โจรป่วนใต้สุดโหดใช้แผนสกปรกสาดกระสุนฆ่าสาว 2พี่น้องคาถนนที่ยะลา ลวงให้ จนท.ไปตรวจสอบแล้วใช้ จยย.ซุกระเบิดสลับกับ จยย.ของเหยื่อ หวังใช้มือถือกดบึมสังหารหมู่ จนท.โชคดีกู้ไว้ได้ทัน ส่วนเหตุระเบิดที่สไหงโก-ลก รวบตัวผู้ต้องสงสัยได้8คนแล้วจากเหตุคนร้ายใช้ คาร์บอมบ์ ถล่มหน้า สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ทำให้นายชาลี บุญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ จ.นราธิวาส กับนายชาคริต ฉลาดธัญญกิจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจ เสียชีวิตนั้น พฤติกรรมของคนร้ายยังโหดไม่เลิกไล่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไม่เว้นวัน เมื่อเช้าวันที่ 24 ส.ค. ร.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ เอี่ยมอ่อน พนักงานสอบสวน สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา พ.ต.ท.สมปราช กรรณกานนท์ สวญ. พ.ต.ท.ศุภวัฒน์ ชินรี สวส. นำกำลังไปสอบสวนเหตุยิงกันตายในสวนยางพารา หลังบ้านปาแตรายอ ต.เกะรอ พบศพนายสะมะแอ เจ๊ะมะ อายุ 37 ปี อยู่หมู่ 3 ต.เกะรอ ถูกยิงด้วยปืนเอ็ม 16 ลำตัวพรุน สอบสวนทราบว่า นายสะมะแอเป็น ชรบ.ขณะกำลังกรีดยางถูกคนร้ายกราดปืนยิงถล่ม
ต่อมาเวลา 11.45 น. พ.ต.ท.ชาติชาย ชนะสิทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.รามัน พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก. พ.ต.ท.อำไพ ชุมช่วย รอง ผกก.(ป.) นำกำลังไปสอบสวนเหตุยิงกันตาย บนถนนสายยะลา-รามัน บ้านบือยอง หมู่ 3 ต.กายูบอเกาะ พบศพ น.ส.สุนิสา สาแล๊ะ อายุ 25 ปี อยู่หมู่ 1 ถนนเมืองรามัน ต.กายูบอเกาะ ถูกยิงด้วยปืน 9 มม. และ .357 ที่ศีรษะ นอนตายอยู่บนถนน และใกล้กันมีรถ จยย.ฮอนด้า ทะเบียน กพค 607 ยะลา ล้มอยู่ และทราบมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 รายชื่อ น.ส.สุวรรณี สาแล๊ะ อายุ 32 ปี พี่ของ น.ส.สุนิสา ถูกยิงที่ศีรษะและสีข้างขวา ถูกนำส่ง รพ.รามัน แต่เสียชีวิตระหว่างทาง
สอบสวนทราบว่า ขณะทั้งสองซ้อน จยย.ไปตลาดนัดบ้านโกตาบารู ถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้าย 2 คน ซ้อน จยย. ฮอนด้า ไล่ประกบยิง 2 พี่น้องอย่างเหี้ยมโหด และลงมาจ่อยิงซ้ำอีกหลายนัด แล้วหลบหนีไป ส่วนรถ จยย.ที่พบในที่เกิดเหตุ ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นของเหยื่อกระสุน แต่ภายหลังญาติยืนยันว่าไม่ใช่ เจ้าหน้าที่รีบกันให้บุคคล ไม่เกี่ยวข้องออกห่างที่เกิดเหตุ พร้อมประสานชุดเก็บกู้มาตรวจสอบและตัดสัญญาณมือถือทันที ผลปรากฏว่าในถังน้ำมันรถ จยย.มีระเบิดบรรจุกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือซุกไว้ รีบลงมือเก็บกู้ทันที กระทั่งกู้ได้ สำเร็จ เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายวางแผนยิง 2 พี่น้องเพื่อหลอกล่อให้เจ้าหน้าที่มาตรวจจุดเกิดเหตุ จากนั้นได้สลับรถ จยย.ของเหยื่อขี่หนีไปแล้วทิ้งรถ จยย.ที่ฝังระเบิดไว้หวังสังหารเจ้าหน้าที่
ต่อมานายอาหามะ สาแล๊ะ กับนางแมะมูเน๊าะ สาแล๊ะ พ่อและแม่ของ น.ส.สุนิสา กับ น.ส.สุวรรณี ได้นั่งรถเข็นไปดูศพลูกสาวทั้งสองที่ รพ.รามัน พร้อมเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวทั้งสองทำงานหาเลี้ยงตนทั้งสองมาตลอดเพราะสุขภาพไม่ดีต้องนั่งรถเข็น ลูกเป็นเสาหลักของครอบครัว เมื่อขาดทั้งสองไปชีวิตคงลำบากแน่
ช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน ร.ต.อ.ทัศพล สุวรรณบูลย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา ไปสอบสวนคนถูกยิงมาเสียชีวิตที่ รพ.ศูนย์ยะลา ทราบผู้ตายชื่อนายนิเลาะ บาเหะ อายุ 15 ปี อยู่หมู่ 3 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ถูกยิงขณะขี่ จยย.กลับบ้าน เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ส่วนที่ ศปก.ตร.สน.ยะลา ตัวแทนนักศึกษาสหพันธ์นิสิตนักศึกษาชายแดนภาคใต้ 100 คน ขอเข้าเยี่ยมเพื่อนนักศึกษา 5 คนที่ถูกควบคุมตัวคดีความมั่นคงตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 51 โดยมี พล.ต.ต.พีระ พุ่มพิเชษฐ์ รอง ผบช.ภ.9 พาเข้าเยี่ยมพร้อมกันนี้กลุ่มนักศึกษายังเรียกร้องให้ชี้แจงการควบคุมตัว 5 นักศึกษา หรือหากไม่พบความผิดให้รีบปล่อยตัว
ด้านนายพระนาย สุวรรณรัฐ ผอ.ศอ.บต. กับนายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันเปิดเผยว่า ในวันที่ 29-31 ส.ค.นี้ ได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมสันติวิธีเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ขึ้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เพื่อกระตุ้นให้ใช้แนวทางสันติวิธีเป็นบรรทัดฐานในการแก้ไขปัญหาในชายแดนภาคใต้ โดยยึดแนวทางตามยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา
ส่วนความคืบหน้าเหตุบึมหน้า สภ.สุไหงโก-ลก นั้น พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ประชุมผู้นำกำลัง 3 ฝ่ายที่ ฉก.นราธิวาส 36 โดย พล.ท.วิโรจน์ กล่าวย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยและให้ปรับแผนดูแลความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน พ.อ.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ทพ.45 พ.ท.พงษ์สิทธิ์ ขจรกิตติภูมิ ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 พ.ต.ท. แวสาแม สาและ รอง ผกก. (สส.) สภ.สุไหงโก-ลก ร่วมกับ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 23 หมู่ 3 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก ของนายไพศาล ดือราแม อายุ 46 ปี อดีตนายก อบต.ปาเสมัส พบปืน 9 มม. กับปืน .38 พร้อมกระสุน 181 นัด เงินดอลลาร์ปลอมคิดเป็นเงินไทย 1.4 ล้านบาทเศษ โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และเอกสารอีกจำนวนหนึ่ง โดยของกลางทั้งหมดนายไพศาลอ้างมีคนนำมาฝากไว้
จากนั้นเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 9/27 บ้านตือระ ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก ของนายอาบูบากา สะมะแอ อายุ 30 ปี พร้อมยึดของกลางได้ปืน 9 มม. พร้อมกระสุน 26 นัด เงินสด 7,600 บาท และป้ายรถ จยย.ปลอม 1 แผ่น โดยของกลางทั้งหมดทาง พญ.คุณหญิงพรทิพย์ จะนำไปตรวจสอบอีกครั้งว่าเกี่ยวพันกับเหตุระเบิดที่หน้า สภ.สุไหงโก-ลกหรือไม่
ด้าน พล.ต.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ฉก.นราธิวาส กล่าวถึงการสืบสวนเพื่อหาตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ว่า พอจะได้เบาะแสเพิ่มขึ้นแล้ว โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุทราบแล้วว่ามีการนำมาจากที่ใด ส่วนกลุ่มที่ก่อเหตุนั้นเชื่อว่าเป็นฝีมือแกนนำหลัก 4 คน ที่เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ก่อนหน้านี้ โดยทั้ง 4 ราย มีพฤติกรรมที่หลบๆซ่อนๆมักข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านเป็นระยะ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถขยายผลและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนเพิ่มอีก 2 รายรวมทั้งหมดที่ถูกควบคุมตัว 8 ราย
ส่วน พล.ต.ท.ปัญญา เทียนศาสตร์ ผบช.ภ.9 ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส รักษาการแทนตำแหน่ง ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก แทน พ.ต.อ.ปราบพาล ศรีมงคล ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคาร์บอมบ์ เพื่อเร่งคลี่คลายคดีโดยเร็ว ขณะที่ พ.ต.อ.นันทเดช เปิดเผยว่า สำหรับการปูพรมตรวจค้นหลายพื้นที่ใน อ.สุไหงโก-ลก สำหรับการซ่อมแซมโรงพักต้องใช้งบซ่อมแซมประมาณ 390,000 บาท และต้องรีบซ่อมแซมให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อความสะดวกของประชาชน
นอกจากนี้ในช่วงสายวันเดียวกัน ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้ใช้ ฮ. 2 ลำบินขึ้นเหนือพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก โปรยใบปลิวมีข้อความประณามการกระทำของโจรใต้ กรณีเหตุคาร์บอมบ์หน้า สภ.สุไหงโก-ลก เป็นทั้งภาษาไทยและภาษายาวีว่า ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียเพราะโจรใต้ ไร้คุณธรรม ผู้ก่อความไม่สงบซุกระเบิดใส่ในรถยนต์และมอเตอร์ไซค์เพื่อก่อเหตุทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่รัฐในอำเภอสุไหงโก-ลก นับเป็นการก่อเหตุที่ต่ำทรามอย่างมาก โจรชั่วหวังสร้างสถานการณ์ในพื้นที่และหวังเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยไม่คำนึงถึงหลักคำสอนของศาสนาที่สอนให้ทำความดี
สำหรับบรรยากาศงานศพ นายชาลี บุญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าว นสพ.ไทยรัฐ ที่วัดทองดีประชาราม หรือวัดท่านแดง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ตลอดทั้งวันมีญาติ เพื่อนผู้สื่อข่าวจากทั่วประเทศทยอยมาเคารพศพไม่ขาดสาย ส่วนที่สมาคมแต้จิ๋ว อ.สุไหงโก-ลก สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายชาคริต ฉลาดธัญญกิจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจ 1 ใน 2 ผู้เสียชีวิต มีประชาชนและเจ้า หน้าที่มาเคารพศพจำนวนมากเช่นกัน โดยนางโสภา ชิมรังสรรค์ ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพรับจ้างซักผ้าและเลี้ยงเด็ก ก่อนลูกชายจะจากไป ในเช้าวันเกิดเหตุได้พูดเล่นกับตนว่าไม่มาแล้วนะ ไม่คิดว่าเป็นคำพูดสุดท้ายของลูก
ส่วนการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนั้น นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล รอง หน.ข่าวภูมิภาค นสพ.ไทยรัฐ ในฐานะเลขาธิการสมา พันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน เป็นตัวแทนสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ไปเยี่ยมอาการบาดเจ็บของนายผดุง วรรณลักษณ์ ผู้สื่อข่าวช่อง 9 รักษาตัวที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้อง ต้นรวม 15,000 บาท ก่อนหน้านั้นทั้งสามสมาคมได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของนายชาลี ผู้สื่อข่าว นสพ. ไทยรัฐ รวม 2.5 หมื่นบาท