(23ก.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 609 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่หมายเลขดำ อ.3679/2550 ที่พนักงานอัยการกองคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายฐิติพงศ์ เลิศไกร หรือ ผ่อนผัน อายุ 30 ปี อดีตรองนายกสโมสรนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 10 ต.ค.50 สรุปว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.47 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยได้บังอาจใช้อาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 6 นิ้ว แทงนายสุริยันต์ สายโรจน์ นักเรียนโรงเรียนจ่าทหารเรือ ที่หน้าอกจนถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย และได้บังอาจร่วมกันใช้มีดที่จำเลยพาติดตัวมาทำร้ายนายศักดิ์ดา โพธิ์เบี้ยศรี ผู้เสียหายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย เหตุเกิดที่แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 295 จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานนำสืบทั้งสองฝ่ายแล้ว เห็นว่าพยานโจทก์ทั้ง 3 ปากเบิกความไปในทำนองเดียวกันว่า ก่อนเกิดเหตุได้ดื่มเบียร์จากนั้นได้มีการพูดแซวผู้หญิงคนหนึ่ง ก่อนจะมีเรื่องชกต่อยกับคู่กรณีที่มีประมาณ 3 คน โดยนายสุริยันต์ ผู้ตายได้เข้ามาช่วยแล้วถูกแทงเสียชีวิตในภายหลัง โดยมีการชกต่อยชุลมุน นานประมาณ 1 นาที โดยไม่มีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ว่าใครเห็นว่าจำเลยเป็นคนทำร้ายร่างกายผู้ตาย ประกอบการการถามค้านของทนายจำเลยเห็นว่ามีการดื่มเบียร์และสุราไปก่อนมีเรื่องชกต่อย จึงน่าจะทำให้พยานมีอาการมึนเมาอยู่บ้าง อีกทั้งนายศักดิ์ดา โพธิ์เบี้ยศรี ผู้เสียหาย ไม่สามารถจดจำใบหน้าของจำเลยได้ ประกอบกับในที่เกิดเหตุมีแสงไฟสลัว เมื่อให้ผู้เสียหายและพยานชี้ตัวจำเลยในห้องพิจารณาคดี พยานก็ไม่สามารถชี้ตัวจำเลยได้ เห็นว่าการชกต่อยมีลักษณะชุลมุน ใช้เวลาไม่นาน ย่อมมีอุปสรรคในการจดจำ พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นจำเลยแทงผู้ตาย จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
พิทักษ์ เขาพระวิหารเขมรเหนือเมฆ...เกมเหนือชั้น
หลังจากที่หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พรรคฝ่ายค้าน วุฒิสมาชิก และนักวิชาการบางส่วน พยายามแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเขาพระวิหาร
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
