มีรอยยิง-ทุบที่หัว สงสัยปมหักยาบ้าพบศพ 2 หนุ่มนิรนามถูกฆ่าทิ้งเหวในอ.ด่านซ้าย จ.เลย คนแรกถูกยิงที่หัวทะลุท้ายทอย อีกคนถูกตีที่หัวจนตาย เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ไม่พบหลักฐานระบุว่าเป็นใครมาจากไหน ตำรวจดูรูปร่างหน้าตาแล้ว คาดเป็นชาวเขาเผ่าม้งในจ.เพชรบูรณ์ เพราะสอบถามชาวเขาในละแวกไม่มีใครรู้จัก ส่วนปมสังหารน่าจะมาจากเรื่องขัดแย้งค้ายาบ้า ถูกคู่อริฆ่าทิ้งนำศพมาทิ้งข้ามจังหวัดเพื่ออำพรางคดี
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ก.ย. พ.ต.ท.ปัญญา กันทนพ สารวัตรเวร สภ.ด่านซ้าย จ.เลย รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิต 2 คน ในเหวริมถนนสายน้ำพุง-บ้านน้ำหมัน ต.กกสะท้อน อ.ด่านซ้าย จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ. ภุชงค์ ภัทรพงษ์สินธุ์ ผกก.สภ.ด่านซ้าย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างคีรีธรรม และแพทย์จากโรงพยาบาลยุพราชด่านซ้าย เดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นถนนอยู่บนสันเขา ห่างจากหมู่บ้านน้ำหมัน ประมาณ 3 ก.ม. เป็นป่าละเมาะ พบศพชาย 2 คน นอนทับกันอยู่ลึกลงจากเนินเขาลงไปประมาณ 10 เมตร คนหนึ่งนอนหงาย อีกคนนอนทับด้านบน คนที่นอนหงายใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดลายทางเขียวเหลือง สวมทับด้วยเสื้อกันหนาวแขนยาวสีดำ ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่ศีรษะด้านหน้าทะลุท้ายทอย ค้นในตัวไม่พบเอกสารว่าเป็นใครมาจากไหน อายุประมาณ 40-50 ปี ศีรษะเถิก สูงประมาณ 160 ซ.ม. อีกศพใส่กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว สวมทับด้วยเสื้อกันหนาวแขนยาวสีดำ ถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะ อายุประมาณ 40-50 ปี ศีรษะเถิกเช่นกัน แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ค้นตามตัวทั้งสอง ไม่พบเอกสารใดๆ ระบุว่าเป็นใครมาจากไหน
จากการสอบสวนคนที่พบศพเป็นชาย 2 คนใช้เส้นทางดังกล่าวเดินทางไปที่บ้านตูบค้อ ขณะนั้นเวลาประมาณ 10.00 น. เมื่อถึงที่เกิดเหตุคนหนึ่งเกิดปวดอุจจาระ จึงจอดรถลงไปปลดทุกข์ในป่าละเมาะข้างทางและพบศพ ทั้ง 2 จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เบื้องต้นสันนิษฐานผู้เสียชีวิตทั้งสอง น่าจะเป็นชาวเขาเผ่าม้ง แต่จากการสอบถามชาวเขาในละแวกใกล้ที่เกิดเหตุไม่มีใครรู้จักว่าคนตายเป็นใคร จึงคาดว่าน่าจะถูกฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งไว้
รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ตายทั้งสองคนอาจเป็นชาวม้งจาก จ.เพชรบูรณ์ ที่ขัดแย้งเรื่องค้ายาบ้า และถูกอริฆ่าจากที่อื่นมาทิ้งลงเหวเพื่ออำพรางคดี เนื่องจากเคยมีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ประกอบกับรูปร่างหน้าตาและทรงผม คล้ายชาวเขาเผ่าม้งอย่างมาก
(กรอบบ่าย)
ข้อมูลจาก ข่าวสด
