พรุ่งนี้ก็รู้กันแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จะกลับหรือไม่กลับมาหลายคนหลายกลุ่มตั้งวงเถียงกันสนุก ระหว่าง กลับ กับ ไม่กลับ
ควรทำความเข้าใจให้ชัดว่า ถ้าไม่กลับ หมายถึง การหนีคดีอาญา
ไม่ใช่ การลี้ภัยทางการเมือง!
ไม่อาจใช้คำ ลี้ภัยทางการเมือง ที่สวยหรูเป็นอันขาด เนื่องจากการลี้ภัยทางการเมือง เป็นเรื่องที่เกิดจาก ความขัดแย้ง หรือแตกต่างทางความคิดเป็น เหตุ
อย่าง รัฐบุรุษปรีดี พนมยงค์ ลี้ภัยทางการเมืองเมื่อ 2490 ไปอยู่ประเทศจีน และต่อมาลี้ภัยไปอยู่ประเทศฝรั่งเศสนั้น ภัย ของท่านคือฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างกัน
ไม่ใช่มีคดีอาญาติดตัวเป็นภัย!
รัฐบุรุษปรีดี เป็นผู้มีความคิด มีแผนการเปลี่ยนแปลงประเทศตามอุดมการณ์จนทำให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองสูญเสียผลประโยชน์ จึงถูกทำลาย ใส่ร้ายป้ายสี ขืนยังอยู่ในประเทศไทย ไม่แน่ว่าจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้
แม้ลี้ภัยการเมืองไปพำนักในต่างประเทศแล้ว รัฐบุรุษปรีดี ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็น นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยการเป็นหัวหน้าเสรีไทย สร้างวีรกรรมกอบกู้ชาติให้พ้นจากการเป็นประเทศแพ้สงคราม
การที่โลกนี้มีพื้นที่ไว้รองรับผู้ประสบภัยทางการเมืองให้ปลอดภัยจากภัยการเมือง จึงนับเป็นคุณแก่มนุษยชาติ!
เหตุที่ประเทศเจริญแล้วบนโลกใบนี้อนุญาตให้ ลี้ภัยทางการเมือง ก็เนื่องจากเขาถือว่า ความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดด้านการเมืองการปกครองนั้น เป็นสิ่งที่มนุษย์พึงเคารพ
การลี้ภัยทางการเมือง จึงไม่ใช่การลี้ภัยที่เกิดจากการก่ออาชญากรรม!
ไม่ใช่หลีกลี้หนีภัยจากการกระทำผิดกฎหมายที่น่าละอาย เช่น การโกงกินคอร์รัปชั่นปล้นชาติ หรือการเข่นฆ่าสังหารคนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งอารยประเทศรับไม่ได้
แผ่นดินที่ลี้ภัยการเมืองไม่ใช่ที่สำหรับนักการเมืองขี้โกง ไม่ใช่ที่สำหรับพวกหาช่องโหว่ช่องว่างทำผิดกฎหมาย ผูกขาดตัดตอน หรือกำหนดนโยบายเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวเองครอบครัวเครือญาติและพวกพ้อง
การหนีคดีอาญา คนละเรื่องกับ การลี้ภัยทางการเมือง
การหนีคดีอาญา คือ ทำผิดแล้วหลบหนีไปให้พ้นจากเงื้อมมือของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีศาลสถิตยุติธรรมเป็นผู้พิพากษาโทษ!?!!
หน้า 12
ข้อมูลจาก มติชน
