เข้าสู่ระบบ
Username ::
Password ::
ลืมรหัสผ่าน สมัครสมาชิก
ข่าว บันเทิง
ข่าว สังคม
ข่าว การเมือง
ข่าว อาชญากรรม
ข่าว เศรษฐกิจ
ข่าว อสังหาริมทรัพย์
ข่าว การศึกษา
ข่าว เทคโนโลยี
ข่าว ท่องเที่ยว
ข่าว กีฬา
ข่าว ไลฟ์สไตล์
ข่าว ต่างประเทศ




พันธมิตรฉุน ข่าวฆ่าเห้-ขาโต๊ะ


โวยบิดเบือน-จัดฉาก สื่อบอยคอตยะใส

แกนนำพันธมิตรประกาศชัดไล่ไม่เลิก แม้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯคนใหม่แล้ว จวกนายกฯสมชายเป็นยิ่งกว่านอมินี ทักษิณ เปลี่ยนนายกฯใหม่ ก็เหมือนเปลี่ยนหัวหน้ากองโจร เย้ยซ้ำรัฐบาลจรจัดไม่มีทำเนียบทำงาน สมศักดิ์ ฉุนข่าวแขวนคอเห้-หักขาโต๊ะไม้สักในตึกสันติไมตรี โวยลั่นสื่อบิดเบือน-จัดฉาก ประกาศลั่นการ์ดมีอำนาจจับกุมผู้ต้องสงสัยเข้ามาในม็อบ ก่อนเกิดเหตุการณ์การ์ดรุมสกรัมหนุ่มถือถุงหนังใส่ปืนยาวอัดลมเสียน่วม อ้างมีพิรุธเดินผ่านเวทีมัฆวานฯ พอไปตรวจค้นก็โดนชกหน้าก่อน ขณะที่ม็อบติดตั้งเครื่องซักผ้า-อบผ้าหลายจุดในทำเนียบไว้บริการผู้ชุมนุม ผบ.ทบ.หารือคณะกรรม การติดตามสถานการณ์ระบุหากเกิดเหตุ 2 ม็อบเคลื่อนพลก็ให้ตร.-ทหารตรวจค้นทุกคน ห้ามพกอาวุธ ทั้งมีด-ปืน ไม้กอล์ฟก็ไม่ได้ ต้องชุมนุมโดยปราศจากอาวุธจริงๆ ทนายพันธมิตรแถลงศาลอุทธรณ์รับเรื่องขอเพิกถอนหมายจับ 9 แกนนำคดีกบฏแล้ว ทำให้หมายจับของศาลชั้นต้นต้องระงับไป แต่ผบก.น.1 ท้าลั่นให้แกนนำทั้ง 9 ที่โดนหมายจับออกจากทำเนียบ จะนำตำรวจไปรอจับทันที

- พันธมิตรติดตั้งเครื่องซักผ้า

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เวทีปราศรัยได้ยุติการปราศรัยประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากเจ้าหน้าที่พันธมิตรได้นำเครื่องปั่นไฟมาติดตั้งเพิ่มเติมบริเวณด้านหลังเวที เพราะวันนี้จะมีการนำเครื่องซักผ้าชนิดปั่นอบแห้งขนาดใหญ่มาติดตั้งที่ทำเนียบรัฐบาลจำนวนมาก เพื่อให้ผู้ชุมนุมได้ใช้ซักผ้ากันอย่างทั่วถึง

หลังจากติดตั้งเครื่องปั่นไฟเสร็จเรียบร้อย บนเวทีพันธมิตรก็เริ่มกิจกรรมเหมือนเดิมเวลา 08.00 น. โดยพิธีกรหยิบยกบทความในหนังสือพิมพ์บางฉบับที่มีการโจมตีรัฐบาล ออกมาวิจารณ์ให้ผู้ชุมนุมฟัง อีกทั้งยังกล่าวโจมตีความไม่เหมาะสมของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นบุคคลในครอบครัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

- แฉผู้ชุมนุมเซ็งการ์ดอาสา

เจ้าหน้าที่ของกลุ่มพันธมิตร เปิดเผยว่า ขณะนี้การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเริ่มมีปัญหา เนื่องจากการ์ดอาสาส่วนใหญ่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งการพูดจาไม่สุภาพ แต่งกายไม่เรียบร้อย ทำตัวเป็นอันธพาล ใช้อำนาจตรวจค้นมากเกินหน้าที่ จนบางครั้งเกิดการกระทบกระทั่งกับประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ทำให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมเริ่มไม่พอใจการกระทำของการ์ดอาสา จึงอยากให้นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตร ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องการ์ดอาสา ได้ควบคุมดูแลให้การ์ดอาสามีความเป็นระเบียบมากกว่านี้ รวมทั้งควรจัดสถานที่ให้การ์ดอาสาอยู่อย่างชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้เดินไปมาก่อความเดือดร้อน เพราะต่อไปจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการชุมนุมที่ประชาชนอาจไม่อยากมาร่วมอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ดูแลความเรียบร้อยของผู้ชุมนุมนั้นแบ่งเป็นหลายฝ่าย โดยหลักๆ จะเป็นนักรบศรีวิชัย ซึ่งนอกจากดูแลความเรียบร้อยแล้ว ยังทำหน้าที่อารักขาแกนนำบางคน อาทิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสุริยะใส กตะศิลา ส่วนพล.ต.จำลอง ศรีเมือง จะมีการ์ดจากกองทัพธรรมคอยดูแลความปลอดภัย สำหรับการ์ดอาสานั้นไม่เกี่ยวข้องกับนักรบศรีวิชัย แต่จะขึ้นตรงกับนายสมศักดิ์ โกศัยสุข

- ตั้งป้อมชุมนุมไล่สมชายต่อ

เวลา 10.00 น. ที่ห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข 2 แกนนำพันธมิตร ร่วมกันแถลงข่าว โดยก่อนเริ่มแถลงข่าว พล.ต.จำลอง ชี้แจงว่า แกนนำได้นำกรณีจะปรับรูปแบบการแถลงข่าวให้ผู้สื่อข่าวไปซักถามที่เวทีปราศรัย มีความเห็นว่าจะทำให้ผู้สื่อข่าวกังวลใจ เนื่องจากบางคำถามอาจสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ชุมนุม จึงย้ายสถานที่แถลงข่าวที่ห้องผู้สื่อข่าวเช่นเดิม

พล.ต.จำลอง กล่าวถึงสภามีมติให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีว่า เป้าหมายการชุมนุมของเรายังเหมือนเดิม คือต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเรียกร้องให้รัฐบาลพรรคพลังประชาชนออกไป หากรัฐบาลชุดนี้ยังอยู่จะยิ่งเสียหายและการเมืองใหม่จะไม่เกิด เราไม่ได้บิดพลิ้วหรือพูดไม่ตรงกัน แต่เราประกาศมาตั้งแต่ต้น ถึงแม้สภาจะเลือกนายกฯ ได้ก็ไม่ได้แก้วิกฤต ทำให้ตอกย้ำว่าสภาไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ ที่ผ่านมามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างมีเหตุผล แต่สุดท้ายก็ยกมือไว้วางใจนายกฯ อย่างท่วม ท้น สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเราต้องออกมาชุมนุมเพื่อสร้างการเมืองใหม่ นอกจากนี้อยากฝากบอกนายสมชายว่าไม่ต้องห่วงสุขภาพของผู้ชุมนุม แม้ตนจะอายุ 73 ปีแล้ว แต่วิ่งทุกวัน วันละ 40 นาที จึงอยากให้ห่วงประเทศชาติจะดีกว่าที่จะต้องเสียหายที่ได้รัฐบาลเช่นนี้

- ยันหมายจับคดีกบฏเกินจริง

พล.ต.จำลองกล่าวถึงข่าวหลังจัดตั้งรัฐบาลจะมีการจับกุมแกนนำโดยยืนยันว่า ตั้งแต่วันที่ออกหมายจับข้อหากบฏจนถึงนาทีนี้ เรายังไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนข้อหากบฏอยู่ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อหาที่กล่าวหาเกินจริง แม้แต่นักกฎหมายใหญ่หลายคนยังกังวลว่าแกนนำพันธมิตรจะมอบตัว ทั้งที่เป็นข้อกล่าวหาเท็จ แต่ยืนยันว่าจะไม่หนีไปไหน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเจอเราได้ตลอดเวลา ยอมรับว่าการออกมากู้ชาตินั้นถือเป็นความเสี่ยง แต่ใคร่ครวญแล้วว่าคุ้มค่า

ผมได้รับแจ้งว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบสวมเสื้อสีเหลือง จำนวน 20 คันรถบรรทุก ผ่านมาทางจ.อ่างทองและอยุธยา มุ่งหน้ามาทำเนียบรัฐบาล จึงต้องกำชับเจ้าหน้าที่รปภ.ของพันธมิตรให้เข้มงวดตรวจค้นคนที่เข้าออกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอาจจะใช้จังหวะการหานายกฯ สร้างปั่นป่วนการชุมนุมของพันธมิตร พล.ต.จำลอง กล่าวและว่า ได้ทราบข่าวว่ามีการใช้ตำรวจและทหารที่อยู่ตามชายแดนและห่างไกลข้อมูล มาประจำการและตรึงกำลังรอบพื้นที่การชุมนุม โดยให้ข้อมูลว่ากลุ่มพันธมิตรเป็นผู้ทำให้บ้านเมืองเสียหาย และสามารถใช้ความรุนแรงได้เต็มที่เช่นเดียวกับ

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่ใช้กำลังตำรวจและทหารนอกพื้นที่เข้ามาทำร้ายประชาชน

- ย้ำสมชายยิ่งกว่านอมินี

เมื่อถามว่าจะมีการกำหนดมาตรการกดดันที่เข้มข้นมากขึ้นหรือไม่ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ที่ประชุมแกนนำมีการหารือโดยตลอดถึงการปรับมาตรการ รวมทั้งนักศึกษาก็ทำกิจกรรมและกดดันอีกทางหนึ่ง แต่ยืนยันว่ากลุ่มพันธมิตรจะไม่เคลื่อนการชุมนุมไปปิดล้อมรัฐสภา เนื่องจากไม่ต้องการปะทะกับกลุ่มนปช.

ด้านนายสมศักดิ์กล่าวว่า การเลือกนายกฯ คนใหม่ไม่ต่างกับกองโจรเปลี่ยนหัวหน้าใหม่ เรารับไม่ได้ โดยมีการแบ่งเค้กโกงกินในกระทรวงที่เป็นเกรดเอ เป็นการเลือกโดยคำสั่งของคนจากลอนดอน โดยที่ส.ส.ทุกคนได้รับคำสั่งล่วงหน้าก่อนจะโหวตในสภา การเลือกนายกฯ ครั้งนี้จึงถือเป็นตลกบริโภคและโจ๊กการเมืองเท่านั้น

นายสมศักดิ์กล่าวว่า นายสมชายไม่เพียงแต่เป็นนอมินีของพ.ต.ท.ทักษิณ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทชินคอร์ปเท่านั้น แต่ยังมีส่วนเกี่ยวกับโครงการทุจริตหลายโครงการ และเกี่ยวพันกับกกต.บางคนด้วย และยังเป็นหนึ่งในครม.ที่ทำผิดรัฐธรรมนูญโดยยกมือให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ดังนั้น นายสมชายจึงมีส่วนได้เสียโดยตรงกับการโกงชาติ และตั้งใจเข้ามาเป็นนายกฯ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญฟอกตัวเอง

- โวยอีกจัดฉาก-บิดเบือนข่าว

ส่วนการย้ายทำเนียบรัฐบาลไปที่สนามบินดอนเมืองนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า แสดงให้เห็นว่าเป็นรัฐบาลจรจัดที่ต้องใช้ตึกร้างเป็นสถานที่ทำงาน ทราบว่าจะมีการใช้งบประมาณหมื่นล้านบาทปรับปรุง เหมือนผีที่ไม่มีศาล ที่ซมซานเพื่อหาที่อยู่รักษาผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งเป็นที่อับอายของชาวโลก ส่วนที่นายสมชายระบุเป็นห่วงสุขภาพของพันธมิตร ถ้านายสมชายจริงใจ ไม่กะล่อน หากเป็นห่วงพันธมิตร ขอให้นำตัวพ.ต.ท. ทักษิณมาขึ้นศาลและดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งยึดพาสปอร์ตแดง จัดการกับสามหัวเกรียนเอ็นบีที และตรวจสอบการทุจริตโครงการจัดเช่ารถเมล์ ที่ขณะนี้จอดอยู่ที่แหลมฉบัง

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีขาโต๊ะภายในตึกสันติไมตรีหักได้รับความเสียหาย นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปพักอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าวก่อนหน้านี้ ได้ทิ้งขยะและสิ่งของจนส่งกลิ่นเหม็นเน่า พวกเราได้เข้าไปทำความสะอาดจนเกือบกลับมาเหมือนเดิม คิดว่าน่าจะเป็นการจัดฉากและน่าเกลียดที่มีการบิดเบือนข่าวเช่นนี้

- ม็อบนปช.แห่เชียร์สมชาย

ที่รัฐสภา ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกโหวตนายกรัฐมนตรี ในเวลา 09.30 น. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาให้กำลังใจนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พร้อมใจกันใส่เสื้อสีขาวและสีแดงเป็นสัญลักษณ์ นำโดยนายณรงค์ศักดิ์ มณี หรือเป๋ คลอง เตย จำนวนกว่า 500 คน ส่วนใหญ่มาจากเขตคลองเตย เขตบางนา และเขตพระโขนง รวมถึงต่างจังหวัด อาทิ นนทบุรี ราชบุรี นครปฐม ต่างทยอยมาตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อมาปักหลักให้กำลังใจบริเวณด้านหน้ารัฐสภา ฝั่งริมฟุตปาธด้านติดกับเขาดิน พร้อมทั้งชูแผ่นผ้าเขียนข้อความให้กำลังใจ รวมทั้งถือช่อดอกไม้ เพื่อให้กำลังใจแก่นายสมชาย

ทั้งนี้ บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ เนื้อหาการปราศรัยไม่เด็ดเผ็ดร้อนเหมือนก่อน โดยเป๋ คลอง เตย ปราศรัยว่า วันนี้ถือเป็นวันดี ที่จะได้นายกฯคนใหม่ จึงไม่อยากด่าใคร ถ้าอยากด่าใคร ขอให้ไปรวม ตัวกันที่ท้องสนามหลวงวันที่ 19 ก.ย.นี้ ฉะนั้นวันนี้เราจึงขอชุมนุมอย่างสงบเพื่อให้กำลังใจนายสมชาย

- ตร.7กองร้อยตรึงรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันมีสายฝนตกโปรยปรายมา แต่ไม่หนัก กลุ่มผู้ชุมนุมจึงยังคงปักหลักต่อ ส่วนการจราจรด้านหน้ารัฐสภา บนถนนอู่ทองใน รถยนต์ยังคงสัญจรไปมาตามปกติ ไม่มีการปิดถนนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากสนธิกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน กว่า 7 กองร้อย เพื่อมาดูแลความปลอดภัยทั้งด้านหน้าและด้านในของอาคารรัฐสภา เชื่อว่าไม่น่าเกิดเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น เนื่องจากทราบมาว่ากลุ่มพันธมิตรจะไม่มาที่นี่ หากมาต้องจัดให้อยู่ห่างกัน 56 เมตร เพราะเป็นช่วงที่ยิงหนังสติ๊กไม่ถึง ส่วนการชุมนุมใหญ่ของนปช.วันที่ 19 ก.ย. ที่ท้องสนามหลวงนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์เป็นระยะๆ

เมื่อถามว่าหลังจากได้นายกฯ แล้วจะดูแลความปลอดภัยบริเวณบ้านพักนายกฯ คนใหม่อย่างไร พล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ โดยวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้หน้าบ้าน 10 นาย และบริเวณทางเข้าอีกจำนวนหนึ่ง หลังจากนี้ไปจะส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำถาวร ส่วนจะเป็นกี่นายต้องดูอีกครั้งหนึ่ง

- สมชายฝ่าฝน-ขอบคุณม็อบ

เวลา 10.45 น. หลังการลงมติโหวตนายกฯ เสร็จสิ้น ซึ่งผลปรากฏว่านายสมชายได้เป็นนายกฯ คนใหม่ กลุ่มผู้ชุมนุมต่างชูมือ ปรบมือ และโห่ร้องด้วยความดีใจ ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุม กล่าวกำชับผ่านลำโพงว่า ขออย่าให้กลุ่มผู้ชุมนุมกรูกันออกมาข้างนอก ขอให้อยู่ในรั้วเหล็กกั้นเท่านั้นเพราะนายสมชายจะมารับช่อดอกไม้ และกล่าวให้กำลังใจแก่พวกเราด้วยตนเอง

ต่อมา เวลา 11.00 น. นายสมชายได้เดินเท้าฝ่าสายฝนที่โปรยปรายลงมา เพื่อมารับช่อดอกไม้ทั้งนี้ การเดินออกเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะมีกองทัพสื่อมวล ชนจำนวนมาก มาห้อมล้อมถ่ายรูป จนทำให้การ์ดดูแลความปลอดภัย ต้องทำเป็นเกราะล้อมรอบ เพื่อให้นายสมชายเดินได้อย่างสะดวก หลังจากนายสมชายรับช่อดอกไม้และกล่าวขอบคุณผู้ชุมนุมเสร็จ กลุ่มผู้ชุมนุมได้สลายตัวและแยกย้ายกันกลับ โดยจะนัดมารวมตัวเพื่อชุมนุมครั้งใหญ่บริเวณท้องสนามหลวงวันที่ 19 ก.ย.นี้

- ยื่นอุทธรณ์หมายจับ9แกนนำ

ก่อนหน้านี้ เวลา 11.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 714 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับคำร้องอุทธรณ์เพิกถอนหมายจับพล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร นายอมร อมรรัตนานนท์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายเทิดภูมิ ใจดี แนวร่วมพันธมิตร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ข้อหากบฏและข้อหาอื่นๆ ร่วม 5 ข้อหาไว้พิจารณา

โดยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วว่า ที่พนักงานสอบสวนร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 โดยศาลชั้นต้นออกหมายจับให้ตามคำร้อง ต่อมาผู้ถูกออกหมายจับทั้ง 9 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนหมายจับ แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่สมควรเพิกถอนจึงให้ยกคำร้อง ผู้ถูกออกหมายจับทั้ง 9 จึงยื่นอุทธรณ์ขอเพิกถอนหมายจับต่อศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ควรรับอุทธรณ์ของผู้ถูกออกหมายจับทั้ง 9 ไว้พิจารณา ผู้ถูกออกหมายจับทั้ง 9 จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับคำอุทธรณ์หมายจับผู้ถูกออกหมายจับทั้ง 9 ไว้พิจารณานั้น

- ทนายชี้ต้องระงับหมายจับ

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายบัญญัติ ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งให้ออกหมายจับ ทั้งผู้ถูกออกหมายจับทั้ง 9 เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการออกหมายจับดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนหมายจับได้ เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการออกหมายจับโดยชอบและไม่อนุญาตตามคำร้องของผู้ถูกออกหมายจับทั้ง 9 ผู้ถูกออกหมายจับทั้ง 9 ย่อมใช้สิทธิอุทธรณ์ได้เช่นกัน ให้รับอุทธรณ์ของผู้ถูกออกหมายจับทั้ง 9 ไว้ดำเนินการต่อไป

ภายหลัง นายณฐพร โตประยูร ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 9 เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ต้องหาทั้ง 9 ไว้พิจารณาว่าจะเพิกถอนหมายจับหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าหมายจับที่ศาลชั้นต้นออกให้นั้นต้องระงับไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่ง คาดว่าภายใน 1-2 วัน ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งดังกล่าว หาก ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องของผู้ต้องหาทั้ง 9 ตนจะใช้สิทธิยื่นฎีกาขอเพิกถอนหมายจับต่อไป ซึ่งการพิจารณาเพิกถอนหมายจับของศาลอุทธรณ์นั้น ตนได้ชี้ให้เห็นว่าผู้ต้องหาทั้ง 9 ไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา

- ผบก.น.1 ลั่นเจอเป็นจับทันที

วันเดียวกัน ที่ศาลแพ่ง ห้องพิจารณาคดี 403 ศาลนัดอ่านคำสั่งคดีที่ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ฟ้องพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรกับพวก ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานละเมิด ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลได้อ่านคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ให้แก่ฝ่ายโจทก์ฟังแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2551 วันนี้จึงได้นัดให้จำเลยมารับทราบคำสั่งดังกล่าว โดยศาลสอบถามกับทางเสมียนทนายความจำเลย ผู้รับมอบอำนาจ ว่าได้รับทราบข่าวคำสั่งคดีนี้แล้ว โดยเสมียนทนายความแถลงว่ารับทราบแล้ว ศาลจึงให้สำเนาคำสั่งไว้

ด้านพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 กล่าวถึงกรณีทนายความของ 9 แกนนำพันธมิตร ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหากบฏ ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ให้เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 แกนนำต่อศาลอุทธรณ์ว่า สำหรับหมายจับทั้ง 9 แกนนำที่พนักงานสอบสวนร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุมัติหมายจับนั้นยังมีผลตามกฎหมาย ขอท้าหากแกนนำทั้งหมดออกมานอกทำเนียบเมื่อไหร่ ตนจะเป็นคนไปจับเอง ชั้นนี้เป็นเพียงแค่ศาลอุทธรณ์รับเรื่องไว้พิจารณาตามที่ทนายความของพันธมิตรยื่นอุทธรณ์เท่านั้น ไม่ใช่การระงับหมายจับ

- พันธมิตรทยอยเข้าทำเนียบ

ที่พล.ม.2 รอ. พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกลุ่มพันธมิตรยืนยันไม่ยอมรับนายกฯจากพรรคพลังประชาชนว่า ฝ่ายการเมืองและฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องหาทางเจรจา เพราะถ้าไม่พูดคุยกันคงแก้ปัญหาไม่ได้ เมื่อถามว่ากลุ่มแนวร่วมประชา ธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) จะนัดชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ พล.อ.วินัยกล่าวว่าพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด ได้ประชุมร่วมกับผู้บัญชา การเหล่าทัพ เพื่อเตรียมป้องกันการปะทะระหว่างประชาชน 2 กลุ่ม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรอีกครั้งว่า ในช่วงสายๆ บรรดาผู้ชุมนุมเริ่มทยอยเข้ามาในทำเนียบกันมากขึ้น โดยบริเวณโรงทานของกองทัพธรรม ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกแดงในช่วงเช้ามีผู้ชุมนุมไปรับอาหารเช้าที่กองทัพธรรมจัดไว้ให้ ก่อนจะกลับมานั่งฟังการปรา ศรัยบนเวที มีทั้งการจัดรายการข่าวสลับกับการเล่นดนตรี และรายการธรรมะของกลุ่มสันติอโศก นอก จากนี้จากการสังเกตบริเวณทางเข้า-ออกทุกทาง มีการคุมเข้มตรวจตราผู้ที่จะเข้าไปร่วมชุมนุม เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลแอบแฝงเข้ามาอยู่ภายในพื้นที่ชุมนุม ส่วนกลุ่มนักรบศรีวิชัยพบว่ายังคงปักหลักอยู่ในที่ตั้ง

- ฉุนข่าวแขวนคอเห้-หักขาโต๊ะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขาโต๊ะไม้แกะสลักที่ถูกนำมาวางบนลำโพงด้านหลังตึกสันติไมตรีนั้น ยังคงวางอยู่เช่นเดิมไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน นอกจากนี้ บริเวณพรมกำมะหยีสีทองที่ปูลาดพื้นบันไดมุขทางเข้าด้านหน้าของตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นพรมเนื้อดีจากต่างประเทศถูกปูไว้อย่างถาวร เพื่อไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญจากหลายประเทศที่จะเข้าพบหารือข้อราชการกับนายกฯ พบว่าปัจจุบันพรมดังกล่าวมีสีคล้ำ มีเศษดินโคลนเปรอะเปื้อนอยู่ อีกทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว โดยบริเวณดังกล่าวมีกลุ่มผู้ชุมนุมยึดพื้นที่ไว้หลับนอน พร้อมนำป้ายต่างๆมาแขวนไว้บริเวณประตูทางเข้า

เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีภาพและข่าวมีการนำขาโต๊ะไม้สลักลวดลายงดงามจากภายในตึกสันติไมตรีมาวางทับผ้าพลาสติกคลุมเครื่องเสียงของกลุ่มพันธมิตรนั้น ปรากฏว่านายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรได้ขึ้นเวทีปราศรัย ชี้แจงว่าขาโต๊ะที่ปรากฏในภาพเป็นเพียงขาโต๊ะเก่าที่รอนำไปซ่อมแซมและไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย อีกทั้งยังคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่ แต่สื่อมวลชนกลับนำมาเสนอเป็นประเด็นหน้า 1 ได้ เช่นเดียวกับกรณีการ์ดพันธมิตรทำร้ายตัวเงินตัวทองจนเสียชีวิตก็นำมาขึ้นหน้า 1 ได้เช่นกัน เพื่อต้องการโจมตีกลุ่มพันธมิตร แต่กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และครอบ ครัว โกงและทำลายประเทศชาติหลายพันล้านบาท แต่สื่อมวลชนกลับไม่ยอมนำเสนอข่าว

- ให้อำนาจการ์ดจับคนมีพิรุธ

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ทราบข่าวมาอีกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งบุคคลเข้ามาก่อกวนในพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ดังนั้นหากประชาชนพบบุคคลใดที่มีพิรุธขอให้แจ้งกับการ์ดอาสาพันธมิตรทันที เนื่องจากเราให้อำนาจการ์ดอาสาในการจับกุม หากแจ้งเข้ามาจะเข้าจับกุมในวินาทีนั้นทันที ก่อนจะควบคุมตัวมาสอบสวนภายหลัง เพื่อความสงบเรียบร้อยของการชุมนุม เพราะตำรวจพยายามจะเข้ามาสร้างความปั่นป่วนกับผู้ชุมนุม ไม่ตั้งใจเข้ามารักษาความปลอดภัยให้กับพวกเรา ดังนั้นพวกตำรวจจึงพึ่งพาไม่ได้

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนทราบข่าวมาอีกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำพลุ 14 ลูก เข้ามาในพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร จากนั้นจะนำมาจุด เพื่อให้ผู้ชุมนุมเกิดความแตกตื่นและเกิดความสับสน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาแทรกซึมกับกลุ่มผู้ชุมนุมและจับกุมแกนนำ

- ตั้งเครื่องซักผ้า-อบผ้าพร้อม

แหล่งข่าวจากข้าราชการทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าไม้ดังกล่าวเป็นไม้ชนิดใด แต่ในทำเนียบมีทั้งไม้เก่าที่มีราคาและไม่มีราคา ส่วนเรื่องคุณค่าของทรัพย์สินนั้น ถือเป็นทรัพย์สินทางราชการ มีราคาค่างวดทั้งสิ้น และทรัพย์สินดังกล่าวบางส่วนเตรียมซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนที่ซ่อมแซมไม่ได้จะจำหน่ายหรือมอบให้กับมูลนิธิต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวมีอะไรบ้าง เพราะขณะนี้ข้าราชการไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ทำเนียบได้ อย่างไรก็ตามบริเวณตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรีมีทรัพย์สินที่มีราคาทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่ของกลุ่มพันธมิตรได้นำเครื่องซักผ้าขนาด 15 กิโลกรัม พร้อมเครื่องอบผ้า มาติดตั้งในบริเวณพื้นที่ที่กั้นเป็นห้องอาบน้ำทั้งหมด 5 เครื่อง อาทิ หน้าตึกนารีสโมสร หน้าตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(หลังเก่า) เป็นต้น

- การ์ดล้อมจับหนุ่มพกปืนลม

เวลา 14.30 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การ์ดพันธมิตรบริเวณเวทีสะพานมัฆวานฯได้พบผู้ต้องสงสัย 1 ราย เป็นชายวัย 20 ปีเศษถือถุงหนังใบใหญ่สีดำเดินมากับเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งการ์ดพันธมิตรสงสัยว่าอาจเป็นอาวุธจึงเข้าล้อมจับกุม แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมให้ตรวจค้นจึงเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น บรรดาการ์ดหลายสิบคนจึงกรูเข้าจับชายคนดังกล่าวนอนคว่ำหน้ากับพื้นถนน และพยายามกันไม่ให้ช่างภาพสื่อมวลชนบันทึกภาพ โดยใช้ผ้าใบมาขึงล้อมไว้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้นเบื้องต้นพบว่าในกระ เป๋าหนังเป็นปืนยาวอัดลม 1 กระบอก จากนั้นการ์ดพันธมิตรได้หิ้วตัวชายคนดังกล่าวไปสอบสวนที่สน. พันธมิตร

นายอัมรินทร์ ยี่เฮง การ์ดพันธมิตร กล่าวถึงเหตุ การณ์ดังกล่าวว่า ที่บริเวณประตูทางเข้าพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ฝั่งสะพานมัฆวานรังสรรค์ การ์ดได้ตรวจค้นนายณัฐพงษ์ ธเนศไพศาล อายุ 24 ปี สวม เสื้อเชิ้ตยี่ห้อคาเมล สีเขียว สวมกางเกงยีนส์ พร้อมเพื่อนอีก 1 คน จากการตรวจค้นกระเป๋าของนายณัฐ พงษ์ได้พบปืนยาวอัดลม 1 กระบอก เครื่องกระสุนพลาสติกจำนวนหนึ่ง ซองปืน เข็มขัดสนาม และหมวกไหมพรม ใส่กระเป๋า จากนั้นการ์ดพันธมิตรได้พยายามจะยึดปืนอัดลมไว้

- พธม.อ้างโดนชกหน้าก่อน

นายอัมรินทร์กล่าวว่า ขณะที่การ์ดพันธมิตรกำลังขอยึดปืนอัดลม นายณัฐพงษ์ได้ขัดขืนและชกเข้าไปที่บริเวณใบหน้าของการ์ดพันธมิตรรายหนึ่ง ทำให้การ์ดที่ประจำอยู่บริเวณดังกล่าววิ่งกรูเข้ามาช่วยเหลือและทั้ง 2 ฝ่ายต่างฉุดกระชากกันไปมาและทำร้ายร่างกายกันเล็กน้อย ก่อนจะควบคุมตัวนายณัฐพงษ์มาสงบสติอารมณ์ที่เต็นท์ของนักรบศรีวิชัยบริเวณสะพานมัฆวานฯ ส่วนเพื่อนของนายณัฐพงษ์ได้อาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมได้ ซึ่งการ์ดกำลังติดตามจับกุมตัวมาสอบถามต่อไป

นายอัมรินทร์กล่าวว่า จากการสอบถามนายณัฐพงษ์ในเบื้องต้นสังเกตได้ว่า มีลิ้นไก่สั้น พูดไม่รู้เรื่อง โดยนายณัฐพงษ์อ้างว่าจะนำอาวุธปืนผ่านม็อบไปยังสวนสัตว์เขาดิน ทางการ์ดพันธมิตรจึงโทรศัพท์ติดต่อไปยังนางนันทนีย์ ธเนศไพศาล มารดาของนายณัฐพงษ์ ให้มารับตัวบุตรชายกลับบ้าน

- ผบ.ทบ.สั่งตรวจอาวุธ2ม็อบ

บ่ายวันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะผู้อำนวยการติดตามสถานการณ์ร่วม ได้เรียกประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ หลังจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 ก.ย. โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายพงษ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุววรณ ผบ.ตร. พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เสนาธิการทหาร พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เวลาหารือนาน 1 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมพล.อ.อนุพงษ์ได้มอบให้คณะกรรมการติดตามการชุมนุมในจุดต่างๆ เพื่อป้องกันการปะทะกันเหมือนเหตุการณ์ที่ผ่านมา หากเกิดมีแนวโน้มจะปะทะกัน จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหน่วยหลักดูแลความเรียบร้อย และมีทหารเป็นหน่วยเสริมการทำงาน นอกจากนี้ยังมีมติว่าหากกลุ่มผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนที่ออกจากที่ชุมนุม จะให้ตำรวจหรือทหารตรวจค้นอาวุธ โดยจะไม่ให้พกพามีด ปืน ไม้กอล์ฟ หรืออาวุธต่างๆ ดังนั้น หากผู้ชุมนุมจะเคลื่อนการชุมนุมต้องปราศจากอาวุธ พร้อมทั้งจะขอความร่วมมือสื่อมวลชน ให้ขึ้นตัววิ่งเรื่องประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการพกพาอาวุธในการชุมนุมหรือเคลื่อนการชุมนุม เพื่อให้ประชาชนทราบว่าหากพกพาอาวุธจะผิดกฎหมาย เพราะอาจมีประชาชนไม่ทราบว่าการพกพาสิ่งเหล่านี้ผิดกฎหมาย

- ยืนยันไม่ใช้กำลังสลายม็อบ

พล.อ.ทรงกิตติกล่าวหลังการประชุมว่า คณะกรรมการได้หารือแนวโน้มสถานการณ์ โดยให้จับตามองการชุมนุมในจังหวัดต่างๆ ที่สุ่มเสี่ยงและการเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯว่าในพื้นที่ไหนจะมีความรุนแรง เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาโดยเฉพาะในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นในช่วงนี้

เมื่อถามว่าการที่นายสมชายขึ้นเป็นนายกฯ และได้รับการต่อต้านจากกลุ่มพันธมิตรฯ พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมือง แต่เราหารือว่าจะมีการเคลื่อนไหวในจุดใด และทำอย่างไรจะป้องกันความรุนแรง ไม่ให้กระทบต่อประชาชน และได้จับตามองการชุมนุมในแต่ละพื้นที่ว่ามีแนวโน้มรุนแรงเพียงใด ส่วนการสลายม็อบเราคงไม่ทำเพราะทุกคนมีสิทธิตามกฎหมายในการชุมนุม แต่ต้องทำอย่างสันติ

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯ มีการชุมนุมผิดกฎหมายที่ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการจะดำเนินการอย่างไร เพราะ ครม.ชุดใหม่ยังต้องใช้ทำเนียบเป็นสถานที่ทำงาน จำเป็นต้องสลายการชุมนุมหรือไม่ พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า ต้องให้ฝ่ายกฎหมายไปติดตาม ใครทำผิดต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่คณะกรรมการมีหน้าที่เพียงติดตามสถานการณ์ และป้องกันความรุนแรงหรือการปะทะกัน ส่วนที่พันธมิตรฯ จะลุกฮือต่อต้านนายสมชายตนเห็นว่ายังไม่ควรด่วนสรุปว่าจะเกิดเหตุรุนแรง แต่ไม่ประมาทและต้องติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา

- นปช.แถลงจัดรำลึก 2 ปี 19 ก.ย.

เวลา 17.00 น. ที่โรงแรมศิริดาเพลซ ถ.วิภาวดีรัง สิต นายชิณวัตร หาบุญพาด กรรมการบริหารแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร นปช.และแกนนำองค์กรแนวร่วมว่า ที่ประชุมมีมติจัดงานรำลึกครบรอบ 2 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ที่ท้องสนามหลวง เป็นกิจกรรมทางวิชาการ ภายใต้หัวข้อ กำจัดพันธมิตร ยุติการเมืองใหม่ 70 :30 มุ่งเน้นให้ความรู้กับประชาชน ตีแผ่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีเจตนาล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 เปลี่ยน แปลงระบอบการปกครองจากประชาธิปไตยกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

นายชิณวัตรกล่าวว่า พฤติกรรมของแกนนำพันธ มิตรฯ ที่ชอบแอบอ้างสถาบันมาเป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยกแก่คนในชาติ กิจกรรมดังกล่าวจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป โดยจะประกาศจุดยืนของนปช. เชิญนายจักรภพ เพ็ญแข นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.พรรคพลังประชาชน มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิชาการอย่างนายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นายคณิน บุญสุวรรณ และม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ทั้งนี้ ในวันที่ 19 ก.ย. นปช.ไม่มีการเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่สนามหลวงเด็ดขาด หากกลุ่มบุคคลใดเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้นถือเป็นกลุ่มบุคคลที่ 3 ที่พยายามสร้างสถานการณ์ให้ร้ายนปช.

- การ์ดพธม.กดดันนักข่าวอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การกระทบกระทั่งระหว่างสื่อและการ์ดพันธมิตรฯ ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทีมงานช่างภาพหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ซึ่งใช้รถตู้เป็นรถโมบายสำหรับส่งภาพข่าว จอดเป็นประจำอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ถูกการ์ดพันธมิตรฯ คุกคามเมื่อกลางดึกวันที่ 15 ก.ย. โดยนำคนไปล้อมรถและถ่ายภาพไว้ทุกมุม เมื่อผู้สื่อข่าวที่อยู่ภายในรถออกมาถามว่า ทำอะไร กลุ่มการ์ดพันธ มิตรฯ ระบุว่า สงสัยว่ารถคันดังกล่าวจะเป็นรถสอด แนมของตำรวจ เพราะเห็นจอดอยู่เป็นประจำ เมื่อมีรถมาเปลี่ยนจะส่งอุปกรณ์ต่างๆ ให้กัน และเห็นคนถือกล้องถ่ายภาพเข้าออกรถตลอดเวลา ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์จึงชี้แจงว่าเป็นรถของสำนักพิมพ์และผู้สื่อข่าวติดบัตรประจำตัวไว้ตลอดเวลา แต่การ์ดพันธมิตรฯ ยังไม่เชื่อโทรศัพท์ไปยังหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เมื่อทราบว่าเป็นผู้สื่อข่าวจริงจึงบอกว่าจะหาสติ๊กเกอร์มาให้ติด เพื่อให้ทราบว่าเป็นรถของผู้สื่อข่าว

- สื่อวอล์กเอาต์-ไม่ทำข่าวยะใส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถโมบายของบางกอกโพสต์ถูกการ์ดพันธมิตรฯ ตรวจค้นมาแล้วถึง 3 ครั้งตลอดเวลาที่รายงานข่าวการชุมนุมของพันธมิตรฯ กว่า 3 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นสื่อมวลชนต่างประเทศที่เข้าถ่ายภาพในบริเวณม็อบพันธมิตรฯ จะถูกการ์ดคุกคามเช่นเดียวกัน โดยมีการ์ดคอยเดินตามช่างภาพต่างประเทศตลอดเวลา บางครั้งเข้าไปสอบถามว่าทำไมต้องถ่ายภาพตรงนั้น จนผู้สื่อข่าวต่างประเทศเริ่มไม่มั่นใจในการทำงาน

ต่อมาเวลา 19.00 น. กลุ่มผู้สื่อข่าวที่ไปรอการแถลงข่าวของนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธ มิตรฯ ที่ด้านหลังเวทีสะพานมัฆวานฯ ซึ่งเป็นสถานที่แถลงข่าวเป็นประจำทุกวัน โดยกลุ่มผู้สื่อข่าวและช่างภาพจำนวนมากนั่งรอนายสุริยะใสอยู่นาน เพราะนายสุริยะใสยืนแจกลายเซ็นและถ่ายภาพพูดคุยกับบรรดาผู้ชุมนุมที่มาพบ ไม่สนใจกลุ่มผู้สื่อข่าวที่รออยู่เป็นจำนวนมาก และไม่มีท่าทีว่าจะเริ่มการแถลงข่าว ดังนั้นกลุ่มผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ทั้งหมดและหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่จึงได้หารือกันว่าจะไม่นำเสนอการแถลงข่าวของนายสุริยะใสในวันนี้ และตัดสินใจวอล์กเอาต์ พากันเก็บกล้องและขาตั้งกล้องออกจากสถานที่แถลงข่าวทันที ขณะที่ยังมีหนังสือพิมพ์บางฉบับรอทำข่าวอยู่

- มหาก็ฉุนข่าวหักขาโต๊ะ

เวลา 21.20 น. แกนนำพันธมิตรขึ้นเวทีปราศรัย โดยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง กล่าวว่า รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้พันธมิตรเสียหาย ดูได้จากการนำเอาขาโต๊ะหักมาเป็นประเด็นในหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งที่โต๊ะตัวดังกล่าวขาหักก่อนที่พันธมิตรจะเข้ามาชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล

นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวว่า ขอบอกถึงพันธ มิตรที่เกาะสมุยว่าแกนนำทั้งหมดไม่มีความคิดจะเล่นการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่าจะมีใครมาสนับสนุนทั้งสิ้น แต่พันธมิตรเกาะสมุยต้องคอยดูว่าผู้สมัครนายกเทศ มนตรีเทศบาลตำบลเกาะสมุยที่กำลังมีการเลือกตั้งอยู่นั้น เป็นผู้ที่เป็นคนดี เคารพในกฎหมายและมีจริย ธรรม เพราะมีคนมาบอกว่าการเลือกตั้งนายกเทศ มนตรีครั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และสามี ให้การสนับสนุนผู้สมัครคนหนึ่ง ดังนั้นชาวเกาะสมุยต้องคอยจับตาดูว่านายกเทศมนตรีเกาะสมุยคนใหม่ ทำงานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่คุณหญิงสุดารัตน์และสามีหรือไม่ และนายกเทศมนตรีต้องออกมาชี้แจงต่อประชาชน





ข้อมูลจาก ข่าวสด



MuMuu.com © copyright 2003-2009 All right reserved. contact us : webmaster@mumuu.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob