(19ก.ย.)เ วลา 10.30 น. พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เรียกประชุมนายตำรวจระดับ รอง ผบช.น. ผบก.-รอง ผบก.น.1 , 2 และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนประสานงานด้านการข่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เน้นย้ำแผนการปฏิบัติการดูแลความสงบเรียบร้อยในวันนี้ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปีการปฏิวัติภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ประกาศรวมพลเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ พร้อมประเมินสถานการณ์การชุมนุมและกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายสืบสวนติดตามหาข่าวกลุ่มผู้ไม่หวังดีมือที่ 3 เข้าแทรกแซงสถานการณ์สร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นได้
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จงรัก มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น. ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์เตรียมกำลังตำรวจพร้อม ณ ที่ตั้งป้องกันไม่ให้มีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมสองฝ่ายและสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันทีจำนวน 7 กองร้อย 1,050 นายและกำลังทหารอีก 4 กองร้อย 600 นาย พร้อมกำชับดำเนินการอย่างละมุนละม่อมไม่ใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด ให้ใช้เพียงโล่ป้องกันตัวเท่านั้น แต่หากมีการปะทะรุนแรงก็จะใช้อุปกรณ์เสริมในการปราบจราจล
พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า ตำรวจจะใช้มาตรการป้องกันการปะทะของกลุ่มผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายอย่างเข้มงวดมากขึ้นป้องกันมิให้เกิดเหตุซ้ำรอยจนมีผู้เสียชีวิต โดยมี 2 ขั้นตอนปฏิบัติคือ การป้องกันโดยใช้โล่เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าหากเอาไม่อยู่ ก็จะใช้ขั้นตอน 2 คืออุปกรณ์ปราบจลาจลครบมือ มีทั้งกระบองและแก๊สน้ำตา ป้องกันมิให้กลุ่มผู้ชุมนุมปะทะกัน ที่ผ่านมาเมื่อมีการเคลื่อนตัวปะทะกัน ตำรวจไม่สามารถป้องกันหรือสกัดผู้ชุมนุมได้เพราะใช้โล่เพียงอย่างเดียว ขณะที่ผู้ชุมนุมมีอาวุธหลายชนิดทั้ง ไม้หน้าสาม หนังสติ๊ก ด้ามธงปลายแหลม รวมทั้งไม้กอล์ฟ มีดดาบ ฯ
อยากขอร้องพี่น้องประชาชนให้เห็นใจตำรวจด้วย หากไม่มีอุปกรณ์ปราบจลาจลก็ไม่สามารถระงับป้องกันเหตุรุนแรงได้ บางช่วงเวลามีความจำเป็นต้องใช้เพื่อมิให้มีใครต้องตายอีก แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมต่างฝ่ายต่างชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธในสถานที่ของตนเอง ไม่มีการเคลื่อนไหวตัวมาปะทะกัน ตำรวจก็คงใช้โล่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช้เครื่องมืออย่างอื่น และจะใช้ความนุ่มนวลเป็นหลัก โดยจะไม่ใช้ความรุนแรงเป็นอันขาด แม้จะถูกยั่วยุจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็ตาม พล.ต.อ.จงรัก กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.สุชาติ กล่าวยืนยันว่า ตำรวจจะดูแลผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยโดยใช้มาตรฐานเดียวกัน แต่หากมีการเคลื่อนขบวนเมื่อไหร่ ก็จะตั้งจุดตรวจค้นจุดสกัดในตทุกเส้นทาง เพื่อตรวจค้นอาวุธไม่ว่าจะเป็นไม้กอล์ฟ ด้ามธง ท่อนเหล็ก และอุปกรณ์อื่นๆ หากพบจะตรวจยึดไว้ก่อนและพูดคุยสอบถามถึงวัถตุประสงค์ของการพกพาอุปกรณ์เหล่านี้ แต่หากอยู่ในที่ตั้งไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหนเขาก็สามารถนำข้อกฎหมายมาอ้างได้ว่าไม่มีความผิดเพราะไม่ได้พกพา ในจุดนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ตำรวจต้องดูแลอย่างเข้มงวด
ส่วนการเข้าเจรจากับแกนนำกลุ่มผุ้ชุมนุมไม่ให้มีการเคลื่อนขบวนนั้น ตำรวจคงไม่ทำเพราะหากเข้าไปเจรจากับแกนนำโดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ ก็หมายถึงการเข้าไปกดดันจับกุม อาจทำให้เหตุการณ์การชุมนุมบานปลายได้ ในตอนนี้ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุมไปก่อนเพราะคดียังมีอายุความอยู่หลายปี และขอยืนยันหากพบแกนนำออกมาเผชิญหน้ากับตำรวจเมื่อไหร่ไม่ว่าที่ไหนจะเข้าจับกุมในทันทีพล.ต.ต.สุชาติ กล่าว
เจาะขบวนพันธมิตรร้าวระหว่างรบ
ค่ำคืนของวันที่ 17 กันยายน วันที่ประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ชื่อ สมชาย วงศ์สวัสดิ์
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
