นักธุรกิจที่ดินร้อง ปปป.โวยถูกรอง สว.จร.สน.สุทธิสาร พร้อมพวก ทำร้ายร่างกาย-ชิงทรัพย์ ขณะเข้าไปช่วยเพื่อนหลังถูกจับวัดแอลกอฮอล์ แต่กลับถูกทำร้ายร่างกาย-ใส่กุญแจมือ ก่อนพาไปขัง แจ้ง 5 ข้อหารวด ขณะที่รอง ผกก.จร.แจงเหตุเมาสุรา-ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ยันพร้อมให้ความเป็นธรรมสองฝ่ายเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม นายอินทรา วนะภูติ อายุ 36 ปี นักธุรกิจที่ดิน บุตรชาย นายเทวัญ วนะภูติ อดีตนักจัดรายการวิทยุคลื่นเพลงสากลยุคซิกตี้ชื่อดัง ชื่อรายการ โซลิทโกลด์ซันเดย์ เข้าพบ พ.ต.ท.อรชัย กุมจันทึก พงส. (สบ 2) บก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดี ร.ต.อ.พงศ์กานต์ บุญประคอง รอง สว.จร.สน.สุทธิสาร กับพวกรวม 7 คน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ข้อหาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วงเหนี่ยวกักขัง และพยายามชิงทรัพย์ เหตุเกิดบริเวณจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หน้า สน.สุทธิสาร เมื่อกลางดึกวันที่ 24 สิงหาคม
นายอินทรา ให้การอ้างว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์จากนายกิตติพัฒน์ มหาชนก เพื่อนรุ่นน้องว่าถูกตำรวจ สน.สุทธิสาร ซึ่งตั้งด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์เรียกตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ โดยขอให้ไปช่วยเหลือ จึงเรียกรถแท็กซี่จากบ้านไปกับเพื่อนอีกคน เมื่อถึงบริเวณด่านตรวจบนถนนรัชดาภิเษก ได้เข้าไปสอบถามรุ่นน้องและพูดเป็นเชิงแนะนำว่าตำรวจไม่มีสิทธิบังคับให้เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่ตำรวจได้ยินเข้าจึงพูดสวนกลับมาว่า ไม่เกี่ยวข้อง อย่าเข้ามายุ่ง จากนั้นก็พยายามเอามือมาจับแขนตน แต่ก็พยายามสลัดออก
"ระหว่างนั้น ร.ต.อ.พงศ์กานต์ พูดขึ้นมาว่า งั้นเล่นงานมันอีกคน ระหว่างนั้นก็มีตำรวจที่เป็นลูกน้องอีกหลายคนตรงเข้ามารุม โดยรวบแขนทั้งสองข้างไขว้หลัง ใช้เท้าเตะข้อพับขา และกระแทกหลังจนล้มลง ก่อนจะใช้เท้าเหยียบที่แผ่นหลังให้หน้ากดลงกับพื้น และใส่กุญแจมือ" นายอินทรา กล่าวอ้าง
นายอินทรา กล่าวต่อว่า หลังถูกเหยียบและใส่กุญแจมือก็พยายามขัดขืน แต่กลับถูกจับบิดแขนบริเวณใกล้ข้อศอกขวาจนต้องร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนคุมตัวไปขังที่ สน.สุทธิสาร โดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น จึงร้องขอให้ตำรวจพาส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่มีใครสนใจ เมื่อเพื่อนมาเยี่ยมจึงทราบว่ามีอาการบาดเจ็บ จึงไปหาซื้อยาแก้ปวดมาให้กิน ก่อนจะโทรศัพท์กลับไปบอกทางบ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. มารดาได้มาถึง จึงติดต่อกับพนักงานสอบสวน จนได้รับการปล่อยตัวออกมา แต่ปรากฏว่าตำรวจได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีถึง 5 ข้อหา พร้อมทั้งทำบันทึกจับกุม มารดาจึงทำเรื่องขอประกันตัวเป็นเงินถึง 1.5 แสนบาท
ผมถูกตำรวจแจ้งข้อหาเมาสุราอาละวาด ประพฤติตนวุ่นวาย ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย และข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย ทั้งที่ไม่ได้เมา ทั้งยังเป็นฝ่ายที่ถูกรุมทำร้ายและพยายามชิงทรัพย์เป็นนาฬิกาข้อมือยี่ห้อโรเล็กซ์ และช่วงเกิดเหตุมีตำรวจคนหนึ่งใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้ด้วย แต่ที่จำหน้าได้มี 2 คน คือ คนที่ถ่ายคลิป และร้อยตำรวจเอกคนนั้น นายอินทรา กล่าว
นายอินทรา กล่าวว่า หลังได้ประกันตัวแล้วจึงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล สะพานควาย ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกทำร้าย มีอาการปวดต้นคอ แผ่นหลังและศีรษะ มีแผลถลอกที่ใบหน้า ตามร่างกาย และข้อศอกขวาหัก เคลื่อน ต้องพักรักษาอาการเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้ตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุ จึงเข้าร้องทุกข์ที่ บก.ปปป.เนื่องจากเกรงว่า หากเข้าแจ้งความที่ สน.สุทธิสาร จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคู่กรณีก็คือตำรวจที่ สน.ดังกล่าว
เบื้องต้น พ.ต.ท.อรชัย ได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐาน โดยข้อหาหลักจะเป็นข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังจากรับเรื่องและสอบสวนแล้วจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาภายใน 30 วัน ตามขั้นตอนของกฎหมาย
พ.ต.ท.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รอง ผกก.จร.สน.สุทธิสาร ชี้แจงว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก ร.ต.อ.พงศ์กานต์แล้ว ทราบว่าช่วงเกิดเหตุนายอินทรามีอาการเมาสุรา และพยายามต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนบาดแผลของนายอินทราไม่ได้รับรายงาน และไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่เมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีก็จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และพร้อมให้ความร่วมมือพนักงานสอบสวน บก.ปปป.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบันทึกจับกุมที่ นายอินทรา ใช้เป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความนั้น ระบุว่า เมื่อเวลา 04.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณหน้า สน.สุทธิสาร ได้พบ นายกิตติพัฒน์ ขับรถยนต์ผ่านมาจึงเรียกตรวจ พร้อมเชิญตัวเข้าเครื่องเป่า ต่อมา นายอินทรา ได้มาที่เกิดเหตุพร้อมขัดขวางและอาละวาด โดยดันไม่ให้เจ้าหน้าที่นำตัว นายกิตติพัฒน์ ไปตรวจวัด ระหว่างนั้นตำรวจคนหนึ่งพยายามใช้มือถือถ่ายคลิปวิดีโอ แต่ถูก นายอินทรา ใช้มือกระชากโทรศัพท์แล้วเดินหันหลังหนีไป โดยมีโทรศัพท์ติดมือไปด้วย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
