(19ก.ย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ก.ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดูแลการชุมนุมว่า การดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้มีคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นประธาน ก็ได้มีการประชุมหารือถึงแนวทางต่างๆ สิ่งที่ต้องป้องกันคือเรื่องการกระทบกระทั่งของกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่ม ทั้งกลุ่มพันธมิตรและกลุ่มที่คัดค้านการชุมนุมของพันธมิตรวันนี้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) มีการตั้งเวทีชุมนุมที่สนามหลวง ซึ่งถ้ามาชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธก็เป็นสิทธิที่จะทำได้ ตำรวจต้องป้องกันไม่ให้เคลื่อนที่หรือแสดงอาการยั่วยุไปที่ทำเนียบรัฐบาล หรือถ้ามีการเคลื่อนย้ายก็ต้องมีการตรวจสอบอาวุธ หรือสิ่งที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ ไม่ว่าจะเป็นไม้เบสบอล หนังสติ๊ก ด้ามธง ท่อนเหล็ก เป็นต้น ไม่ให้ติดตัวระหว่างที่มีการเคลื่อนที่พล.ต.ต.สุรพล กล่าว
พล.ต.ต.สุรพล กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแนวสกัดกั้นไว้ 3 ชั้นหากมีการเคลื่อนที่ของกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน แนวที่ 1 บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จุดนี้เจ้าหน้าที่ประมาณ 2 กองร้อย ไม่มีอาวุธ ไม่มีโล เป็นจุดเจรจา โดยมีพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น.เป็นผู้รับผิดชอบเจรจา แนวที่ 2 เป็นจุดหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นแนวสกัดกั้น มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 2 กองร้อยพร้อมโล
แนวที่ 3 เป็นจุดหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เป็นจุดควบคุมขั้นเด็ดขาดไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมมาปะทะกันได้ จุดนี้มีกำลำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 ร้อย ร่วมกับกำลังทหารอีก 5 กองร้อย พร้อมอุปกรณ์ปราบจราจลเต็มจำนวน รถดับเพลิง ลวดหนาม สกัดไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าปะทะกันโดยเด็ดขาด ส่วนจำนวนของกลุ่มนปช.ที่ประเมินไว้นั้นคงมีจำนวนประมาณเท่าเดิมกับครั้งที่ผ่านมา
พล.ต.ต.สุรพล กล่าวต่อว่า จากการข่าวของตำรวจและจากการพูดคุยคาดว่าจะสามารถควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้มีการเคลื่อนที่ได้ แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ได้มีการเตรียมพร้อมไว้ทั้ง 3 แนวไม่ให้มีการปะทะกันได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งถ้ามีเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมระหว่างที่ทำการสกัดกั้นประชาชนก็ต้องเข้าใจว่าที่ตำรวจทำไปเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะ ให้เกิดความรุนแรงขึ้น จนทำให้การแก้ไขสถานการณ์ได้ยากขึ้นตำรวจทำเพราะไม่ให้คนไทยด้วยกันต่อสู้ทำร้ายกัน แกนนำของทั้งสองฝ่ายคงเข้าใจในความหวังดีของตำรวจเชื่อว่ากำลังที่เตรียมไว้มากพอเหมาะสมที่จะสกัดกั้นได้
นอกจากนั้นเรายังเตรียมกำลังสำรองไว้เพื่อให้สามารถเคลื่อนกำลังได้ภายใน 10 นาที เพื่อไปสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมหากให้เส้นทางอื่นในการเคลื่อนที่ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแต่เชื่อว่าแกนนำทั้งสองฝ่ายจะเข้าใจและไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น
สำหรับการติดตามดูความเคลื่อนไหวของแกนนำพันธมิตรนั้นไม่ได้บอกว่าจัดเป็นชุดเฉพาะกิจคอยเฝ้าดู แต่มีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้ามองแกนนำที่ออกมานอกทำเนียบรัฐบาล เป็นแผนงานของคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วมอยู่แล้ว เพื่อที่จะแก้ปัญหาในทุกส่วน ไม่ได้มุ่งที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งต้องทำทุกๆส่วนไปพร้อมกันรองโฆษกตร.กล่าว
เจาะขบวนพันธมิตรร้าวระหว่างรบ
ค่ำคืนของวันที่ 17 กันยายน วันที่ประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ชื่อ สมชาย วงศ์สวัสดิ์
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
