เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 9 ส.ค. ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 นำโดยพ.ต.อ.เนรมิต ดุสิตากร ผกก.ตชด.33 ทำการจับกุมตัวนายธีระพงษ์ มนัสภูมิ อายุ 32 ปี ชาวเขาเผ่าลีซอ อยู่บ้านเลขที่ 34 บ้านขุนแจ๋ หมู่ที่ 8 ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง เงินสดจำนวน 4,080 บาท รถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน บง - 8416 ลำพูน จำนวน 1 คัน โดยจับกุมได้ที่บริเวณสามแยกทางเข้าบ้านหลวง หลัก กม.ที่ 60 - 61 ถนนสายเชียงใหม่-พร้าว เขตบ้านหลวง หมู่ที่ 6 ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ในการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เพื่อนำไปจำหน่าย ระหว่างวันที่ 8 - 9 ส.ค.พ.ต.อ.เนรมิต จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ ปรีชม ผบ.ร้อย ตชด.335 เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการวางแผนทำการจับกุม โดยทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่บริเวณสามแยกทางเข้าบ้านหลวง หลัก กม.ที่ 60 - 61 ถนนสายเชียงใหม่ - พร้าว เขตบ้านหลวง ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
กระทั่งได้มีผู้ต้องหาขับรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน บง - 8416 ลำพูน ผ่านมาเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น ซึ่งจากการตรวจค้นพบว่าที่บริเวณฝาปิดกระบะท้ายรถนั้นมีร่องรอยของน็อตที่เหมือนมีการถูกถอดออก และยังเป็นรอยใหม่จึงได้ทำการเปิดดูก็พบของกลางยาบ้าซุกซ่อนอยู่ จึงได้ควบคุมตัวคนขับรถไว้
จากการสอบสวนนายธีระพงษ์ ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างขนยาบ้าจริง โดยก่อนหน้านี้ได้มีคนที่รู้จักกันมาติดต่อให้ตนขนยาบ้าให้ โดยจะมีเงินค่าตอบแทนให้จำนวน 15,000 บาท ประกอบกับเป็นช่วงที่ตนต้องการเงินไปจ่ายค่าผ่อนรถและไม่รู้ว่ามียาบ้ามากขนาดนี้ จึงได้รับปากไป ซึ่งชายดังกล่าวได้ให้ตนนำรถกระบะที่ตรวจพบยาบ้านั้นไปจอดไว้ที่บริเวณปากทางเข้าบ้านแม่แวน อ.พร้าวเชียงใหม่ ในเวลา 16.00 น. จากนั้นให้มาเอารถคืนในเวลา 22.00 น.เมื่อถึงเวลาตนก็ไปรับรถคืน
จากนั้นเมื่อได้รถแล้วชายดังกล่าวก็ให้ตนขับรถไปจอดไว้ที่ใต้สะพานลอยด้านหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ และให้ไปยืนห่างๆ รถ โดยชายดังกล่าวจะมารับรถเอง แล้วให้ตนขึ้นรถกลับบ้านไป เพราะจะนำรถไปคืนเองพร้อมกับเงินค่าจ้าง แต่มาถูกจับกุมได้เสียก่อน หลังจากการสอบสวนแล้วจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ทำการสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายการคม ชัด ลึกตอน-ยอดรัก สลักใจไม่ยื้อชีวิต ขอใช้สิทธิตาย
ขณะที่อาการป่วยมะเร็งตับของ ยอดรัก สลักใจ ได้ลามไปทั่วทำให้ ยอดรัก ลูกและภรรยา ยอมลงนามยินยอมหากหยุดหายใจไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
