มีชัย วีระไวทยะ ไอเดียกระฉูด เตรียมผลิตถุงยางจิ๋ว ให้เด็กอนุบาลช่วงวัย 3 ขวบรู้จักถุงยางอนามัยตั้งแต่เล็กๆ โตขึ้นจะได้เห็นความสำคัญของถุงยางเวลามีเพศสัมพันธ์ เผยทดลองกับหลานชายตัวเองแล้วได้ผลดี ติงสังคมไทยยอมรับความจริงได้แล้ว ต้องกล้าคิดนอกกรอบจะทำให้การป้องกันโรคเอดส์ได้ผล เครือข่ายเอดส์คว่ำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ ระบุลิดรอนสิทธิเมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาเอดส์ ที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ว่า ในการแก้ไขปัญหาในอนาคต ตนมีแนวคิดจะทำถุงยางอนามัยชิ้นเล็กเหมือนกับถุงยางใส่นิ้วเวลานิ้วมีบาดแผล สำหรับเด็กอนุบาล เพื่อให้เด็กอายุ 3 ขวบ ทดลองสัมผัส เรียนรู้ และเกิดความเคยชินกับถุงยางอนามัย พร้อมทั้งฝึกสอนการใช้ถุงยางอนามัยให้เป็นเมื่อโตขึ้นจะตระหนัก ตื่นตัวและเห็นความสำคัญของการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
ผมได้ทดลองกับหลานอายุ 1 ขวบกว่า ก็ได้ผลดี เขาชอบและสนุก และหวังว่าจะสรุปได้ว่าในอนาคตเมื่อเขาเติบโตขึ้นจะใกล้ชิดกับถุงยางอนามัยมากขึ้น จึงจะขยายผลต่อไป เราต้องกล้าทำและคิดนอกกรอบแบบนี้จึงจะทำให้การป้องกันโรคเอดส์ประสบความสำเร็จ ถึงเวลาต้องยอมรับกันเสียทีว่า สิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาให้สนใจเรื่องเพศ ดังนั้นเราควรเข้าใจในเรื่องนี้ ถ้าไปฝืนจะมีผลอย่างไร ก็ผลแบบทุกวันนี้เอง เด็กมีเซ็กซ์ตั้งแต่อายุ 15-16 ปีเท่านั้น นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวด้วยว่า สังคมไทยต้องยอมรับความจริงว่า ยิ่งนับวันเด็กไทยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย และวันนี้อายุเฉลี่ยของเยาวชนไทยที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกชายมีอายุเพียง 15 ปี และหญิงอายุ 16 ปีเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ และไม่อาจเปลี่ยนใจเด็กวัยรุ่นไม่ให้มีเพศสัมพันธ์เลยได้ จึงจำเป็นต้องให้พวกเขาใช้ถุงยางอนามัยมากที่สุด ถ้ายังคงไม่เอาจริงเอาจัง เด็กก็คงมีแนวโน้มมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยต่อไป โรคทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะโรคเอดส์ก็จะเพิ่มขึ้น
นายมีชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ต้องเปิดหูเปิดตา อย่ามุ่งแต่ห้ามไม่ให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์ ต้องเปลี่ยนเป็นมุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยด้วย ซึ่งอาจจะจัดทำคู่มือให้คำแนะนำที่ถูกต้องเรื่องเซ็กซ์ให้ทั้งกับเยาวชนที่มีเซ็กซ์แล้วและยังไม่มี เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนตายหรือได้รับอันตรายจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าทุกฝ่ายจะต้องรอการช่วยเหลือจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น เพราะปัญหาเอดส์ทุกส่วนต้องช่วยเหลือกัน
ด้นนางสุภัทรา นาคะผิว ประธานคณะกรรมการองค์การพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ (กพอ.) กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ได้รับผลกระทบจากเอดส์กว่า 500 คน มีมติไม่เอาร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ พ.ศ......ที่มีทั้งสิ้น 100 มาตรา ยกร่างโดยสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเจตนาต้องการให้คุ้มครองดูแลผู้ติดเชื้อแต่กลับกลายเป็นมีลักษณะตอกย้ำซ้ำเติม อาทิ การบังคับให้ต้องมีการตรวจเลือด การไปทำฟันหากไม่มีการแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบว่าเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีโทษจำคุกตลอดชีวิต รวมถึง มาตรา 44 ที่ให้สิทธิพิเศษกับเด็กที่ติดเชื้อไม่ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนปกติ
นางสุภัทรา กล่าวว่า มาตรา 45 ที่ระบุให้มีการตั้งนิคมให้ผู้ติดเชื้ออยู่ร่วมกันโดยเฉพาะ ซึ่งไม่มีเหตุผลที่จะต้องนำงบประมาณมาใช้ในการสร้างสิ่งที่เป็นการเฉพาะสำหรับผู้ติดเชื้อ ในเมื่อสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ การกระทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ติดเชื้อ ที่ต้องได้รับสิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกับคนอื่นในสังคมไม่ใช่แบ่งแยก แม้ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)แต่ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะไม่มีการนำเข้าสนช. ซึ่งได้นำหนังสือคัดค้านไปยังเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว
น.ส.สุภาพร ถิ่นวัฒนากูล สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า เครือข่ายผู้ทำงานด้านเอดส์ร่วมกันจัดทำข้อเสนอเพื่อจัดทำวาระเอดส์แห่งชาติ เสนอต่อสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ ก่อนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยมี 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ทุกหน่วยงานของรัฐ ต้องมีนโยบาย แผนงาน ด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ ที่เหมาะสมกับคนทุกเพศ เช่น การมีคลินิกตรวจรักษาโรคทางเพศสัมพันธ์ของคนรักเพศเดียวกัน เป็นต้น 2.รัฐมีหน้าที่ต้องจัดบริการส่งเสริมการป้องกันให้กับประชาชนอย่างเหมาะสมและเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดหาแจกจ่ายถุงยางอนามัยทั้งของชายและหญิง สารหล่อลื่นและแผ่นเลีย (oral dam) อย่างเพียงพอ และที่บนบรรจุภัณฑ์ถุงยางอนามัยต้องมีอักษรเบรล 3.ต้องมีการรณรงค์ ปรับเปลี่ยนทัศนคติและความเข้าใจ จากเอดส์เป็นแล้วตาย เป็นความเข้าใจใหม่เอดส์รักษาได้ เด็กติดเชื้อเอชไอวี มีสติปัญญา สามารถเติบโตได้ ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์และประชาชนทั่วไปต้องได้รับข้อมูลเพียงพอ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการป้องกันและการดูแลรักษาตนเอง เข้าใจสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากระบบหลักประกันสุขภาพต่างๆ และ 4.รัฐต้องสร้างมาตรการเพื่อส่งเสริมความเข้าใจ การอยู่ร่วมกันและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเอดส์ของทุกภาคส่วน
หน้า 1
ข้อมูลจาก ข่าวสด
