เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผอ.สำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินคุณภาพระดับอุดมศึกษาในรอบแรก พ.ศ.2544-2548 ในส่วนของอุดมศึกษาไม่มีเกณฑ์ในการประเมิน ขณะนี้สมศ.นำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 2 พ.ศ.2549-2553 ได้แก่ คุณภาพบัณฑิต การวิจัยและการสร้างสรรค์ การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม การพัฒนาองค์การและบุคลากร การบริหารหลักสูตรและการเรียนการสอน และระบบประกันคุณภาพ เนื่องจากการประเมินคุณภาพรอบแรกนั้น สมศ.ประเมินโดยภาพรวม แต่การนำข้อมูลมาวิเคราะห์ตามเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาทราบว่าแต่ละสถาบันมีคุณภาพมาตรฐานขั้นต่ำอยู่ในระดับใด พบว่าสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมดทั่วประเทศ 260 แห่ง มี 124 แห่งได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษา หรือครึ่งหนึ่งของทั้งหมดได้มาตรฐานขั้นต่ำ ขณะที่สถาบันอุดมศึกษาอีกครึ่งหนึ่งยังไม่ได้มาตรฐานขั้นต่ำผอ.สมศ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สมศ.แบ่งประเภทของสถาบันอุดมศึกษาดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยของรัฐทั้ง 24 แห่งได้รับการรับรอง 18 แห่ง ได้รับการรับรองแบบมีเงื่อนไข 5 แห่ง และไม่ได้รับการรับรอง 1 แห่ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่ส่วนใหญ่ได้รับการรับรองมาตรฐานอยู่แล้ว 2.มหาวิทยาลัยเอกชน 54 แห่ง อยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงมาก ได้รับการรับรองเพียง 12 แห่ง รับรองแบบมีเงื่อนไข 35 แห่ง และไม่ได้รับการรับรอง 7 แห่ง 3.มหาวิทยาลัยราชภัฏ 41 แห่ง ได้รับการรับรอง 24 แห่ง รับรองแบบมีเงื่อนไข 16 แห่ง และไม่ได้รับการรับรอง 1 แห่ง 4.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 38 แห่ง ได้รับการรับรอง 4 แห่ง รับรองแบบมีเงื่อนไข 16 แห่ง และไม่ได้รับการรับรอง 8 แห่ง
ศ.ดร.สมหวังกล่าวอีกว่า โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ขณะนี้ยุบรวมให้เหลือ 9 แห่ง ทำให้มีการผนึกกำลังในการจัดการศึกษาที่ดีขึ้น คาดว่าการประเมินรอบสองของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลน่าจะไม่มีปัญหา 5.สถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางทั้งหมด 93 แห่ง ได้รับการรับรอง 65 แห่ง รับรองแบบมีเงื่อนไข 26 แห่ง และไม่ได้รับการรับรอง 2 แห่ง แสดงให้เห็นว่าการที่แต่ละกระทรวงจัดการศึกษาเฉพาะทางอย่างมีคุณภาพ อาทิ ทหาร ตำรวจ แพทย์ พยาบาล เป็นต้น ได้ตอบสนองความต้องการของประเทศ ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องแล้ว และ 6.วิทยาลัยชุมชนทั้งหมด 10 แห่ง ได้รับการรับรอง 1 แห่ง รับรองแบบมีเงื่อนไข 7 แห่ง และไม่ได้รับการรับรอง 2 แห่ง
ผอ.สมศ.กล่าวว่า สรุปมีสถาบันอุดมศึกษา 21 แห่ง มีคุณภาพการศึกษาต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ นับว่าอาการโคม่ามาก ส่วนอีก 115 แห่ง ที่ไม่ได้รับรองนั้นอยู่ในลักษณะที่อ่อนแอ หากได้รับการเติมออกซิเจน หรือการดูแลเอาใจใส่ปรับปรุงคุณภาพจากผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา เชื่อว่าสามารถผ่านการรับรองมาตรฐานได้ ตัวเลขนี้ยังไม่น่าหนักใจจนเกินไป เพราะหากผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาอีก 115 แห่งให้ความสนใจ และใช้เวลา 2-3 ปี หลังจากประเมินคุณภาพรอบแรกเมื่อปี 2544-2548 น่าจะทำให้การประเมินรอบ 2 ของอุดมศึกษาไม่น่ามีปัญหา โดยสมศ.คาดหวังว่าการประเมินคุณภาพรอบ 2 น่าจะมีมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาประมาณร้อยละ 75 ของมหาวิทยาลัยทั้งหมด แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เป็นข้อมูลที่ไม่ควรประมาท มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศควรได้รับการรับรองมาตรฐานขั้นต่ำทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นสถาบันที่ผลิตและประสาทปริญญาบัตรให้แก่บัณฑิต ดังนั้นจะผลิตทรัพยากรบุคคลโดยมีคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำไม่ได้
หน้า 15
ข้อมูลจาก ข่าวสด
