ดีเอสไอ เตือน ประชาชน ใช้บลูทูธ-ไวร์เลสในพื้นที่สาธารณะ อาจถูกแฮกข้อมูล ทางธุรกิจ โดยไม่รู้ตัวดีเอสไอเตือนภัยแฮกเกอร์
พ.ต.ท.พัฒนะ ศุกรสุต พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนใช้โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต หรือใช้สัญญาณไวร์เลสในการเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทั้งที่บ้านและในที่สาธารณะ จึงอาจเป็นช่องทางให้มีการโจรกรรมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า แฮกเกอร์ ผู้กระทำความผิดจะดักขโมยข้อมูลจุดไหนก็ได้ โดยที่เราล่วงรู้ได้ยากมาก และกว่าจะรู้ตัวข้อมูลของเราก็ไปปรากฏอยู่กับผู้อื่น หรือไม่ก็ตกเป็นผู้เสียหายจากการโจรกรรมไปแล้ว
นอกจากนี้ ปัจจุบันผู้ขับขี่รถบนท้องถนนจำเป็นจะต้องใช้บลูทูธในการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างขับขี่ ซึ่งดีเอสไอ ขอเตือนว่า อาจเสี่ยงกับการถูกขโมยข้อมูลลับที่อยู่ในโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว และที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้น หากมีการทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารผ่านโทรศัพท์ ซึ่งทำได้ทั้งโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์มือถือ อาจถูกมิจฉาชีพใช้เครื่องมือดักจับสัญญาณการสนทนาระหว่างลูกค้ากับเจ้าหน้าที่ธนาคาร และปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกถามข้อมูลสำคัญ และรหัสผ่านต่าง ๆ อย่างมืออาชีพโดยที่ลูกค้าไม่ระแวงสงสัย
พ.ต.ท.พัฒนะ กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการใช้ระบบสื่อสารไร้สายในเรื่องการใช้ไวร์เลส และบลูทูธ ไม่ควรเชื่อมต่อกับระบบไวร์เลส กับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กที่มีข้อมูลสำคัญ ๆ หากจะเก็บข้อมูลสำคัญควรเก็บไว้ในที่ ๆ แฮกเกอร์เข้าถึงยาก เช่น แฟลชไดร์ฟ เอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดดิสก์ ซีดี และควรเข้ารหัสข้อมูลที่สำคัญ ๆ เป็นต้น ยิ่งนำไปใช้ในที่สาธารณะควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนกรณีของผู้ที่จำเป็นต้องใช้บลูทูธ แนะนำว่าไม่ควรเก็บข้อมูลที่สำคัญหรือเป็นความลับไว้ในโทรศัพท์ เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้บูลทูธ ก็ให้ปิดสัญญาณ และหากมีความจำเป็นต้องทำธุรกรรมการเงินกับธนาคาร ก็ไม่ควรจะใช้ในที่สาธารณะก็จะปลอดภัยที่สุด.
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต