เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ร.ต.ต.อรรถพล เกิดคง พนักงานสอบสวนตู้ยามสถาบันราชภัฏเพชรบุรี สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่อาคารพาณิชย์ติดถนนสายเพชรบุรี-หาดเจ้าสำราญ เลขที่ 88/7-8 ม.5 ต.โพไร่หวาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.ท.สมเกียรติ โฉมฉาย พนักงานสอบสวน และหน่วยกู้ภัยสว่างสรรเพชญธรรมสถาน ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายของชำพบศพนายจักรินทร์ กฐินทอง อายุ 70 ปี และนางณิชาภา กฐินทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านหลังดังกล่าว สภาพศพนายจักรินทร์ถูกยิงที่ขมับขวา ส่วนนางณิชาภาถูกยิงสะโพกทะลุก้น 1 นัด และกลางหลังทะลุคออีก 1 นัด เสียชีวิตคาที่ทั้งคู่ มือขวานายจักรินทร์ยังกำปืน .38 บนโต๊ะไม้พบจดหมายของผู้ตายจ่าหน้าซองถึงตำรวจและหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเนื้อความจดหมายเขียนโดยนายจักรินทร์สรุปว่า ถึงตำรวจ ถ้าข้าพเจ้าตายด้วยสาเหตุใดก็ตาม อย่าให้ใครเปิดห้องนอนเข้าไป เพราะมีเอกสารหลายอย่าง โฉนด 5 ฉบับ ทะเบียนปืน 3 ฉบับ ทะเบียนรถเครื่อง 1 ฉบับ ทะเบียนรถยนต์กระบะ 1 ฉบับ สมุดเงินฝากธนาคาร 4 ฉบับ พันธบัตรออมสิน 2 ฉบับ พระเครื่อง 5 องค์ พระทองเหลืองของวัดธรรมกาย 1 องค์ พระเครื่องต่างๆ 100 องค์ กรุณาให้ลูกสาวข้าพเจ้าคือน.ส.ชลิดา กฐินทอง ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ ก่อนแล้วค่อยเปิดประตู โดยให้มีพยานรู้เห็น ข้าพเจ้าสมควรตายเพราะถูกนางณิชาภาหลอกให้แต่งงาน โดยมีญาติพี่น้องของฝ่ายหญิงมาเป็นสักขีพยานรู้เห็น เรียกค่าสินสอด 2 แสนบาท ทองรูปพรรณ 4 บาท หลังแต่งงานแล้วแม่เขาให้มาอยู่ตึกแถว ให้ต่อเติมทำหลังคาบ้าน ทำกำแพง เทพื้นคอนกรีต ทำประตูโรงรถ พร้อมทั้งระบุถึงการต่อเติมซ่อมแซมบ้านอีกนับ 10 รายการ และยังกั้นห้องเพิ่มขึ้น หมดเงินจำนวนมาก แถมเป็นหนี้อีก 80,000 บาท ก่อนแต่งเขาตกลงจะดูแลข้าพเจ้าตลอดไป แต่มิได้ทำตามที่ตกลงกันไว้ ข้าพเจ้าป่วย 2 ครั้งต้องเข้าร.พ. เขาไปนอนบ้านแม่เป็นเดือน ไม่รับสาย ต้องให้หลานพาไปส่งร.พ. ไม่ดูแลข้าพเจ้าแต่เงินเอา เขาแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง มีลูกติด 2 คน ข้าพเจ้าพิจารณาแล้วว่าถูกหลอก งานนี้หมดไปกว่าล้านบาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดต่อกับนางชลิดา บุตรสาวนายจักรินทร์แล้ว และสั่งตำรวจเฝ้าบ้านรอจนกว่าบุตรสาวของผู้ตายจะมาถึง ส่วนศพนำไปเก็บศพไว้วัดถ้ำแก้ว เพื่อรอญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป
ข้อมูลจาก ข่าวสด
