เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำย อ.464/2549 ที่นายไพรจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือ ปอ ประตูน้ำ อายุ 68 ปี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. ขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นจเรตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.อ.สมบัติ ศุภชีวะ รอง ผบก.บช.ปส., พ.ต.อ.สุพจน์ เกษมชัยนันท์ รอง ผบก. ภ.จว.นนทบุรี และ พ.ต.ต.อาทร วิเศษสาทร พนักงานสอบสวน บช.ปส. ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งในขณะนั้น ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ บุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ตามโจทก์บรรยายความผิดว่า เมื่อวันที่ 6ย กุมภาพันธ์ 2549 ระหว่างเวลา 19.00-22.00 น. จำเลยทั้งสี่กับพวกที่ยังไม่ได้ฟ้อง ร่วมกันกระทำความผิดกฎหมาย เมื่อจำเลยที่ 1 หัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่กระทำความผิดเกี่ยวกับสถานบริการและอบายมุข ได้สั่งการใช้ให้จำเลยที่ 2-4ย บุกรุกเข้าไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 487/53 ซอยวัฒนศิลป์ ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ อันเป็นที่พักของโจทก์ในเวลากลางคืนโดยไม่มีอำนาจเข้าตรวจค้นได้ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อกลั่นแกล้งให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์
โดยจำเลยที่ 2-4 ร่วมกันบุกรุก ปีนรั้วประตูบ้านจนเสียหาย ทำให้เสียทรัพย์ ทั้งที่คนดูแลบ้านของโจทก์ได้ห้ามปรามไม่ไห้ปีนรั้วเข้าบริเวณบ้านย แต่จำเลยที่ 2-4 อ้างว่าเป็นตำรวจไม่ยอมแสดงบัตร และไม่แสดงหมายค้น
ศาลพิเคราะห์ แล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานหลายปากที่เบิกความสอดคล้องและสมเหตุสมผล เห็นว่าจำเลยที่ 2-4 ร่วมกันกระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้ให้ จำเลยที่ 2-4 กระทำผิดหรือไม่ นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสงสัยว่าจำเลยที่ 1 ร่วมรู้เห็นในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2-4 ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 1
พิพากษาว่า จำเลยที่ 2-4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นบทลงโทษหนักสุด ให้ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 2-4 คนละ 3 ปี ปรับ 3,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง
ภายหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุก และจำเลยที่ 2-4 ได้ชำระค่าปรับแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คำพิพากษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ทั้งนี้คงต้องยื่นอุทธรณ์ไปตามกระบวนการของกฎหมาย เพราะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปตรวจค้นมีหมายค้นจากศาลแขวงดุสิต สามารถตรวจค้นได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนเสร็จสิ้นการตรวจค้น ซึ่งในวันเกิดเหตุตนไม่ได้ร่วมตรวจค้น แต่เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาถูกล้อม จึงต้องไปดูที่เกิดเหตุ ซึ่งต้องขอบคุณศาลที่ยกฟ้องตนด้วย
โจรขอนแก่นจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน 1 ปี จี้ร้านทอง-แบงก์ 5 ราย
จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน โจรขอนแก่นลงมือจี้ร้านทอง-ธนาคาร ปีเดียว 5 ราย ได้เงินสด 12.6 ล้านบาท ทองคำหนัก 206 บาท ตำรวจถึงทางตัน ไม่มีหลักฐาน-พยานสาวถึงตัว
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
