จากกรณีที่ แม่ชีฉ่ำ อยู่เทศะ แม่ชีสมจิตร จุ้ยจิตร และแม่ชีกิมลี้ ศรีงามผ่อง เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองราชบุรี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เพื่อให้ดำเนินคดีกับพระเทพวิสุทธาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร และเป็นเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี พร้อมคนงานอีก 8 คน ในข้อหาบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากพระเทพวิสุทธาภรณ์ ให้คนเข้าไปรื้อกุฏิในสำนักประชุมนารี ภายในวัดมหาธาตุฯ โดยอ้างว่ากุฏิปลูกทับตีนกำแพงวัด และทางวัดจะบูรณะกำแพงใหม่ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบพระเทพวิสุทธาภรณ์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งทราบว่า การบูรณะโบราณสถานของวัดมหาธาตุฯ นั้น เริ่มมาตั้งแต่ปี 2546 โดยมีกรมศิลปากรเข้ามาดำเนินการ เพื่อทำโครงการโบราณสถานเฉลิมพระเกียรติ และใช้งบประมาณของกรมศิลปฯ
พระเทพวิสุทธาภรณ์ กล่าวว่า จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่กรมศิลปฯ พบว่ามีอาคารโรงเรียนเทศบาล 4 รวมทั้งกุฏิแม่ชี 10 แห่งที่ต้องรื้อถอน เพราะปลูกทับตีนกำแพงพระปรางค์ ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ต้องทำการบูรณะ ทั้งนี้ทุกที่ก็ได้รื้อถอนแล้ว เหลือเพียงกุฏิแม่ชี 3 คนนี้เท่านั้น แม้ทางวัดจะได้ทำหนังสือแจ้งไปหลายฉบับก็ไม่ยอม หรือแม้แต่กรรมการวัดเข้าไปอธิบายก็ไม่ฟัง จึงร้องเรียนไปยังเจ้าคณะภาค ที่จังหวัดนครปฐม ร้องไปยังสำนักพุทธฯ และร้องไปยังกรมศิลปฯ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ก็บอกว่าเจ้าอาวาสสามารถดำเนินการได้ ดังนั้นจึงสั่งคนงาน เข้ารื้อถอนเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ทำให้แม่ชีทั้งสามคนไม่พอใจ และไปแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว
ด้านพ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี กล่าวว่า ในวันที่ทางวัดเข้ารื้อกุฏิของแม่ชี ก็ได้รับแจ้งจากพระเทพวิสุทธาภรณ์ ให้ช่วยเข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อยด้วย ส่วนที่แม่ชีทั้งสามเข้าแจ้งความในข้อหาบุกรุก ก็เป็นสิทธิของแม่ชีที่ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีคนงานที่เข้าไปรื้อถอนมามอบตัวแล้ว 8 คน ซึ่งกำลังสอบสวนพยาน และหาหลักฐานต่างๆ อยู่ เพราะผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหานั้นเป็นถึงเจ้าคณะจังหวัด การทำคดีจึงต้องละเอียดรอบคอบ
รายการคม-ชัด-ลึกตอน-คลื่นพายุซัด โอกาสเกิดในเมืองไทย ?
คำประกาศเตือนของ นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และอดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า อาจเกิดพายุซัดฝั่ง หรือ สตอร์ม เซิร์จ บริเวณอ่าวไทย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
