เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายทวี สุรฤทธิกุล ประธานอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์เกี่ยวกับการทุจริตการใช้งบประมาณในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณตามมติของสภาและตรวจรายงานการประชุม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เปิดเผยระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีการใช้งบประมาณในการพัฒนาพื้นที่เกาะช้าง จ.ตราด ขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ว่า การเดินทางตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว เป็นการดำเนินการต่อเนื่องหลังจากที่คณะอนุกรรมการฯ ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่ไม่ถูกต้องของอพท. ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการใช้งบประมาณผิดจุดประสงค์แล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอีกด้วยชาวบ้านรายงานว่า อพท.ได้นำงบประมาณจำนวนกว่า 11 ล้านบาท ไปสร้างห้องส้วม 8 หลังทั่วเกาะ ซึ่งบางจุดแทบจะไม่มีการใช้ประโยชน์เลย นอกจากนี้ยังระบุว่า อพท.เตรียมให้บริษัทเอกชน เข้าไปบริหารจัดการน้ำธรรมชาติภายในเกาะ โดยการดูดน้ำจากน้ำตกมาทำเป็นน้ำสะอาดเพื่อขายต่อให้ชาวบ้าน ทั้งนี้การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์มาก โดยขณะนี้ได้รับข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมจากกลุ่มตัวแทนชาวบ้านที่มาร้องเรียน พบว่ามีประเด็นหลักๆ ที่ต้องตรวจสอบคือเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรน้ำระหว่างชาวบ้านและอพท. และการนำงบประมาณไปใช้จ่ายอย่างไม่คุ้มค่า เช่น การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างบางอย่างที่มีราคาแพงเกินไป ในขณะที่ชาวบ้านร้องขอเพื่อให้มีการบูรณะซ่อมแซมกลับไม่ได้รับการเอาใจใส่
นายทวีกล่าวว่า นอกจากการรับฟังรายงานจากกลุ่มตัวแทนในพื้นที่แล้ว คณะทำงานจะลงไปตรวจสอบจุดต่างๆ รวมถึงสิ่งก่อสร้างที่เป็นปัญหา เช่น ห้องส้วมที่อพท.สร้างไว้ทั่วเกาะ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการเดินทางมารับฟังความคิดเห็น และตรวจสอบในพื้นที่เกาะช้างครั้งนี้ ยังคงถือว่าเป็นรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียวอยู่ ดังนั้นจึงคงยังจะชี้ชัดอะไรไม่ได้ จะต้องรอการชี้แจงรายละเอียดการใช้งบประมาณจาก อพท.ด้วย ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ทำหนังสือเชิญไปยังผู้บริหารอพท. เข้าชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว
เบื้องต้นจากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่พบว่า สอดคล้องกับรายงานบางส่วนของสนช.ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นรายงานจากในการทำงานของคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ที่มีนายประเสริฐ บุญทรง เป็นประธาน และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการใช้งบประมาณไปอย่างไม่ถูกต้อง รวมไปถึงข้อมูลจากการอภิปรายของสมาชิกสภานิติบัญญัติเกี่ยวกับการใช้เงินของ อพท.ซึ่งมีวาระการดำเนินการค่อนข้างมาก ดังนั้นถ้าหากตรวจสอบพบว่าอพท.นำงบประมาณไปใช้อย่างไม่ถูกต้องและคุ้มค่าแล้ว ก็มีสิทธิที่จะถูกทบทวนเพื่อยกเลิกองค์กรนี้ นายทวีกล่าว
ประธานอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์เกี่ยวกับการทุจริตการใช้งบประมาณฯ สนช.กล่าวต่อว่า นอกจากอพท.ที่จะต้องถูกตรวจสอบการใช้งบประมาณแล้ว ยังคงมีอีก 2 องค์กร ที่ถูกจัดตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ในลักษณะขององค์กรพิเศษ ที่จะต้องถูกตรวจสอบด้วย ตามมติของ สนช. ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าองค์กรพิเศษเหล่านี้อาจจะเป็นหน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้น เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนที่ใกล้ชิดรัฐบาลชุดเก่า ซึ่งสนช.ต้องการจะแนวทางว่าควรทำอย่างไรกับองค์กรประเภทนี้ โดยรัฐบาลชุดนี้มีแนวความคิดว่าอาจจะต้องยุบหรือยกเลิกไป ซึ่งหากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการดำเนินการของอพท.ในพื้นที่เกาะช้างพบว่า มีการใช้งบประมาณอย่างไม่สมเหตุสมผลและไม่ถูกต้อง ก็จะเป็นตัวอย่างในการดำเนินการในพื้นที่อื่นต่อไป รวมไปถึงขั้นตอนการดำเนินการเหล่านี้ก็จะนำไปใช้ตรวจสอบองค์กรพิเศษอื่นๆ อีก 2 องค์กรเพื่อพิจารณายกเลิกต่อไปเช่นกัน
สำหรับ อีก 2 องค์กรที่ทางคณะอนุกรรมการชุดนี้ เชิญมาชี้แจงเรื่องการใช้งบประมาณ ได้แก่ สำนักงานแปลงสินทรัพย์เป็นทุนหรือสปท. และ สำนักงานจัดการประชุมและนิทรรศการ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นหน่วยงานที่ไม่มีผลงานทั้งนั้น แต่ปรากฏว่ามีการขอใช้งบประมาณจำนวนมาก เป็นพันกว่าล้านทั้งสิ้น ซึ่งในวันที่ 9 พ.ค.นี้เวลา 09.30 น.ตัวแทนของทั้งสองหน่วยงาน จะเข้ามาชี้แจงเพื่อการตรวจสอบต่อไป นายทวีกล่าว
หน้า 14
ข้อมูลจาก ข่าวสด
