พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกเจ้าของสปาฉาว เปิดสปาบังหน้าแต่แอบขายบริการทางเพศ(26เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคดีจับแม่เล้าเปิดสปาบังหน้าเพื่อค้าประเวณีว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ภายหลังจากได้ตรวจค้น ไดนัสตี้ คอนโดมีเนี่ยม ซึ่งจับ น.ส. ศิริวัฒนา ทวดเสนา (แม่เล้า) และเด็กหญิงอายุระหว่า 15-19 ปี ได้ 5 คน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เมษายน ร.ต.ท. เอกราช ทับถม พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียก น.ส.ณัชชา เชี่ยวชาญ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/4 ถนนสวรรค์วิถี ต. ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ที่ถูกน.ส.ศิริวัฒนา ซัดทอดเป็นเจ้าของสปาดังกล่าว โดย น.ส.ณัชชา ได้เช่ามาจากนายกมลชัย อรุณรักถาวร อายุ 27 ปี และ นายสุทธิพงษ์ รักตะบุตร อายุ 28 ปี ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังติดต่อ น.ส.ณัชชา ไม่ได้ โดยจะมีการออกหมายเรียก 3 ครั้ง หากไม่มาให้ปากคำนั้นพนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายจับทันที โดยจะตั้งข้อหา ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเด็กเพื่อค้าประเวณี
ทั้งนี้จากการสอบปากคำ น.ส.ศิริวัฒนา ในเบื้องต้นผู้ต้องหาอยู่ในอาการเครียด และให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้จัดหาเด็กค้าประเวณี โดยบอกเพียงว่า เป็นแค่ผู้ดูแลร้านเท่านั้น ในส่วนอื่นก็ขอให้การในชั้นศาล และวันนี้มีญาติของผู้ต้องหามายืนขอประกันตัวในจำนวนเงิน 300,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่ผิดต่อศิลธรรมและอยู่ในความสนใจของประชาชน โดยพนักงานสอบสวนจะส่งตัวผู้ต้องหาให้ศาลอาญารัชดาในวันพรุ่งนี้ (27 เม.ย.) ส่วนเด็กอีก 5 คน พนักงานสอบสวนได้กันตัวไว้เป็นพยาน โดยจะตั้งข้อหามั่วสุมเท่านั้น ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และขณะนี้ได้ส่งตัวไปยังสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านเกร็ดตระการ
ด้านนายมนตรี สินทวิชัย หรือครูยุ่น เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก กล่าวถึงกรณีที่มีการเปิดร้านสปาร์บังหน้าแต่เบื้อหลังแอบค้าประเวณี ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ เด็กที่เป็นเหยื่อไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตกเป็นเหยื่อ ซึ่งจริงๆมันสามารถแบ่งได้ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
1.กลุ่มที่ถูกบังคับ ล่อลวง 2.กลุ่มที่สมัครใจ 3.กลุ่มที่กึ่งๆสมัครใจ คือพ่อแม่ผลักดันเพื่อให้ไปหารายได้ให้แก่ครอบครัว
ระยะหลังๆมานี้กลุ่มที่ 1 และ กลุ่มที่ 3 กำลังจะหมดไปเหลือแต่กลุ่มที่ 2 และเด็กจะไม่ถูกผลักดันจากครอบครัวเท่าไหร่แต่กลายเป็นว่าถูกผลักดันจากสังคม เช่น แฟชั่น โทรศัพท์มือถือ สถานบันเทิง แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทำให้สถานที่เหล่านี้ถูกเปิดขึ้นมาเพื่อบังหน้าในการหารายได้จากเด็กๆ อย่างการค้าประเวณี จริงๆไม่ได้มีแต่สปาร์อย่างเดียวมันมีอีกหลายที่ซึ่งควรจะสอดส่องดูและตั้งแต่ระดับชุมชน ในโรงเรียน เราอย่าไปคิดว่าทำไมเด็กถึงใจแตกแต่เราต้องคิดว่าทำไมทำให้เด็กใจแตก ต้องดูว่าสิ่งแวดล้อมต่างที่จัดขึ้นมามันเหมาะกับเด็กหรือไม่ ตอนนี้สังคมมันไม่เหมือนกับเมื่อก่อนถ้าผู้ใหญ่เห็นว่าเป็นเด็กต้องไม่แตะไม่ยุ่งแล้ว เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่นี่ผู้ใหญ่มองเด็กเป็นอย่างอื่นไม่ใช่ลูกใช่หลาน อีกอย่างเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ดูแลยาก การที่บอกว่าจะดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจมันทำยาก ไม่ใช่เรื่องง่ายๆมันต้องปลูกฝังตั้งแต่สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาอย่าสอนให้เด็กรักสบายต้องสอนให้รักศักดิ์ศรีและเคารพสิทธิเสรีภาพของตัวเอง ครูยุ่นกล่าว
นอกจากนี้ครูยุ่นยังได้ฝากถึงเด็กที่ต้องการหารายได้พิเศษในช่วงปิดเทอมว่า จริงๆมนุษย์เกิดมามีศักดิ์ศรีความเป็นคนเท่ากันทุกอย่างเราต้องรักศักดิ์ศรีของตัวเราเอง เพราที่ผ่านมาเด็กและเยาวชนถูกมองในแง่ลบมาตลอดโดยเฉพาะเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ ถ้าหากเด็กๆไม่เป็นอย่างที่ผู้ใหญ่พูดจริงๆก็ควรที่จะรักศักดิ์ศรีของตัวเอง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
