เหยื่อคาร์บอมหน้า สภ.สุไหงโกลกทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจอีกราย หลังแพทย์ยื้อสุดชีวิต รองผู้ว่าฯ เผย ส่งจนท.แก้ปัญหาไฟดับทั้งเมืองหลังเหตุระเบิด มั่นใจจ่ายไฟครอบคลุมพื้นที่วันนี้ ระบุ เรียกถกทุกหน่วยแกะรอยคนร้าย ตรวจสอบเหตุจากกล้องวงจรปิด(22ส.ค.) นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เหตุคนร้ายก่อเหตุหน้าสภ.ภูธรสุไหงโก-ลก เมื่อช่วงกลางดึกวันที่21ส.ค.ที่ผ่านมา ทำเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยแรงระเบิดทำให้นายชาลี บุญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำจังหวัดนราธิวาสเสียชีวิต และนายผดุง วรรณลัษณ์ ผู้สื่อข่าวโมเดิร์นไนน์ทีวี ประจำจังหวัดนราธิวาสสาหัส และ พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล ผกก.สภ.สุไหงโกลก และนายธิติกานต์ แสนไทย ปลัดป้องกันอำเภอสุไหงโก-ลก ได้รับบาดเจ็บ
และล่าสุดนายชาคริต ฉลาดธนกิจ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิธารน้ำใจ หนึ่งในผู้บาดเจ็บจากแรงระเบิดในเหตุการณ์ดังกล่าว สิ้นใจลงอีกราย เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสและไม่สามารถทนพิษบาดแผลไหว แม้แพทย์และพยาบาลพยายามช่วยเหลือเต็มความสามารถแล้วก็ตาม
รองผู้ว่าฯนราธิวาส กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เรียกประชุมทุกฝ่ายหารือและประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการแกะรอยคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะนำข้อมูลจาก กล้องวงจรปิดมาขยายผลเพิ่มเติมเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
ส่วนไฟที่ดับครึ่งเมืองตลอดคืนที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุไหงโก-ลก ได้ดำเนินซ่อมแซมไปแล้วกว่าส่วนหนึ่ง และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จให้ทันภายในวันนี้
ด้านพล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้สั่งด่วนที่สุดถึงตำรวจพื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอสงขลา เพิ่มมาตรการเข้มงวดกวดขันการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญ เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบที่ต้องการป่วนในช่วงรอบเดือนสิงหาคมนี้เพื่อเข้าสู่เดือนรอมฎอน หรือถือศีลอด ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่
โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยานยน เป็นต้นไป พร้อมกับมีการแจ้งเตือนมาอย่างยาวนานตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาเพื่อให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด กระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นที่สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเบื้องต้นได้กำชับเจ้าหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่รอยต่อประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซีย และด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ด่านสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุคุมเข้ม และเพิ่มมาตรการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกอย่างละเอียดเพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายแฝงตัวหลบหนีออกนอกประเทศ
" เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งถือเป็นการก่อเหตุรุนแรงในรอบปีที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องเร่งนำมาวิเคราะห์ คือ รูปแบบการระเบิดที่ใช้รถยนต์ หรือคาร์บอม ซึ่งที่ผ่านมาน้อยครั้งที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากคนร้ายส่วนใหญ่จะใช้จยย.บอมบ์ ทำให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ รวมถึงนักข่าว ไม่ทันระวังตัว " พล.ท.ต.อดุลย์ กล่าว
ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าของคดีขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งนำกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบเพื่อหาคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะพอมีหลักฐาน โดยเฉพาะช่วงที่คนร้ายนำรถทั้งสองคันมาจอดก่อนเกิดเหตุระเบิดขึ้น แม้จุดที่เกิดเหตุอาจมีแสงสว่างน้อยและตัวกล้องได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด แต่เชื่อว่าน่าจะมีภาพบันทึกที่สามารถนำมาเป็นเบาะแสประกอบข้อมูลประวัติของกลุ่มแนวร่วมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่อ.สุไหงโก-ลก เพื่อแกะรอยจับกุมกลุ่มคนร้าย โดยในทางคดีเจ้าหน้าที่พอทราบเบาะแสกลุ่มที่ลงมือระดับหนึ่งแล้วรอเพียงหลักฐานและพยานประกอบสำนวนเท่านั้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
