ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาไปหาหลานสาวผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่พอใจ และไม่ชอบให้คบหากัน ผู้ตายไล่ให้กลับไป จนเกิดโต้เถียงกัน จนคว้าไม้เท้าฟาดศรีษะผู้ต้องหา จึงทำให้โจ๋ 17 ปี ไม่พอใจเตะยายดับภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าว
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 16 ส.ค. ร.ต.ท.สมเกียรติ คำกาหลง พนักงานสอบสวน สภ.ดอนตูม จ.นครปฐม รับแจ้งจาก รพ. ห้วยพลอ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ว่า มีคนถูกทำร้ายมารักษาตัวและเสียชีวิต จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ไปสอบสวนที่โรงพยาบาลพร้อม พ.ต.อ.วรวิทย์ เหล่างาม ผกก.สภ.ดอนตูม พ.ต.ท.ธานี สงวนจีน รอง ผกก.(ป.) พ.ต.ท. อำพัน ชมกรด รอง ผกก. (สส.) พ.ต.ต.นพพร เจริญนาค สวป. พ.ต.ต.ธีระเดช คงเนียม สว.สป.พร้อมชุดสืบสวน
ทราบผู้เสียชีวิตชื่อนางประทุม ฉิมสกุล อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 4 ต.บ้านหลวง อ.ดอนตูม สภาพศพนอนมีรอยเขียวช้ำบริเวณชายโครงซ้ายเป็นทางยาว สอบสวนทราบว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 ส.ค. ก่อนเกิดเหตุ ได้มีนายหนู (นามสมมติ) อายุ 17 ปี บ้านอยู่หมู่ 3 ต.ดอนพุทรา อ.ดอนตูม ได้มาหา น.ส.แดง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี หลานสาวของผู้ตาย แต่ น.ส.แดงยังไม่กลับจากที่ทำงาน ทางนายหนูจึงนั่งรออยู่ที่บ้าน แต่ผู้ตายไม่พอใจ และไม่ชอบให้นายหนูมาคบหากับหลานสาว เพราะนายหนูไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง
ต่อมานางประทุมยังไล่นายหนูออกไปจากบ้าน แต่นายหนูไม่ยอมไปจนเกิดโต้เถียงกัน ด้วยความโมโห ผู้ตายเลยคว้าไม้เท้าฟาดศีรษะนายหนู 1 ที ทำให้นายหนู ไม่พอใจเตะเข้าชายโครงซ้ายของนางประทุมอย่างแรง 1 ที จนร่างของผู้ตายเซถลาล้มลงต่อหน้านายไพบูลย์ อ่วมจันทร์ อายุ 32 ปี ญาติของนางประทุมที่นั่งอยู่ในบ้าน หลังก่อเหตุนายหนูรีบวิ่งหนีออกจากบ้านหายไปโดยทิ้งรถ จยย.ยามาฮ่า ทะเบียน พคธ 250 นครปฐม ส่วนนางประทุมญาตินำส่ง รพ.ห้วยพลู เพราะอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยแพทย์ระบุเสียชีวิตเพราะถูกแรงกระแทกอย่างรุนแรง
ต่อมาผู้ปกครองได้พานายหนูเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ. วรวิทย์ เหล่างาม ผกก.สภ.ดอนตูม และให้การปฏิเสธโดยอ้างว่านางประทุมวิ่งเข้ามาหาใช้ไม้เท้าตีและไล่ให้ ออกจากบ้าน จังหวะนั้นตนเดินถอยหลังเพราะกลัวถูกไม้เท้าตี แล้วเสียหลักล้มหงายท้องเลยทำให้ขาไปเกี่ยวโดนขาของนางประทุมจนล้ม ไม่ได้เตะตามข้อกล่าวหา ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุถึงแก่ความตาย พร้อมนำตัวนายหนูส่งสถานพินิจฯรับดำเนินการต่อไป
ภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าว