จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 08.00 น. ได้มีคนร้ายโทรศัพท์ไปที่สน.บางโพงพาง เพื่อขู่ว่าได้นำระเบิดไปวางไว้ที่รถโดยสารหมายเลขทะเบียน 30-0764 ลพบุรี ซึ่งเป็นรถรับส่งเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจอดอยู่บริเวณหน้า อาคารบางกอกการ์เด้นท์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. ซึ่ง พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะรักษาราชการแทนผบช.น. พร้อเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นที่ห้องประชุมปารุสกวัน 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จงรัก แถลงข่าวว่า จากการประสานสถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ภาพผู้ต้องสงสัยในกล้องวงจรปิด ทางเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชฑูตจีนได้ทำการตรวจสอบแล้วยืนยันว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับที่ก่อเหตุขู่วางระเบิด ซึ่งทางการจีนขึ้นบัญชีไว้เป็นผู้ที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐบาลจีน ชื่อ นาย ลี่ จิ้ง สัญญชาติจีน
"แนวทางการสืบสวนพบว่า นาย ลี่ จิ้ง หลบหนีเข้ามาอยู่ประเทศไทยประมาณ 5-6 ปีก่อน กบดานอยู่ย่านโชคชัย 4 ลาดพร้าว 45 จึงวางกำลังฝ่ายสืบสวนเฝ้าติดตามจนพบตัวนาย ลี่ จิ้ง เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 19 ก.ย. ได้ควบคุมตัวและสอบถามรับว่าเป็นนาย ลี่ จิ้ง หนังสือเดินทางขาดอายุแล้ว จึงแจ้งข้อหาให้ทราบว่าเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" พล.ต.อ.จงรัก กล่าว
พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า แม้เรื่องนี้จะเป็นเพียงการข่มขู่วางระเบิด แต่ทางการจีนถือว่าเรื่องใหญ่ เพราะมีเจ้าหน้าที่จีนอยู่ในรถคันดังกล่าวถึง 30 คน เราไม่นิ่งนอนใจ สถานฑูตจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่มาติดตามความคืบหน้าตลอดเวลา ตนก็ได้เร่งให้สืบสวนสอบสวนติดตามบุคคลดังกล่าวมาให้ได้โดยเร็ว จนได้ตัวนาย ลี่ จิ้ง มา และให้การยอมรับว่ากระทำการดังกล่าวจริง โดยยังมีเพื่อนร่วมกระบวนการที่ยังไม่ได้ตัวมาอีก 10 กว่าคน ทางการจีนก็ขอร้องให้เราขยายผลติดตามให้ได้ นครบาลจะส่งตัวให้ตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยมิชอบ ก่อนจะพลักดันออกนอกประเทศ ส่งให้ทางการจีนต่อไป ส่วนข้อหาข่มขู่วางระเบิดนั้น ก็ดำเนินการต่อไป ซึ่งมีความผิดลหุโทษ ตนไม่อยากพูดออกไปจะเป็นการชี้โพรง คนอื่นจะเลียนแบบเอาอย่างได้
จากนั้น พล.ต.อ.จงรัก ได้ทำการสอบปากคำนายลี่ จิ้ง ผ่านเจ้าหน้าที่ของสถานฑูตจีน โดยนายลี่ จิ้ง ยอมรับว่าเป็นคนโทรศัพท์ข่มขู่จริง เมื่อสอบถามถึงสาเหตุของการกระทำดังกล่าว นายลี่ จิ้ง กล่าวว่า ยังพูดไม่ออก แต่ยอมรับว่ามีความคิดต่อต้านรัฐบาลจีนอยู่ และหลบหนีมาอยู่ในประเทศไทยได้ 6-7 ปี แล้ว ก่อนจะหลบหนีมาเป็นนักศึกษาที่ร่วมอยู่ในกระบวนการต่อต้านรัฐบาลจีน และเพิ่งสมัครเป็นตำรวจอยู่ที่มณฑลปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี ค.ศ. 1964 เกิดเหตุการณ์รัฐบาลจีนปราบนักศึกษาที่จตุรัสเทียนอันเหมิง ตนมีความคิดต่างจากรัฐบาลและเกิดความเกรงกลัวว่าจะถูกจับกุม จึงหลบหนีมาพร้อมพวกเข้ามาประเทศไทย
พล.ต.อ.จงรัก อธิบายให้นายลี่ จิ้ง ทราบว่า การดำเนินการกับกับนายลี่ จิ้ง เป็นเรื่องของภายในทางการจีน และไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทย ตำรวจไทยเราเพียงทำหน้าที่ตามกฎหมายคนเข้าเมืองเท่านั้น
ข้อมูลจาก มติชน
