รวบสาวใหญ่ฉกเพชร รัตนา เจ้าของบ้านสีดำ ขณะหลบซ่อนตัวในชุมชนบ้านพักปากเกร็ด ตร.เผยทำมาแล้ว 5 ครั้ง พฤติกรรมทำทีเข้าไปเลือกแหวน เน้นแหวนขนาดเล็ก-ใหญ่กว่านิ้ว ระหว่างพูดคุยซ่อนแหวน ทำทีขอไปกดเงินก่อนฉกหนี ด้านผู้เสียหาย อยากได้ของคืนพร้อมให้อภัย หากบอกแหล่งรับซื้อขายนางรัชปภา สัจนวกุล หรือ นางรัตนา สัจจเทพ
เมื่อเวลา14.00 น. วันที่18 กันยายน พ.ต.อ.ปรีชาธิมามนตรี รอง ผบก.ศส.บช.น. พ.ต.อ.พันธุ์เทพธรรมจารี ผกก.สส.ฯพ.ต.ต.สมศักดิ์บุญรักษา สว.กลุ่มงานสืบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นางพิลาพร ชื่นบาน อายุ 41 ปีอยู่บ้านเลขที่ 297/3 แขวงบางซื่อเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ
พ.ต.อ.ปรีชา เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายฉกแหวน เพชร น้ำหนัก 1 กะรัต ราคา 300,000 บาทจากร้านณษมาเพชรพลอย ซึ่งตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอซ์แลนด์ สำหรับร้านดังกล่าวเป็นของนางสาวณษมา สัจนวกุล อายุ 26 ปีลูกสาวของ นางรัชปภา สัจนวกุล หรือนางรัตนา สัจจเทพ (เจ้าของตำนานบ้านสีดำ) ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ที่สน.บางชัน
พ.ต.อ.ปรีชา เปิดเผยต่อว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบที่หลบซ่อนของผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาพักอยู่ในชุมชนบ้านพักโรงพยาบาลชลประทาน อ.บางเกร็ดจ.นนทบุรีจึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธนกฤตกนิษฐกุล ร.ต.อ.ชัยวัฒน์วารีสดใส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง นำหมายศาลเข้าจับกุมตัว ผู้ต้องหาดังกล่าวได้ที่ บ้านพักชั่วคราวปากเกร็ด กรมประชาสงเคราะห์ (ศูนย์คนจนเมือง) เลขที่78/13 ต.บางตลาดอ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี
พฤติการณ์การกระทำผิดของผู้ต้องหารายนี้จะทำทีเข้าไปในร้านขายเพชร พร้อมกับแสดงตัวเป็นลูกค้าอ้างว่าต้องการจะซื้อเพชร จากนั้นทำทีขอดูแหวนเพชรประมาณ 7-8 วงและใช้เวลาเลือกดูแหวนเป็นเวลานาน โดยจะเลือกแหวนที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่านิ้วตัวเองเสมอ ก่อนตกลงซื้อแหวน จะออกอุบายให้พนักงานนำแหวนที่ต้องหารไปแก้ขนาด ขณะเดียวกันในระหว่างการพูดคุย ผู้ต้องหาจะซ่อนแหวนเพชรส่วนหนึ่งไว้ที่มือ จากนั้นได้บอกพนักงานว่าจะออกไปกดเงินมัดจำ ก่อนฉวยโอกาสหลบหนีไป พ.ต.อ.ปรีชา กล่าว
พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดลักษณะนี้มาแล้ว 5 ครั้งและทุกครั้งจะนำทรัพย์สินไปจำนำ หรือขายต่อให้กับเพื่อนที่ย่านบางซื่อ โดยเมื่อวันที่ 9 มกราคม2551 ได้ขโมยแหวนเพชรจำนวน1 วงที่บูธส่งเสริมสินค้าส่งออก ถ.รัชดานำไปขายได้ในราคา 28,000 บาท,ประมาณเดือนเม.ย. 2551 ได้ขโมยแหวนเพชร1 วงน้ำหนัก 1 กะรัตราคา 125,000 บาทจากร้านขายแหวนเพชรภายในห้างดิโอลด์สยาม และขายต่อได้ในราคา 80,000 บาท
นอกจากนี้เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมได้ขโมยแหวนเพชรที่ห้างดิโอลด์สยาม 1 วงนำไปขายได้เงิน 20,000 บาท, เดือนกรกฎาคมได้ขโมยแหวนเพชรที่ห้างเดอะมอลล์บางกะปิ ชั้น 2 ได้แหวนเพชร2 วงนำไปจำนำที่โรงรับจำนำประชาสงเคราะห์ใกล้แยกสะพานควาย ได้เงินมา 30,000 บาทและครั้งล่าสุดได้มาขโมยที่ร้านเกิดเหตุดังกล่าว
ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมในเขตพื้นที่สน.ปทุมวันข้อหาลักทรัพย์ ศาลลงโทษจำคุก 1 ปี6 เดือนและถูกจับกุมที่ สน.บางนาข้อหาลักทรัพย์ ศาลตัดสินจำคุก 1 เดือนหลังพ้นโทษก็ออกมาก่อคดีดังกล่าวอีก พ.ต.อ.ปรีชา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างแถลงข่าวนางรัชปภา และนางสาวณษมา ได้เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหาพร้อมกับพูดคุยสอบถามว่าผู้ต้องหาได้นำของไปขายที่ไหนบ้าง เนื่องจากนางรัชปภา ต้องการนำของกลับคืน แต่ทางผู้ต้องหาก็ไม่พูด ได้แต่ก้มหน้าร้องไห้ และมีอาการหน้ามืด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องหยุดการแถลงข่าว
ขณะที่นางรัชปภา กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้ได้ถือโทษโกรธผู้ต้องหา เพราะรู้ว่าผู้ต้องหารายนี้มีความจำเป็นเนื่องจากมีลูกอยู่ต่างจังหวัดที่ต้องส่งเสียเลี้ยงดู อีกทั้งผู้ต้องหาก็มิได้มีอาชีพอะไร จึงไม่ได้โกรธแค้นอะไร เพียงแต่ขอให้ผู้ต้องหาบอกว่านำของไปปล่อยที่ไหน และตนก็พร้อมที่จะให้อภัยทุกอย่าง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
