รักษาการ ผบ.ตร.ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เร่งให้ตั้งผบ.ตร.คนใหม่ อ้างมติก.ต.ชหากโกวิท วัฒนะพ้นตำแหน่ง-เกษียณ ตั้งคนใหม่ได้เลยเมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่ปรึกษา (สบ 10) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) มีหนังสือ ตช.0004.25/252 ลงวันที่ 25 เมษายน เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึงนายกรัฐมนตรี
ในหนังสือระบุว่า ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 122/2550 ลงวันที่ 22 เมษายน ที่แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ระดับ 11 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายนนั้น
เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2550 ที่มีมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอชื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่ปรึกษา (สบ 10) ให้เป็น ผบ.ตร. เมื่อ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ พ้นจากตำแหน่ง หรือเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 1 ตุลาคม ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและมติ ก.ต.ช.
จึงเห็นควรให้ดำเนินการดังนี้ นำความกราบบังคัมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ตามนัยมาตรา 104 วรรคสอง พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายนเป็นต้นไป และให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ตามนัยมาตรา 51 (1) และ 53 (1) พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ พล.ต.อโกวิท พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ในหนังสือระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุม ก.ต.ช. ในวันที่ 7 มีนาคม ตามที่ รรท.ผบ.ตร.อ้างถึงนั้น จัดให้มีการประชุมขึ้นไล่เลี่ยกับการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ครั้งที่ 4/2550 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.และ ก.ต.ช. นัดประชุม ก.ตร.ในเวลา 09.20 น. ขณะที่นัดประชุม ก.ต.ช. เวลา 10.30 น. โดยมีรายงานว่าที่ประชุม ก.ตร.มีการเสนอขอเปิดตำแหน่งประจำ (สบ 11) เพื่อโยก พล.ต.อ.โกวิทไปเป็นที่ปรึกษา (สบ 11) โดยอ้างเหตุผลให้การบริหารงานคล่องตัว ซึ่งมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ก.ตร.ส่วนใหญ่คัดค้านไม่เห็นด้วย เนื่องจากยังไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด และเมื่อเสียงส่วนใหญ่ใน ก.ตร.ไม่เห็นด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ต้องถอนเรื่องนี้ออกจากการที่ประชุมทันที
หน้า 12
ข้อมูลจาก มติชน
