เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม พ.ต.ท.ชัฎ บรรทัดเที่ยง สารวัตรเวร สภ.ย่อยเสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี รับแจ้งว่าพบศพผู้เสียชีวิตที่บริเวณซอยวัดเขาดิน หมู่ 5 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี ลักษณะคล้ายรถชน แต่มีพิรุธเพราะศพมีรอยถลอกทั้งตัว จึงรายงาน พล.ต.ต.บัณฑิต คุณจักร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ธน ยุติธรรมดำรง รอง ผบก. พ.ต.ท.ชินโชติ เสนาจักร์ ผกก.สส.สภ.เมืองชลบุรี รับทราบ หลังจากนั้นรุดไปตรวจสอบ ทราบชื่อผู้ตายคือ ด.ญ.ประภัสสร ธาราพิษ อายุ 12 ปี สภาพศพใส่กางเกงขาสั้นสีขี้ม้า เสื้อยืดสีตองอ่อนแขนสั้น คอหัก แขนหัก และมีรอยฟกช้ำที่ใบหน้าและลำตัว ส่วนที่ลำคอมีรอยเขียวคล้ำ สภาพศพเหมือนกับครูดไปกับพื้นถนนมีรอยถลอกหลายแห่งขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบหญิงสาวคนหนึ่งในสภาพหวาดกลัว ซ่อนตัวห่างจากที่เกิดเหตุไปประมาณ 500 เมตร จึงนำตัวมาสอบสวน ทราบชื่อคือ น.ส.ศิริวรรณ แซ่เลียง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเซนต์หลุยส์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา สภาพร่างกายมีรอยฟกช้ำหลายแห่ง ที่ลำคอมีรอยถูกรัดเช่นกัน
น.ส.ศิริวรรณ ซึ่งอยู่ในสภาพหวาดกลัวให้การว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม นายสมชาย แซ่เลียง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ 1 ต.บางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบิดา ขับรถกระบะนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีบรอนซ์ พร้อมด้วยน้องอีก 4 คน คือ ด.ญ.ประภัสสร ธาราพิษ อายุ 12 ปี ด.ญ.พีรดา สมพร อายุ 3 ขวบ ด.ญ.บี สมพร อายุ 10 ขวบ และ ด.ช.เปาวลิตร ธาราพิษ อายุ 10 ขวบ ไปส่งที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ แต่ระหว่างทางมีคนร้าย 3 คน ใช้รถกระบะไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนขับปาดหน้า หลังจากนั้นคนร้าย 2 คน ลงมาจากรถพร้อมใช้อาวุธปืนจี้ศีรษะนายสมชาย แล้วใส่กุญแจมือ จำได้ว่าหนึ่งในคนร้ายเป็นตำรวจที่เคยมาที่บ้าน จากนั้นคนร้ายนำตัวบิดาขึ้นรถกระบะไป
คนร้ายอีก 1 คนได้มาขับรถกระบะของพ่อ โดยมีหนูและเด็กๆ อยู่ในรถ ขับวนไปวนมา จากนั้นแวะซื้อกางเกงขาสั้น เสื้อยืดให้ทุกคนใส่ทับชุดนักเรียน แล้วขับมุ่งหน้าที่ชายหาดบางแสน เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง คนร้ายบอกว่าพ่อถูกจับในข้อหายาเสพติด ซึ่งในช่วงที่อยู่ในโรงแรมคนร้ายไปซื้อน้ำอัดลมและผัดซีอิ๊วมาให้กิน หลังจากนั้นได้ยินเสียงการต่อรอง โดยพยายามเรียกค่าไถ่จากแม่คือ นางมุกดา พวงทอง ในราคา 3 ล้านบาท และได้ต่อรองเหลือประมาณ 1 ล้านบาท น.ส.ศิริวรรณกล่าว
น.ส.ศิริวรรณให้การอีกว่า กระทั่งเวลา 02.00 น. คนร้ายนำพวกตนทั้ง 5 คน ขึ้นรถกระบะมาที่เกิดเหตุ โดยลากตนและ ด.ญ.ประภัสสร ผู้ตายออกจากรถ แล้วใช้ผ้าเย็นรัดคอ พร้อมทั้งกระทืบ เตะตามลำตัว นอกจากนี้ยังใช้หัวโขกกับพื้นถนน คนร้ายยังพูดว่า ต้องฆ่าคนโตก่อนเพราะรู้เรื่อง จึงแกล้งทำเป็นตาย คนร้ายจึงหันไปทุบตี ด.ญ.ประภัสสร จังหวะนั้นจึงตัดสินใจวิ่งหนีเข้าป่าข้างทาง อย่างไม่คิดชีวิต จนได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้าน มาทราบอีกทีรู้ว่า ด.ญ.ประภัสสรเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนน้องอีก 3 คนไม่ทราบชะตากรรม สำหรับบิดาเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น เพราะเห็นเสื้อผ้าของบิดาอยู่ในรถกระบะของคนร้าย เนื่องจากคนร้ายอีก 2 คน ขับรถกระบะมาสมทบที่โรงแรมทีหลัง
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ คาดว่าคนร้ายลงมือฆ่า ด.ญ.ประภัสสร แล้วขับรถนำ ด.ญ.พีรดา สมพร ด.ญ.บี สมพร และ ด.ช.เปาวลิตร ธาราพิษ มาปล่อยทิ้งไว้ที่ตลาดพนมสารคาม ต่อมานางมุกดา พวงทอง ผู้เป็นแม่ มารับตัวแล้วได้แจ้งความไว้ที่ สน.ราชสาส์น อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา
ต่อมา พล.ต.ต.บัณฑิต คุณจักร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เดินทางมาสอบปากคำ น.ส.ศิริวรรณ ด้วยตนเอง แล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุคือโรงแรมแสนสบาย ชายหาดบางแสน อ.เมือง จ.ชลบุรี พบว่าถุงใส่ผ้าเช็ดหน้าที่ซื้อมาจากร้านเซเว่นอีเลฟเว่นตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และสอบปากคำพนักงานที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่อยู่ใกล้ที่พัก พร้อมทั้งขอเทปวิดีโอวงจรปิด เพื่อดูหน้าคนร้ายที่มาซื้อผ้าเช็ดหน้า
พล.ต.ต.บัณฑิตกล่าวว่า คนร้ายวางแผนมาอย่างดี โดยก่อนที่จะนำเด็กมาที่บางแสน มีหญิงชายคู่หนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาจองโรงแรมเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 สิงหาคม โดยใช้ชื่อ สุรีพร หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที คนร้ายนำตัวเด็กมาพักที่โรงแรมดังกล่าว ซึ่งจากการสืบสวนเบื้องต้นรู้ตัวคนร้ายแล้ว แต่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และตำรวจสืบสวนสอบสวนภาค 2 ส่วนคนร้ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ชลบุรี จะติดตามตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ส่วนที่ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 12.00 น. นางมุกดาเข้าพบ พ.ต.อ.สหัส โหรวิชิต ผกก.สภ.ราชสาส์น เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมหลังจากที่คนร้ายปล่อยตัวเด็ก 3 คนไว้ที่ตลาดพนมสารคาม เมื่อเวลา 06.00 น นางมุกดาให้การว่า ด.ญ.ประภัสสร ลูกสาวถูกคนร้ายขับรถยนต์ทับจนเสียชีวิต หลังจากที่ถูกลักพาตัวพร้อมกับหลานๆ รวม 5 คน และนายสมชาย แซ่เหลียง อดีตสามี ไปเรียกค่าจำนวน 3 ล้านบาท นอกจากลูกสาวของตนจะเสียชีวิตแล้ว ยังมีหลานชายวัย 6 ขวบ ได้รับบาดเจ็บนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลชลบุรี ส่วนอดีตสามียังไม่รู้ชะตากรรม
นางมุกดาให้การว่า ปกตินายสมชายมีหน้าที่รับส่งลูกสาวและหลานๆ ไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นประจำทุกวัน ในวันเกิดเหตุตนขับรถพาพ่อแม่ไปซื้อของที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งเวลา 13.30 น. ตำรวจพนมสารคามคนหนึ่งที่รู้จักมักคุ้นกันดีกับครอบครัวโทรศัพท์เข้ามือถือและบอกว่าจับลูกสาวและอดีตสามีเอาไว้ ให้เตรียมเงินสด 3 ล้านบาทเอาไว้ไถ่ตัว ส่วนจะเป็นที่ไหน เวลาใด จะแจ้งให้ทราบอีกที จากนั้นจึงวางโทรศัพท์ไป ตนไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหน จึงเข้าแจ้งความตำรวจที่ สภ.ราชสาส์น
พ.ต.อ.สหัสกล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจากนางมุกดา ได้พยายามสืบหาแหล่งกักขังเหยื่อตลอดทั้งคืน จนกระทั่งรุ่งเช้ามีคนไปพบศพ ด.ญ.ประภัสสร และพบตัว น.ส.ศิริวรรณ ส่วนสาเหตุที่ฆ่าเด็กทิ้ง เบื้องต้นทราบว่า เด็กพยายามหลบหนีวิ่งลงจากรถระหว่างที่คนร้ายย้ายที่กักขัง โดยคนร้ายขับรถไล่ชนจนล้มลงแต่ไม่ตาย เลยขับถอยหลังมาทับจนเสียชีวิตต่อหน้าเด็กๆ ที่นั่งอยู่ในรถด้วย ส่วนนายสมชายยังไม่รู้ชะตากรรม
จากการให้ปากคำของเหยื่อที่ถูกปล่อยตัวมา ทราบว่าจำหน้าคนร้ายได้คือ ตำรวจยศ ส.ต.อ.คนหนึ่ง ประจำ สภ.พนมสารคาม ล่าสุดตำรวจ สภ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา เตรียมรวบรวมหลักฐานเสนอขอออกหมายจับ ส.ต.อ.คนดังกล่าวแล้ว จากการสืบสวนทราบว่าตำรวจรายนี้เพิ่งย้ายจากตำรวจนครบาลมาประจำ สภ.พนมสารคาม เมื่อประมาณ 1 ปีเศษ มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับครอบครัวของนายสมชายและนางมุกดาเป็นอย่างดี ปกติมีนิสัยชอบเล่นการพนัน และเพื่อนบ้านของนายสมชายให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุอุ้มเรียกค่าไถ่ ตำรวจรายนี้ได้ข่มขู่เอาทรัพย์สินจากครอบครัวนายสมชายไปจำนวนนับแสนบาทแล้ว เพื่อนำไปใช้หนี้พนัน ข่มขู่ไม่ให้แจ้งความจนมาเกิดเหตุร้ายขึ้น
รายการคม ชัด ลึกตอน-ยอดรัก สลักใจไม่ยื้อชีวิต ขอใช้สิทธิตาย
ขณะที่อาการป่วยมะเร็งตับของ ยอดรัก สลักใจ ได้ลามไปทั่วทำให้ ยอดรัก ลูกและภรรยา ยอมลงนามยินยอมหากหยุดหายใจไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
