หนุ่มใหญ่วัย 54 ควงปืน .38 จ่อยิงเมียและชายชู้ ตาย-เจ็บไปตามๆ กัน แฉก่อนเกิดเหตุการณ์ชายชู้ขับแท็กซี่คู่ใจมาหาเมียมือปืนถึงบ้าน จนเกิดทะเลาะกัน สุดท้ายหนุ่มใหญ่บันดาลโทสะวิ่งเข้าไปคว้าปืน .38 ในห้องนอนออกมายิงใส่เมียก่อน 1 นัดได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่จะยิงชายชู้ไปอีก 2 นัด กระเสือกกระสนหนีไปตายอยู่ในร้านเสริมสวยที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ก่อนที่มือปืนรุ่นเดอะจะฉวยโอกาสหลบหนีไปได้เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ก.ย. ร.ต.ท.ประยูร ทองนุ่น ร้อยเวรสน.หัวหมาก รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาท และมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดที่หน้าบ้านเลขที่ 268 ซ.รามคำแหง 68 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมด้วย พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผกก.(ป.) สน.หัวหมาก กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น บริเวณหน้าบ้านพบรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า สีชมพู ของสหกรณ์แท็กซี่ไทย จำกัด หมายเลขทะเบียน ทพ 469 กทม. จอดอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บ คือนางลิศรา เปศะนันทน์ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ถูกยิงด้วยอาวุธขนาด .38 เข้าที่ท้อง 1 นัด พลเมืองดีช่วยกันนำส่งร.พ.เกษมราษฎร์รามคำแหงได้ทันท่วงที
ส่วนคนถูกยิงอีกรายหลังเกิดเหตุได้วิ่งหลบหนีเข้าไปภายในตึกแถวเลขที่ 215 ซึ่งเปิดเป็นร้านเสริมสวยชื่อ ไพลิน บิวตี้ และเสียชีวิตอยู่ภายในนั้น ทราบชื่อต่อมา คือนายอฎิพัฒน์ หอมพันธุ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 ม.4 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน เข้าด้านหลังกระสุนทะลุ และที่ราวนมซ้าย ตายในสภาพสวมเสื้อสีชมพู นุ่งกางเกงขายาว สีน้ำเงิน ส่วนมือปืนรายนี้ทราบชื่อ คือนายอัสนี เปศะนันทน์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 301/555 หมู่บ้านกิตตินิเวศน์ ซอย 4 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ซึ่งเป็นสามีของนางลิศรา หลังก่อเหตุอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไปได้
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้นางลิศราซึ่งมีอาชีพเย็บผ้าโหลขาย ได้ว่าจ้างให้นายอฎิพัฒน์ โชเฟอร์แท็กซี่คอยขับรถรับ-ส่งผ้าเพื่อนำไปขายเป็นประจำ จนเกิดความสนิทสนมกันและมีความสัมพันธ์ขั้นลึกซึ้ง ต่อมานางลิศราได้ขอแยกทางกับนายอัสนี เลยทำให้เกิดปัญหารักสามเส้าเรื่อยมาก ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวมาหานางลิศราถึงบ้าน และเกิดเจอกับนายอัสนีเข้า เลยทำให้มีปากเสียงกัน สุดท้ายนายอัสนีจึงเกิดความโกรธแค้น วิ่งเข้าไปเอาปืนจากห้องนอนออกมายิงภรรยาตัวเอง 1 นัด ก่อนที่จะหันปากกระบอกปืนไปยิงใส่นายอฎิพัฒน์ชายชู้อีก 2 นัด ซึ่งหลังถูกยิงนายอฎิพัฒน์ ได้หนีตายโดยพยายามวิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างหลบหนี แต่ยังไม่ทันได้ขึ้น นายอัสนีก็ตามมาทันทำท่าจะยิงซ้ำ เลยทำให้นายอฎิพัฒน์ต้องกระเสือกกระสนหลบเข้าไปในร้านเสริมสวยไพลิน บิวตี้ ซึ่งอยู่ใกล้กัน ก่อนที่จะทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจตายในที่สุด เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามจับกุมมือปืนรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป
ข้อมูลจาก ข่าวสด
