เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 เม.ย. น.ส.สุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก น.ส.เกษราวรรณ จันทร์ฉาย สมาชิกอบจ.ประจวบฯ พร้อมด้วยชาวบ้านที่เป็นตัวแทนกลุ่มผู้คัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 100 คน ได้เดินทางมาชุมนุมหน้าที่ว่าการ อ.ทับสะแก เพื่อยื่นหนังสือต่อนายอำเภอทับสะแก เพื่อขอคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทับสะแก ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแกโดยชาวบ้านได้ทำหนังสือเปิดผนึก 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 เรื่องทำความเข้าใจ และยืนยันคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือก๊าซ ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ อ.ทับสะแก โดยอ้างว่ากฟผ.พยายามแจกเงินในพื้นที่เพื่อทำมวลชน และอีกฉบับ ที่ 2 เรื่องคัดค้านการเปลี่ยนลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่สีเขียวบริเวณพื้นที่ดินของ กฟผ. ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก เพื่อสร้างเป็นโรงงานอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้นำสำเนาหนังสือของกระทรวงพลังงานที่ พน.0100/พ.01 ลงวันที่ 7 ก.พ. เรื่องข้อเรียกร้องไม่เห็นด้วยกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงนามโดยนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ รมว.พลังงาน มีเนื้อหาว่า กระทรวงพลังงานไม่มีนโยบายจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินของกฟผ. ที่อ.ทับสะแก และจะรับฟังความเห็นของประชาชนและนักวิชาการอย่างรอบด้าน โดยชาวบ้านที่ชุมนุมได้ยื่นหนังสือดังกล่าวให้กับนายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอำเภอทับสะแก หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เป็นตัวแทนรับหนังสือ ซึ่งปลัดอำเภอได้รับปากว่า จะดำเนินการในการส่งต่อหนังสือดังกล่าวยังนายอำเภอทับสะแกและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
น.ส.สุรีรัตน์กล่าวว่า การเดินทางมาชุมนุมในครั้งนี้ เนื่องจากการที่ชาวบ้านเดินทางไปยื่นหนังสือที่กรุงเทพฯ และนายปิยสวัสดิ์ได้ทำหนังสือมอบแก่ชาวบ้านว่า ไม่มีนโยบายการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทับสะแกแล้ว แต่ปรากฏว่าได้มีตัวแทนของกฟผ.เดินทางลงพื้นที่ อ.ทับสะแก เพื่อทำกิจกรรมมวลชนกับชาวบ้าน แต่เป็นไปในลักษณะการแจกเงินเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เบื้องต้นตรวจสอบว่า ตัวเลขสูงถึง 150 ล้านบาท นอกจากนี้ยังส่งคนลงมาสำรวจออกแบบเพื่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ชาวบ้านมองว่า เป็นการผิดสัจจะและผิดสัญญาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้ไว้กับชาวบ้าน ทั้งนี้ การประชาสัมพันธ์ในพื้นที่และทำกิจกรรมบางประการของตัวแทน กฟผ.เป็นการยั่วยุและสร้างความแตกแยกให้กับชุมชน
แกนนำชาวบ้านกล่าวอีกว่า เมื่อรมว.พลังงานไม่มีนโยบายในการก่อสร้าง ต้องยุติการสำรวจออกแบบโดยสิ้นเชิง รวมถึงยุติการทำงานมวลชนที่สร้างความแตกแยกในชุมชน ปัจจุบันชาวบ้านมีความเข้าใจเรื่องมลพิษของถ่านหินจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากันมากขึ้น ว่าจะส่งผลกระทบกับชาวบ้านอย่างไรได้บ้าง ทำให้กลุ่มชาวประมงกลุ่มชาวบ้านที่ปลูกมะพร้าว ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้าน ที่อยู่บนพื้นที่ของเศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่ต้องการโรงไฟฟ้า และอยากตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่า ในเมื่อมีนโยบายเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว แต่ทำไมทำโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินมาทำลายชุมชนได้
หน้า 14
ข้อมูลจาก ข่าวสด
