เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 23 ก.ค.ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา เป็นประธานประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อเลือกตั้งองค์คณะผู้พิพากษาจำนวน 9 คน พิจารณาพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.9/2551 กรณีทุจริตออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นจำเลย ความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตัวเอง หรือผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 152, 157 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 100, 122โดยการประชุมเลือกองค์คณะใช้วิธีลงคะแนนลับ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 13 ผลคะแนนโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ได้รับเลือกมีรายชื่อเรียงตามลำดับคะแนนดังนี้
1.นายไพโรจน์ วายุภาพ 2.นายพรเพชร วิชิตชลชัย 3.นายบุญรอด ตันประเสริฐ 4.นายเกษม วีรวงศ์ 5.นายชาลี ทัพภวิมล 6.นายรัตน กองแก้ว 7.นายประทีป เฉลิมภัทรกุล ทั้งเจ็ดคนเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 8.นายดิเรก อิงคนินันท์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา และ 9.นายสุมิตร สุภาดุลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 จะประชุมเลือกผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนและพิจารณาคำฟ้องของอัยการสูงสุด เพื่อมีคำสั่งรับฟ้องหรือไม่รับฟ้องต่อไป ซึ่งศาลฎีกาฯนัดฟังคำสั่งวันที่ 3 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ ทั้งนี้ประธานศาลจะปิดประกาศรายชื่อองค์คณะผู้พิพากษาไว้หน้าศาลฎีกาให้คู่ความทราบ เพื่อยื่นคำร้องคัดค้านตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาฯ พ.ศ.2543 ข้อ 4
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายบุญรอด, นายชาลี, นายเกษม, นายพรเพชร และนายรัตน ก่อนหน้านี้ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นองค์คณะคดีทุจริตจัดซื้อต้นกล้ายางพารา 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาทด้วย
หน้า 10
ข้อมูลจาก ข่าวสด
