกที่ฝ่าตำรวจออกมา ชนรถจักรยานยนต์ล้มลงจึงต้องหยุดรถ ทำให้ชาวไร่ข้าวโพดซึ่งไม่พอใจ รวมตัวเข้ารุมทำร้ายคนขับรถคนดังกล่าวรวมทั้งคนขับรถคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บไปหลายคน ขณะที่ตำรวจสภ.เด่นชัย มีกำลังไม่เพียงพอในการสกัด ในที่สุด พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว ผบก.ภ.จว.แพร่ ได้ระดมกำลังนปพ.และตำรวจคอมมานโดเข้าร่วมกับสภ.เด่นชัย เข้าระงับเหตุจนสงบลง
เวลา 10.00 น. นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ รองผวจ.แพร่ ได้เข้าเจรจาอีกครั้งโดยชาวไร่ข้าวโพดส่งตัวแทนเข้าเจรจา มีตัวแทนจากฝ่ายทหาร น.ส.อรสา สุทธิปัญญา การค้าภายในจังหวัดแพร่ นายมนตรี ปานกล่ำ พาณิชย์จังหวัดแพร่ ฝ่ายภาคธุรกิจค้าพืชไร่ ประกอบด้วยหจก.รุ่งเรืองทรัพย์ และหจก.ชุนเฮงหลี ร่วมกันเจรจาที่บริเวณชุมนุม การเจรจาใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ โดยคณะกรรมการภาครัฐและภาคธุกิจจะเพิ่มให้ก.ก.ละ 10 สตางค์ทุกเกรด แต่การเจรจาดังกล่าวไม่เป็นผล เพราะชาวบ้านไม่สามารถรับข้อเสนอได้ เนื่องจากต้องขาดทุนอย่างหนัก
หลังการเจรจาล้มเหลว ชาวไร่ข้าวโพดปักหลักชุมนุมต่อและยื่นข้อเสนอให้ ส.ส.แพร่ทั้ง 3 คน เข้ารับข้อเสนอของชาวบ้านตามมติที่ประชุมที่ศาลากลางจังหวัดแพร่ คือรัฐจะช่วยในการรับซื้อก.ก.ละ 7.30 บาทในความชื้นร้อยละ 30 และราคาก.ก.ละ 9 บาท จากข้าวโพดคุณภาพความขื้นร้อยละ 14.5 ซึ่งราคาดังกล่าวทำให้เกษตรกรสามารถนำไปแก้ปัญหาหนี้สินได้ โดยกำหนดให้ส.ส.แพร่มารับเรื่องภายในวันที่ 30 ก.ย.
ต่อมาเวลา 14.00 น.ว่าที่ร.ต.พงษ์ศักดิ์ พลายเวช ผวจ.แพร่ ได้เดินทางมายังกลุ่มผู้ชุมนุมและเจรจาขอให้ให้เปิดถนนเพื่อให้รถสิบล้อจำนวนหลายร้อยคันผ่าน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยินยอม ขณะที่เจรจากันอยู่นั้นกลุ่มรถสิบล้อที่กำลังเครียดเรื่องติดอยู่ตรงที่เกิดเหตุมากว่า 2 วันแล้ว ได้รวมตัวเข้าพบผวจ.แพร่และขอให้เปิดถนน จนเกือบปะทะกับกลุ่มม็อบ ต่อมาทางฝ่ายเจ้าหน้าที่มีการเตรียมกำลังตำรวจคอมมานโดเพิ่มขึ้น ทำให้องค์กรพัฒนาเอกชนที่อยู่ฝ่ายผู้ชุมนุมต้องขอไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน
อย่างไรก็ตาม เวลา 16.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมก็สลายตัวไป หลังจากประเมินว่าหากยืดเยื้อต่อไป อาจถูกสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง ขณะที่ปัญหาเรื่องราคาข้าวโพดยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากกลุ่มเกษตรกรสลายตัวไป ทำให้การจราจรเส้นทางสายดังกล่าวเริ่มเคลื่อนตัวได้
(กรอบบ่าย)
ข้อมูลจาก ข่าวสด
